ส่องวิถีคอนเสิร์ตยุคใหม่ New Normal

ส่องวิถีคอนเสิร์ตยุคใหม่ New Normal

ช่วงโควิดที่ผ่านมาคงทำให้ ‘โลกดนตรี’ ของใครหลายคนเปลี่ยนแปลงไป จากสีสันในชีวิตที่ถูกเติมเต็มด้วยเสียงเพลง กลับต้องแห้งเหี่ยวไร้ชีวิตชีวา ปฏิเสธไม่ได้ว่าวงการเพลงเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทันทีที่เกิดการระบาดของโรค งานแสดงและคอนเสิร์ตจำนวนมากถูกคอนเฟิร์มว่า “แคนเซิล” หรือเลื่อนออกไปแบบไม่มีกำหนด

กลุ่มคนดนตรีที่สร้างความสุขให้เราเสมอมา จำต้องตกอยู่ในสถานะว่างงาน หลายคนผันตัวมาเป็นพ่อค้าแม่ค้าอย่างที่เห็น ส่วนผู้ที่มีดนตรีในหัวใจต่างก็โหยหาความสุนทรีย์ด้านนี้อยู่ไม่น้อย เรียกได้ว่าเป็นความคิดถึงกึ่งความเศร้า ที่ทุกคนต้องเอาตัวรอดท่ามกลางสภาวะที่ไม่เหมือนเดิม

เมื่อสถานการณ์ต่างๆ เริ่มชวนให้หวัง พอมีพื้นที่ให้คนดนตรีกลับมาส่งพลังงานแห่งความสุขจะเห็นได้ว่าช่องทางการจัดคอนเสิร์ตปรับเปลี่ยนไปจากเดิม มีทั้งการจัดออนไลน์หรือไลฟ์สตรีมมิง (Live Streaming) ผ่านโปรแกรมต่างๆ ให้เราได้เพลิดเพลินกับเสียงเพลงแบบไม่เสี่ยงโรค ไปจนถึงคอนเสิร์ตสดเต็มรูปแบบ ครบเครื่องเรื่องแสงสีเสียง พาเราหวนสู่บรรยากาศเดิมที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เรียกว่าส่งเสียงกรี๊ดและออกสเต็ปกันได้สุดฤทธิ์ แต่ความสนุกทั้งหมดนั้นต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐกำหนด

สบายใจไปกับคอนเสิร์ตออนไลน์

จริงๆ แล้วคอนเสิร์ตแบบออนไลน์ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะปัจจุบันคอนฯ ส่วนใหญ่ก็เริ่มไลฟ์ไปพร้อมกับการแสดงสด เพียงแต่ว่าช่องทางออนไลน์ในตอนนั้น อยู่ในสถานะทางเลือกเสริมมากกว่าสื่อหลัก แต่เมื่อการรวมตัวกันของคนจำนวนมากยังสุ่มเสี่ยง การไลฟ์สตรีมมิงจึงถูกยกขึ้นมาเป็นช่องทางหลักไปโดยปริยาย ถือเป็นความท้าทายของผู้จัดงานอยู่ไม่น้อย จะทำอย่างไรให้อรรถรสของการชมคอนเสิร์ตยังอยู่ นักดนตรียังเล่นด้วยหัวใจเสมือนได้รับพลังจากคนดูในฮอลล์ หรือตัวผู้ชมเองจะมีส่วนร่วมได้มากน้อยแค่ไหน

ถึงราคาบัตรจะถูกลงแบบเท่าตัว แต่ต้องยอมรับว่าการดูคอนเสิร์ตแบบออนไลน์ไม่มีทางทดแทนการดูคอนเสิร์ตแบบสดๆ ได้แน่นอน คงทำได้เพียงทุเลาความคิดถึง เชื่อว่าบรรยากาศที่ ชาวแกงค์กอดคอเต้นข้างๆ กัน แสงสีสุดละลานตาและซาวนด์ดีๆ ที่กระแทกใจนั้น เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของคอนเสิร์ตสดที่หาอะไรแทนได้ยาก

สนุกเต็มที่กับคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ

ส่วนคอนเสิร์ตแบบเต็มรูปแบบนั้น เริ่มมีให้เห็นบ้าง อย่างคอนเสิร์ต Dance Sphere Concert ที่ได้ตัวพ่อตัวแม่ขาแดนซ์ เจ เจตรินและติ๊นา คริสติน่าเป็นตัวชูโรง คอนเสิร์ตเดี่ยวของตู่ ภพธรและจุลคอนเสิร์ตของว่าน ธนกฤต สังเกตได้ว่าแทบทุกคอนเสิร์ตบัตรถูกจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว แถมบางคอนเสิร์ตบัตรราคาสูงถึง 6,000 บาท! นับเป็นปรากฏการณ์สะท้อนถึงความถวิลหาเสียงเพลงของผู้ฟังได้ดีทีเดียว

อย่างไรก็ตามความสนุกที่เกิดขึ้นย่อมแลกมาด้วยข้อจำกัดหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคนที่จำกัดแค่หลักร้อย มีจุดคัดกรองก่อนเข้างาน ระหว่างการชมคอนเสิร์ตต้องใส่หน้ากากอนามัย รวมถึงการนั่งแบบเว้นระยะตามหลัก Social Distancing ที่สำคัญคือราคาบัตรซึ่งแพงขึ้นแบบก้าวกระโดด เนื่องด้วยค่าใช้จ่ายด้านสุขอนามัยตามมาตรการรัฐ บวกกับที่นั่งในคอนฯ ต้องลดลง

ถึงตรงนี้ถ้าใครยังรู้สึกว่าไม่สะดวกกับหลักเกณฑ์หลายๆ อย่าง ไม่อยากเสี่ยงพาตัวเองไปอยู่ในคนหมู่มาก ลองหาเครื่องดนตรีสักชิ้นมาเล่นบรรเทาความคิดถึงได้ที่ Kaidee หรือจะหาซื้อซีดีเพลงของนักร้องวงโปรดมาฟังไปพลางๆ เพื่อรอวันที่จะได้กลับไปเจอกันแบบสบายใจอีกครั้ง

สอบถามข้อมูลอื่นๆ หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

กรุณาสแกนคิวอาร์โค้ด หรือเพิ่มเพื่อนด้วยไอดีไลน์ @kaideeofficial