ไฉ่ย้ง: ส่องคาเฟ่จีนสุดหว่องจากบ้านของคนสามรุ่น

ไฉ่ย้ง: ส่องคาเฟ่จีนสุดหว่องจากบ้านของคนสามรุ่น

สรุปบทความ

ไฉ่ย้ง”คาเฟ่จีนสุดหว่องในซอยเจริญกรุง 20 เป็นร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากรุ่นสู่รุ่น นับว่าเป็นการรีโนเวทที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่น่าจดจำ

ผ่านตรุษจีนมาหมาด ๆ จะไม่ไปเที่ยวจิบน้ำชาเที่ยวคาเฟ่จีนก็ดูจะตกเทรนด์ไม่น้อย วันนี้เราจะพาไปส่องคาเฟ่จีนสุดหว่องในซอยเจริญกรุง 20 ที่เพิ่งเปิดได้ไม่กี่อาทิตย์ก็ได้เสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากนักจิบชาและสายถ่ายรูป 

ชั้นแรกเป็นคาเฟ่
ตัวตึกมีสามชั้น 
ชั้นที่สองและสามเปิดให้เข้าพักและเช่าเป็นสตูดิโอถ่ายรูป

พาส่องคาเฟ่สุดหว่อง

ต้องออกตัวก่อนว่าทีแรกผู้เขียนมากับเพื่อนตั้งใจจะใช้เวลาช่วงเสาร์บ่าย ๆ ในการจิบชาพักผ่อน แต่คาเฟ่มันก็เก๋ซะเหลือเกินจนเราอดใจไม่ไหว ต้องขอทำคอนเท้นต์ซะหน่อย แล้วก็ช่างเป็นโชคของเราที่ทั้งเจ้าของร้านและคุณสถาปนิกต่างก็อยู่ร้านพอดี จึงทำให้ได้รู้ประวัติพร้อมการตกแต่ง คอนเซ็ปต์แบบเจาะลึกอย่างที่ไม่เคยมีที่ไหนได้รู้มาก่อน!

ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง

เมื่อมาถึงหน้าร้านจะเห็นได้ว่า ทั้งตึกนั้นถูกรีโนเวทเป็นบ้านสไตล์จีน ทั้งสีสัน ลายไม้ แม้แต่ตัวประตูเองก็ทำเป็นบานวงกลม ซึ่งจะสังเกตได้ว่าตัวบ้านตั้งอยู่ในชุมชนเก่าแก่ที่เป็นตึกแถวและย่านชุมชนคนจีน

จะมาถ่ายรูปตอนกลางคืนก็ได้ฟีลไปอีกแบบ
ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง

อะไรทำให้กลับมารีโนเวทและทำให้บ้านกลับมามีชีวิต?

คุณช้างเล่าว่าด้วยความที่คุณพ่อของเขารักและเติบโตที่บ้านนี้ เขาเลยตัดสินใจรีโนเวทให้บ้านกลับมามีชีวิตอีกครั้ง 

ซึ่งแต่ก่อนนั้นครอบครัวของคุณช้างอยู่อาศัยในบ้านนี้มาตั้งแต่รุ่นอากงที่มาจากซัวเถา จนถึงปัจจุบันนับได้ 3 รุ่นแล้ว ทั้งคุณพ่อและคุณช้างเองก็เกิดและเติบโตที่นี่ จนมาวันหนึ่งครอบครัวขยับขยายเลยต้องย้ายออกไปและปิดบ้านหลังนี้ไว้ถึง 5 ปี ก่อนจะริเริ่มไอเดียรีโนเวทบ้าน

ที่มาของชื่อ “ไฉ่ย้ง”และตัวอักษรจีน 财荣 บนโลโก้?

คุณช้างบอกว่าโลโก้มาจากอักษรมงคลสองตัว คือ“ไฉ่”(财) มาจากคำว่า ฮกไช้ ที่แปลว่าร่ำรวย ส่วน “ย้ง”  (荣)แปลว่า รุ่งเรือง นำมารวมกันกับโลโก้สีแดงจะให้ความหมายที่ดี 

ทีนี้บางคนอาจสงสัยว่าทำไมคุณช้างไม่เปิดเป็น Hostel เต็มรูปแบบเพราะอาจจะฮิตและติดลมบนได้ง่าย ๆ เลย 

คุณช้างให้คำตอบไว้ว่า

ถ้าทำโฮสเทลอาจจะรับคนได้แค่ 50-60 คน แล้วบ้านอาจจะทรุดโทรมลงตามกาลเวลาอีก ผมรักบ้านหลังนี้ อยากทำอะไรที่ยั่งยืนกว่า

จนคุณช้างได้มาเจอรุ่นน้องสถาปนิก “คุณธี” ทั้งสองคนจึงร่วมกันออกแบบเลือกวัสดุและทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างจีนเซี่ยงไฮ้และจีนฮ่องกงสไตล์หว่องในบ้านหลังนี้ได้อย่างลงตัวโดยที่ยังคงคอนเซ็ปต์ความเป็น “บ้าน” เอาไว้

ตอนเราทำเราเสนอไปสองโทน หนึ่ง “จีน” คือจะมีความเอิร์ธโทน พื้นขาว ผนังขาว ใช้ไม้ดำและหิน ส่วนอีกโทน เราอยากใส่อะไรที่มันเป็นสีสันลงไป คุณธีกล่าว

ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง

เราโตมากับหนังหว่องกาไว เลยเป็นที่มาของการจัดแสง และโทนสีแบบนี้ที่ผสมระหว่างเซี่ยงไฮ้กับฮ่องกง

