วันสบาย ๆ สไตล์มิน ที่งานหนังสือ Winter Book Fest

วันสบาย ๆ สไตล์มิน ที่งานหนังสือ Winter Book Fest

สวัสดีครับผมชื่อ “มิน” เป็นอีกหนึ่งวันที่ผมนั้นมานั่งดื่มกาแฟชิล ๆ ที่ สามย่าน มิตรทาวน์ แล้วตอนที่ผมกำลังเดินไปที่ร้านกาแฟ ทันใดนั้นผมก็ได้เห็นป้ายประกาศของงาน Winter Book Fest เทศกาลหนังสือฤดูหนาว และแน่นอนด้วยความรักใคร่เป็นอย่างยิ่งในหนังสือของตัวผมเองที่มีมากอย่างเอ่อล้นออกมา (หลอก ๆ) มันกระทบเข้ามาในใจว่าต้องไป (จริง ๆ แล้วคือมินว่างอยู่นั่นแหละ)

ป้ายงานก็คือดูดีและมินิมอลมาก

ผมจึงไม่รอช้ามุ่งตรงไปทันทีที่ร้านกาแฟ เพื่อเติมพลังและดื่มกาแฟให้เรียบร้อยเสียก่อน และจึงเดินกลับไปดูที่ป้ายของงานอีกครั้ง จะได้รู้ว่างานนั้นจัดอยู่ที่ชั้นไหนกันแน่ ซึ่งงานนั้นจัดอยู่ที่ สามย่าน มิตรทาวน์ ชั้น 5 ตั้งแต่วันที่ 10-20 ธันวาคม 2563

งาน Winter Book Fest

ในตอนแรกเลยผมคิดว่างาน Winter Book Fest เนี่ย คงไม่ต่างเท่าไรกับงานขายหนังสือหรือร้านหนังสือทั่ว ๆ ไปตามห้างสรรพสินค้า แต่ในทันทีที่ผมเดินขึ้นไปที่งาน สิ่งแรกที่เห็นเลยก็คืองานศิลปะ (ซึ่งผมไม่รู้ว่างานแบบนี้มันเรียกว่างานอะไร) เต็มไปหมด แม้ว่าผมจะไม่อ่านหนังสือแต่เรื่องศิลปะนี่อดใจไม่ไหวจริง ๆ และแต่ละผลงานคือสวยมาก อดใจไม่ได้จริง ๆ ที่จะต้องถ่ายรูปเก็บไว้สักหน่อย

ใครมางานนี้ต้องมาถ่ายรูปมุมนี้นะ แนะนำสุด ๆ

หลังจากนั้นเมื่อเดินมาที่หน้างานก็จะพบว่า ต้องตรวจอุณหภูมิก่อนเข้า เพราะช่วงนี้แหละ โควิด-19 ที่ทำให้เรานั้นต้องระวังกันมากขึ้นไปอีก แถมช่วงนี้ยังเหมือนจะกลับมาระบาดอีกครั้งด้วย ทุกคนต้องระวังกันนะ

และอย่างที่ผมบอกไปปกติตัวผมเองนั้นไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเป็นทุนเดิม อ่านหนังสือมากที่สุดก็คงไม่พ้น หนังสือการ์ตูน หนังสือเรื่องสั้น นั่นคือเต็มที่ที่สุดแล้วจริง ๆ ที่จะเลือกซื้อ ด้วยความที่ผมไม่มีไอเดียในเรื่องของหนังสือเลย สิ่งเดียวที่คิดได้ในตอนนั้นก็คือ “ถาม” ใช่!! ความคิดของผมนั้นคือการเดินไปถามคนที่มาซื้อหนังสือในงานกันนี่แหละว่าเค้าซื้ออะไรกัน??

สอบถามเหล่าคนรักหนังสือในงาน

มุ่งหน้าไปเลยครับ!!

