Farm-to-Table เสิร์ฟความสดจากฟาร์มถึงจานอาหารคุณ

Farm-to-Table เสิร์ฟความสดจากฟาร์มถึงจานอาหารคุณ

สรุปบทความ

การดูแลสุขภาพโดยเลือกอาหารที่ดีนั้นยังคงเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอยู่ตลอด และ Farm-to-Table ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระแสนิยมที่จะช่วยยกระดับเรื่องอาหารการกินของเราให้ดีขึ้น เพราะผักที่เด็ดใหม่ๆ จากต้นหรืออาหารที่ปรุงสดใหม่นั้นล้วนให้คุณค่าโภชนาการที่ดีต่อร่างกาย และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย

“เรื่องกิน เรื่องใหญ่” และยิ่งสำคัญมากขึ้นเมื่อเราต้องอยู่ท่ามกลางการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้ต้องหันมาดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้นเพื่อให้มีภูมิต้านทานเพียงพอที่จะรับมือกับโรคภัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ดูแลรักษาจิตใจให้สมดุล และขาดไม่ได้เลยคือ “การเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ” ที่ถือเป็นบันไดขั้นแรกของการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับ “อาหารเพื่อสุขภาพ” นั้นเป็นเทรนด์ที่อยู่ในความสนใจของคนทั่วโลกอย่างต่อเนื่องยาวนาน ผ่านรูปแบบอาหารการกินที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย จากที่เคยรู้จักกันแค่อาหารมังสวิรัติ วันนี้เรามีอาหารคลีน อาหารคีโต และอาหารที่ทำมาจากพืช (Plant-Based-Food) รวมไปถึงการปรุงอาหารสดใหม่จากวัตถุดิบที่ผลิตเองในสวนครัวหลังบ้านสู่การเป็นเมนู Farm-to-Table ที่แฝงไว้ด้วยคุณค่าทางโภชนาการและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม 

Farm-to-Table อาหารรักสุขภาพ

Farm-to-Table หรือ Farm-to-Folk เป็นไอเดียที่ผู้ผลิตหรือเกษตรกรนำพืชผักที่ปลูกไว้หรือเนื้อสัตว์ที่ได้จากฟาร์มเลี้ยงมาปรุงเป็นอาหารสไตล์โฮมเมดแล้วเสิร์ฟให้ผู้บริโภคได้ทานทันที ซึ่งถือเป็นศิลปะแห่งการปรุงอาหารที่ทำให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ได้ลิ้มรสชาติความสดใหม่ของวัตถุดิบที่การันตีความอร่อยได้ทั้งรูป รส กลิ่น และเนื้อสัมผัส

การรับประทานอาหารที่ปรุงสดใหม่ยังให้คุณค่าทางโภชนการสูงและปลอดภัยกว่า เนื่องจากพื้นฐานของอาหารประเภท Farm-to-Table มีกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันตามวิถีเกษตรอินทรีย์คือไม่ใช้สารเคมีหรือสารปรุงแต่งเพื่อเร่งหรือควบคุมการเจริญเติบโตของพืชพรรณและสัตว์อย่างผิดธรรมชาติ จึงเชื่อได้ในระดับหนึ่งว่าร่างกายจะไม่ได้รับสารปนเปื้อนตกค้างเมื่อรับประทานอาหารเหล่านั้น  

เอกลักษณ์ของเมนู “ฟาร์มถึงปาก” อีกอย่างคือการเลือกเสิร์ฟอาหารตามฤดูกาลที่หาได้ง่ายและราคาไม่แพง นอกจากนี้ยังเป็นช่วงที่ผักผลไม้มีรสชาติดีที่สุดและมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ครบถ้วน จึงดีต่อร่างกายมนุษย์ ในศาสตร์ธรรมชาติบำบัดเชื่อว่าผักผลไม้ในฤดูกาลนั้นช่วยส่งเสริมพลังหยิน-หยางในร่างกายให้เกิดสมดุล 

เริ่มต้นจากฟาร์ม งอกงามทั้งวัฏจักร

ความน่าสนใจของอาหารสไตล์ Farm-to-Table ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความอร่อยบนจานอาหาร แต่กลับขยายความยั่งยืนไปสู่ผู้ผลิตและสิ่งแวดล้อมให้ได้รับประโยชน์ทั้งวงจร 

เมื่อเกษตรกรไม่ต้องเร่งสร้างผลผลิตนอกฤดูกาล จึงไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งพาสารเคมีหรือสารเร่งใดๆ ที่จะเป็นการเพิ่มต้นทุนการดูแลทั้งเวลา แรงงาน และเงินของเกษตรกร นอกจากนี้ยังเป็นหนทางไปสู่วิถีการเกษตรแบบอินทรีย์ที่เน้นบำรุงดินหรือผลิต “ดินดี” ซึ่งเป็นพื้นฐานขั้นแรกของวัฏจักรการทำเกษตรให้เกิดความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับคำว่า “ดินดี” หมายถึงดินที่มีแร่ธาตุ มีจุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตที่ช่วยปรุงดินให้พร้อมเป็นแหล่งอาหารอันโอชะสำหรับพืชผักได้เติบโต แข็งแรง มีคุณค่าทางโภชนาการ มีรสชาติที่ชัดเจนและย้อนกลับมาเป็นอาหารที่เปี่ยมด้วยพลังชีวิตสำหรับมนุษย์อีกครั้ง 