คุณธี ผู้เป็นสถาปนิกดูแลการออกแบบไฉ่ย้งกล่าว
ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง

แต่เราไม่อยากให้มันจีนจนเลี่ยนเกินไปเลยเลือกแค่สีเด่น ๆ นอกนั้น เช่น เพลงที่เลือก ของที่ใช้ตกแต่ง จะไม่จีนจ๋า

ซึ่งประโยคนี้ก็ตอบคำถามเราได้ดีเลยว่าทำไมเป็นคาเฟ่จีนแต่กลับได้ยินเพลงบรรเลงอย่าง Cinema Paradiso คลอบรรยากาศเบา ๆ นอกจากนี้คุณช้างยังตัดสินใจให้ร้านทำกาแฟแบบไม่มี Espresso Machine และใช้กรรมวิธี Cold Brew แทน เพื่อที่จะได้ไม่มีเสียงของเครื่องชงกาแฟมารบกวนช่วงเวลาการพักผ่อน

ในเรื่องของตกแต่งเราสังเกตเห็นได้ว่าใส่ใจทุกรายละเอียด อย่างเช่นกระเบื้อง ทางคุณช้างได้เลือกเป็นกระเบื้อง Versace สีเขียวแบบเข้ากันกับ Theme บ้าน

สำรวจข้างล่างแล้วก็ขึ้นไปดูชั้นบนกันบ้าง ผนังปูนตอนเดินขึ้นไปสังเกตว่าจะเป็นการฉาบแบบไม่เรียบ สไตล์ Loft ทางคุณช้างเล่าว่าต้องใช้ช่างเพียงคนเดียวในการทำเพราะถ้าใช้หลายคน การปาดปูน และ Texture จะออกมาต่างกันและไม่สม่ำเสมอ

ภาพผนังปูนสไตล์ Loft
ภาพหน้าต่างไม้ฉลุที่คุณช้างสั่งทำด้วยการเลเซอร์คัต
ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง

เดินมาถึงชั้นบนกันแล้วจะเห็นว่าการจัดแสงสีจะเป็นสีแดง และมีโคมไฟตกแต่งยาวมาจากชั้นบนสุด

ชั้นสองและชั้นสามเปิดให้เข้าพักโดยคงคอนเซ็ปต์บ้านเอาไว้ คุณช้างบอกว่าอยากให้คนเข้าพักรู้สึกเหมือนมาพักบ้านอากงอาม่า โดยคอนเซ็ปต์ “บ้าน” นี่เองที่ทำให้ตั้งใจเลือกเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นด้วยตัวเอง อย่างเช่นเตียงจะเป็นเตียงไม้สักทั้งหลัง

ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง

หากใครตาดีจะสังเกตเห็นว่าภาพตกแต่งบนหัวเตียงนั้นแบ่งออกเป็นมังกรและหงส์ ส่วนห้องเตียงแยกนั้นกลับเป็น มังกรทั้งสองด้าน

ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง

ในจุดนี้ได้คุณช้างตอบปนขำว่า “เตียงคู่ก็เลยต้องเป็นมังกรคู่หงส์ แต่พอเตียงแยกก็อาจจะเป็นเพื่อนมาพักด้วยกัน เลยให้เป็นมังกรคู่มังกร”

พอถามว่าทำไมถึงใส่ใจในทุกรายละเอียด คุณช้างตอบอย่างอบอุ่นใจว่า

ผมใช้เวลาทำบ้านนี้ 2 ปี ไม่มองจุดคืนทุน

เพราะมันคือความสุข

มันประเมินค่าไม่ได้

ผมถือว่าได้ซ่อมบ้าน

ชิมชนมดื่มชา

เดินชมบรรยากาศกันพอสมควรแล้ว ก็ถึงเวลาชิมขนมดื่มชา โดยขนมของร้านนี้จะมีให้เลือก 7 เมนู คือ

1.พายมะพร้าว

2.ส้มเชื่อม

3.บ๊วย

4.ถั่วตัด

5.อ้ายหยู้น้ำลำไย

6.ชุดขนมเปี๊ยะไส้ถั่วและมันหวาน

7.ชุดขนมเปี๊ยะไส้ฟักและสังขยา

ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง

ตัว Signature จะเป็น “อ้ายหยู้น้ำลำไย”

ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง

นอกจากนี้ทางร้านยังมีชาให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้ง ชาเขียว ชาขาว และอู่หลงนับ 10 ชนิด เช่น ทิกวนอิม และต้าหงเผา ส่วนใครที่กลัวนอนไม่หลับจากคาเฟอีน ทางร้านยังมีชากุหลาบ Organic ที่ปีหนึ่งสามารถเก็บได้ครั้งเดียวไว้บริการอีกด้วย

ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง

สรุปท้ายบทความ

“ไฉ่ย้ง” ร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากรุ่นสู่รุ่น และถูกทำให้เป็นที่จดจำมากขึ้นในรุ่นที่สาม นับว่าเป็นการรีโนเวทที่ประสบความสำเร็จทั้งในเชิงรูปธรรมและนามธรรม อ่านรีวิวคาเฟ่ไปพอหอมปากหอมคอกันแล้ว แวะเข้ามาชมชุดชงชาทั้งแบบจีนและญี่ปุ่นได้ที่ Kaidee

สอบถามข้อมูลอื่นๆ หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

กรุณาสแกนคิวอาร์โค้ด หรือเพิ่มเพื่อนด้วยไอดีไลน์ @kaideeofficial