ไม่รีรอที่หาใครสักคนมาเป็นคนที่ผมจะขอคำปรึกษา ผมจึงพุ่งตรงไปหาคนให้สัมภาษณ์ซะเลย!! และไม่รู้ว่าด้วยท่าทางที่ดูจริงจังของผมรึเปล่า? เลยทำให้คนในงานต่างกลัวและก็ไม่ยอมให้สัมภาษณ์สักเท่าไร แต่ผมก็ไม่ย่อท้อ ยังคงหาต่อไป จนกระทั่งสุดท้ายผมก็ได้เจอ

พี่บอล

หนังสือนิยายชุด “สามเกลอ” เป็นหนึ่งในร้อยของหนังสือที่คนไทยควรอ่าน

ในที่สุดผมก็ได้คนสัมภาษณ์คนแรกเสียที เดินวนไปวนมาตั้งนาน พี่บอลได้บอกไว้ว่า วันนี้มาดูหนังสือจากสำนักพิมพ์ “แสงดาว” และได้ซื้อชุดหนังสือ “ปริศนาเจ้าสาวของอานนท์” ที่มีทั้งหมด 3 เล่มในชุดนั้น ซึ่งเป็นวรรณกรรมคลาสสิคสุดอมตะ เนื้อหานั้นเกี่ยวกับเรื่องของความรักของชายที่ชื่ออานนท์ นอกจากนี้พี่บอลได้บอกเอาไว้อีกว่า มีอีกหนึ่งหนังสือที่สนใจ นั่นก็คือเรื่อง สามเกลอ เป็นหนึ่งใน 100 หนังสือที่คนไทยควรต้องอ่าน ด้วยความสนุก ตลก และมีเนื้อหาที่เพ้อเจ้อในแบบที่คนไทยที่อ่านน่าจะหลงรักได้ง่าย ๆ

มีหลายเล่มมาก กลัวแล้ว!!

ผมเลยตามไปดูที่บูธหนังสือของค่ายแสงดาวในทันที แล้วก็เจอ!! ด้วยความวินเทจของหนังสือ มันเลยดูเข้ากับการออกแบบหน้าปกที่เหมือนทำให้เรานั้นย้อนไปอ่านหนังสือขายหัวเราะในวัยเด็กได้อีกครั้ง ใครที่ชอบหนังสือตลก ๆ ผ่อนคลายความเครียดไม่ควรพลาด!!

น้องจุฬา (คนหนึ่ง)

คนเราควรศึกษาเรื่อง สามัญสำนึก ในจิตใจบ้าง

น่าเสียดายที่น้องไม่ยอมให้ถ่ายรูปตัวน้องมาลง แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยน้องได้บอกเราไว้เรียบร้อยแล้วว่า น้องมางาน Winter Book Fest เพื่อบูธหนังสือจากสำนักพิมพ์ P.S. เพื่อรอการขายของหนังสือ​ ”I’ve never met a SUNSET I didn’t like.” (ไม่มีใครเป็นเจ้าของดวงอาทิตย์) แต่ทางสำนักพิมพ์นั้นผลิตออกมาไม่ทัน ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาบเป็นอย่างมาก แต่น้องยังได้หนังสือมาอีกเล่มและเป็นหนังสือที่แนะนำอีกด้วยนั่นก็คือ Common Sense เป็นหนังสือเรื่องของสามัญสำนึกของใจคนอีกด้วย

กลุ่มน้อง ๆ หอวัง

มีการ์ตูนสนุก ๆ อยู่มากมายให้เลือกอ่าน

วันนี้ที่น้อง ๆ เด็กหอวังกลุ่มนี้มาในงานเพื่อหาซื้อหนังสือการ์ตูนออกใหม่จากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ รวมไปถึงหาซื้อการ์ตูนวาย (เป็นประเภทหนึ่งของการ์ตูนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักระหว่างชายและชายด้วยกัน) และหนังสือวรรณกรรมแปลของสำนักพิมพ์ Book Scape ซึ่งน้องก็ได้แนะนำหนังสือเรื่อง A Monster Call ที่ครั้งหนึ่งเคยทำเป็นภาพยนต์เมื่อปี พ.ศ. 2559 ออกมาด้วย ซึ่งน่าสนใจเลยทีเดียว

เด็กจุฬา (ผู้ชาย)

หนังสือออกใหม่ จะหาตามร้านหนังสือทั่วไป มันลำบาก

มาถึงหนุ่มคนสุดท้ายที่ผมเข้าไปถามแล้ว น้องคนนี้ดูเป็นสายการ์ตูนเหมือนกับผมเป็นอย่างมาก และเมื่อได้ถามเท่านั้นแหละ ก็เป็นเหมือนกับที่คาดเอาไว้ไม่มีผิด!! วันนี้น้องมาเลือกซื้อหนังสือการ์ตูนและไลท์โนเวล ซึ่งน้องได้แนะนำกับผมมาเรื่องหนึ่ง คือ นิยายเรื่อง Anohana พอได้ยินชื่อเท่านั้นแหละ ผมถึงกับยิ้มออกมา เพราะรู้ได้ในทันทีว่าเราทั้งคู่มีความชอบที่ใกล้เคียงกัน

กรี๊ดดดดดดดด~

Anohana (ดอกไม้ มิตรภาพ และความทรงจำ) เป็นการ์ตูนที่ผมชอบมาก ด้วยเนื่อเรื่องที่เล่าถึงความซาบซึ้งของคำว่า “เพื่อน” แต่ว่าฉบับนิยายนั้นจะแตกต่างกับเวอร์ชั่นการ์ตูนมากน้อยแค่ไหน ต้องไปพิสูจน์กันเอาเองนะ

พาทัวร์งานที่นอกเหนือจากหนังสือ

หลังจากที่ได้ถามและให้พี่ ๆ น้อง ๆ แนะนำหนังสือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็เป็นตาของผมเองแล้วที่จะเดินดูอะไรต่าง ๆ ภายในงานด้วยตัวเอง ซึ่งนอกจากหนังสือมากมายที่พากันมาลดราคากันอย่างหนักหน่วงแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้ทำ

นั่งร้านกลางงาน

สูงจนขาสั่นไปหมด แง

เป็นสิ่งแรกที่พอเดินเข้าไปในงาน จะสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนเลย คือ “นั่งร้าน” ที่ทางงานนั้นจัดมาให้ ตั้งเด่นอยู่ตรงกลางของฮอลล์ เพื่อให้ทุกคนได้ขึ้นไปวิวของงานได้ 360 องศา และยังเป็นซิกเนเจอร์ของงานอีกด้วย ที่ใครได้มางาน Winter Book Fest จะต้องขึ้นมาถ่ายกันสักภาพก่อนที่จะกลับบ้าน อย่าลืมไปถ่ายกันด้วยล่ะ

ดื่มกาแฟ อ่านหนังสือ

หนึ่งไฮไลท์จากร้าน Fathom Book Space ที่จัดมาเพื่อเหล่าคนที่ชอบหนังสือและกาแฟไปพร้อม ๆ ได้นั่งดูการดริฟกาแฟแบบสด ๆ ต่อหน้า (มีชนิดกาแฟให้เลือกลองกันด้วยนะ) ลองซื้อหนังสือสักเล่มมานั่งและพูดคุยกับพี่เจ้าของร้านแลกเปลี่ยนเรื่องหนังสือที่สนใจได้ ใครที่เป็นสายชิลหรือสายอินดี้ร้านนี้ต้องห้ามพลาด

เล่นบอร์ดเกม

เล่นกันดูน่าสนุกเชียว อยากเล่นบ้าง

อีกหนึ่งความน่าสนใจ ที่เดินผ่านแล้วต้อง เอ๊ะ!! เพราะว่าเขากำลังนั่งเล่นบอร์ดเกมกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งที่บูธ Siam Board Game มีบอร์ดเกมให้เลือกซื้อมากมาย และที่สำคัญคือ เกมทุกเกมแปลไทยมาให้แล้ว ศึกษาการเล่นได้ง่าย ๆ แถมมีตัวอย่างให้ทดลองเล่นก่อนตัดสินใจซื้อได้อีกด้วย ชวนเพื่อน ๆ ไปงานด้วยกันแล้วไปนั่งเล่นบอร์ดเกม ก็ได้ฟิลลิ่งอีกแบบดีเหมือนกัน

ห่อของขวัญ ฟรี!!

ห่อเอง น่ารักไหม??

ถ้าซื้อหนังสือในงานเพื่อมาเป็นของขวัญปีใหม่นี้ให้ใครสักคน ต้องมาที่มุมนี้เลย เพราะทางงานจัดเตรียมอุปกรณ์ไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็น กระดาษห่อของขวัญ เชือกรัด ริบบินต่าง ๆ ครบ เดินเข้ามาพร้อมหนังสือแล้ว D.I.Y. (Do it yourself) ตามสไตล์ของตัวเองได้ในทันที

ฟังเพลงชิล ๆ และฟังบรรยายภายในงาน

เขินนักร้อง >///<

ในแต่ละวันของงานนั้นจะมีศิลปินนักร้องและวิทยากรมากหน้าหลายตาที่จะผลัดเปลี่ยนกันมาพูดแลกเปลี่ยนความคิดภายในงาน ซึ่งในแต่ละวันนั้นก็จะมีหัวข้อและแนวเพลงที่แตกต่างกันไป ใครที่จะไปงานเพื่อฟังเพลงฟิน ๆ เพลิน ๆ กับศิลปินที่ชื่นชอบสามารถคลิกเข้าไปดูตารางได้ที่

Facebook : Winter Book Fest

ซื้อฟิกเกอร์และของเล่น

นอกจากหนังสือแล้ว ยังมีสินค้าการ์ตูนลิขสิทธิ์มากมายที่นำเข้ามาขายภายในงาน ไม่ว่าจะเป็น Gundam, One Piece และอื่น ๆ พร้อมร่วมสนุกจับฉลากเมื่อซื้อของครบตามเงื่อนไข เพื่อลุ้นของรางวัลสุดพิเศษอีกด้วยนะ (วัดความเกลือได้ง่าย ๆ)

5 สายที่มางานนี้แล้วต้องโดนสิ่งนี้!!

กลับมาที่เรื่องของหนังสือกันบ้างดีกว่า หลังจากที่ผมได้ลองเดินดูงานทั่ว ๆ ได้ 2-3 รอบ ก็ได้เจอสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างเลย ทั้งสิ่งที่ไม่คิดว่าจะมีอยู่ในงานหนังสือได้ หรือของแปลก ๆ ก็มีให้เห็นเช่นเดียวกัน จะมีอะไรบ้าง? และเหมาะกับคนสายไหน? มาดูกันไปพร้อม ๆ กันดีกว่า

1. สายขี้เกียจอ่านหนังสือ

พี่ ๆ ที่บูธคือน่ารัก ยอมให้ถ่ายรูปด้วย

สำหรับใครที่ขี้เกียจอ่านหนังสือเหมือนกันกับผม บอกเลยว่าต้องไม่พลาดแอปนี้ “Storytel” เป็นแอปหนังสือเสียง อาจจะฟังดูงง ๆ มันคือการที่เหมือนเรานั้นเลือกหนังสือสักเล่นที่สนใจ โดยที่จะมีคนมาอ่านหนังสือเหล่านั้นให้คุณฟัง โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องอ่านเองเลย ซึ่งในงานนี้เค้าแจกโค้ดให้ลองใช้ได้ฟรีถึง 30 วันเลยทีเดียว ไปงานแล้วต้องลองมาใช้ให้คุ้ม

2. สายประหยัด

แค่คำว่า Buffet ก็ต้องกระโดดเข้าใส่

สำหรับคนที่มีงบไม่มากเท่าไรนัก แต่อยากได้หนังสือในปริมาณที่มาก ๆ เน้นความคุ้มค่าไว้ก่อน ต้องเข้ามาที่บูธสำนักพิมพ์ Salmon เลย เพราะเขาจัดมุมสำหรับสาย Buffet ทั้งหลาย ที่สามารถซื้อหนังสือได้ไม่อั้น ขอแค่ให้ใส่ในถุงที่ทางสำนักพิมพ์จัดไว้ให้ได้ก็พอ (ผมเห็นว่าเค้าใส่กันได้เป็นสิบ ๆ เล่มอยู่นะ) บอกเลยว่าคุ้มจัด ๆ

3. สายอาร์ต

Happening Shop เป็นอีกหนึ่งบูธที่ใครมาต้องเข้ามาดู เพราะทั้งร้านนั้นขายแต่ของอาร์ต ๆ น่ารักกุ๊กกิ๊ก ไม่ว่าจะเป็นโปสการ์ด สติ๊กเกอร์ แมสเก๋ ๆ รวมไปถึงหนังสือที่เกียวกับงานศิลปะ ที่มาให้ศึกษาอย่างอัดแน่น ใครที่กำลังทำงานสายนี้อยู่ มาหาซื้อหนังสือเพื่อเติมไอเดียบูธนี้จะทำคุณเสียเงิน และได้ความอิ่มเอมใจกลับบ้านไปอย่างแน่นอน

4. สายเข้าครัว

ความเป็นเชฟนี่พุ่งพล่าน

อนาคตมาสเตอร์เชฟอยู่ไม่ไกล เพียงเข้าไปบูธสำนักพิมพ์ a book ก็มีหนังสือสูตรอาหารให้ลองได้ฝึกปรือฝีมือและโชว์ลวดลายการทำอาหารได้ง่าย ๆ น่าจะถูกอกถูกใจพ่อบ้าน แม่บ้าน รวมไปถึงใครก็ตามที่สนใจ เข้ามาในบูธแล้วจะหลงรักโซนนี้แบบหัวปักหัวปำ

5. สายเติม Passion

หน้าปกน่าเก็บสะสมอะ

ใครที่กำลังมองหา Passion ในการทำสิ่งต่าง ๆ และถ้ายิ่งคุณเป็นแฟนเพลงของพี่แสตมป์ อภิวัชร์อยู่แล้ว หนังสือ My Playlist นั้นตอบโจทย์อย่างมาก เป็นหนังสือที่จะตีความเพลงของพี่แสตมป์ออกมาในรูปแบบใหม่ พร้อมให้ความหมายที่ลึกซึ้งมากกว่าเดิมในเรื่องของความรัก และมาพร้อมเพลงประกอบการอ่านหนังสือเล่นนี้ถึง 5 เพลงเต็ม ๆ เมื่ออ่านจบเล่มแล้ว คุณจะได้ Passion กลับมา

สุดท้ายนี้

เป็นอีกหนึ่งงานที่มีความน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือภายในงาน หรือกิจกรรมอื่น ๆ ภายในงาน ผมได้เจอผู้คนมากมายที่พร้อมจะคุยกันในเรื่องหนังสือ ไม่จำเป็นเลยว่าคุณจะรักการอ่านหนังสือหรือไม่ เพียงแค่อยู่ในงานก็มีคนพร้อมจะแนะนำหนังสือดี ๆ ที่เหมาะกับตัวคุณให้

และแน่นอนว่าผมโดนพี่พนักงานในร้านแนะนำมา จนผมต้องหลวมตัวซื้อมาหนึ่งเล่ม เป็นเล่มที่ใหญ่เสียด้วย ซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นหนังสือที่ถูกใจสายถ่ายภาพอย่างผมเป็นอย่างมาก แต่ไม่ค่อยถูกใจกระเป๋าเงินเท่าไรนัก แต่เชื่อเถอะ ขนาดผมที่ไม่อ่านหนังสือ ยังได้หนังสือกลับบ้านเลย ไปเถอะอยากให้ไป!!

แต่ถ้าคุณมางาน Winter Book Fest ไม่ได้หรือว่าอยู่ต่างจังหวัดที่ดูแล้วจะเดินทางลำบาก แต่อยากได้หนังสือดี ๆ เนื้อหาโดนใจสักแล้วล่ะก็ ลงเข้ามาดูได้ที่ Kaidee มีหนังสือหลากหลายประเภท ทั้งนิยาย วรรณกรรม เรื่องสั้น มีให้ครบ ไม่ต้องออกจากบ้านเลย

สอบถามข้อมูลอื่นๆ หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

กรุณาสแกนคิวอาร์โค้ด หรือเพิ่มเพื่อนด้วยไอดีไลน์ @kaideeofficial