ข้อดีของการเสิร์ฟอาหารที่ได้จากสวนผักที่ปลูกอยู่ใกล้ๆ ยังช่วยตัด “พ่อค้าคนกลาง” ออกจากระบบ ลดความเสี่ยงที่เกษตรกรจะถูกเอาเปรียบหรือถูกกดราคาขายหน้าฟาร์มเหมือนที่ผ่านมา และเปลี่ยนเป็นสามารถกำหนดราคาที่เหมาะสมเองได้ 

ในขณะเดียวกันเมื่อไม่ต้องเดินทางไกล การขนส่งด้วยยานพาหนะที่มีค่าใช้จ่ายสูงอย่างรถห้องเย็นจึงจำเป็นน้อยลง รวมไปถึงการลดใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อถนอมพืชผักและเนื้อสัตว์ให้คงความสดใหม่สามารถส่งถึงมือผู้บริโภคปลายทางย่อมมีบทบาทน้อยลง ในกรณีเช่นนี้ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมในหลายแง่มุม ตั้งแต่ลดการใช้ทรัพยากรและปริมาณขยะในกลุ่มแพคเกจจิ้ง ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เป็นต้นเหตุของมลพิษทางอากาศและปัญหา PM 2.5 ในปัจจุบัน ตลอดจนลดปัญหาขยะอาหาร (Food Waste) ที่เกิดจากการมีขั้นตอนนำส่งอาหารมากเกินไปอีกด้วย 

Farm-to-Table ยุทธศาสตร์ระดับชาติ

มุมมองต่อ Farm-to-Table ไม่จำกัดอยู่แค่ร้านอาหารหรือภาคครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังถูกพูดถึงในเวทีระดับโลกในฐานะยุทธศาตร์ของสหภาพยุโรป (EU) ภายใต้ชื่อ “Farm-to-Fork Strategy” ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของนโยบาย European Green Deal ที่มุ่งจัดการสภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

โดยยุทธศาสตร์ Farm-to-Fork นั้นมุ่งหวังในการสร้างระบบการผลิตอาหารที่เป็นธรรม ดีต่อสุขภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่

  • กระบวนการผลิต เช่น ลดการใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง และเพิ่มสัดส่วนฟาร์มออร์แกนิกให้มากขึ้น 
  • การแปรรูป เช่น ลดการบริโภคเนื้อแดงหรือเนื้อแปรรูป และหันมารับประทานอาหารที่ผลิตจากพืชเพิ่มขึ้น 
  • การบริโภค ซึ่งเป็นเรื่องของการเลือกสรรอาหารที่ดีต่อสุขภาพผ่านฉลากโภชนาการ ซึ่งจะมีการกำหนดมาตรฐานฉลากเพื่อแสดงความยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมทั้งฉลากสวัสดิภาพสัตว์ 
  • การจัดการขยะอาหาร เพื่อลดการสูญเสียหรือไม่ทิ้งอาหารโดยไม่จำเป็น ตลอดจนมีระบบเปลี่ยนอาหารเสียให้กลายเป็นปุ๋ยชีวภาพเพื่อลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว 

ลิ้มรสอาหาร Farm-to-Table กับร้านอาหารขึ้นชื่อ 

เห็นความสำคัญของ Farm-to-Table กันขนาดนี้แล้ว หลายคนคงอยากลิ้มลองความอร่อยของอาหารที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่จากฟาร์มกันดู วันนี้เราเลยรวบรวมมาแนะนำกันพอหอมปากหอมคอจำนวน 3 ร้าน ไปดูกันเลยว่ามีที่ไหนบ้าง 

ภาพจาก www.facebook.com/sukkindai2018

สุข-กิน-ได้ 

ร้านอาหารออร์แกนิคสไตล์มินิมอล แต่จัดเต็มเรื่องความอร่อยโดยเฉพาะบรรดาผักสลัดทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นผักเคล สวิสชาร์ด ผักบัตเตอร์เครสล็อกเก็ต ไวลด์ ร็อกเก็ต ซึ่งทั้งหมดถูกปลูกไว้ในโรงเรือนระบบปิดเพื่อป้องกันแมลงและศัตรูพืช ทำให้ไม่ต้องใช้สารเคมีกำจัด จึงมั่นใจว่าไม่มีสารเคมีตกค้างเป็นพิษอยู่ในผักแน่นอน 

เมนูแนะนำของที่นี่คือ สลัดไก่ย่าง สลัดแซลม่อน ที่คัดเลือกเนื้อสัตว์อย่างดี เสิร์ฟพร้อมผักสลัดที่รับรู้ได้เลยว่าสดใหม่จริงๆ ทั้งกรอบและหวานในคำเดียว ส่วนใครที่รักสุขภาพต้องไม่ลืมสั่ง “น้ำผักเคลสกัดเย็น”  ราชินีผักใบเขียวที่อุดมด้วยวิตามินซี และแอนตี้ออกซิเด้นท์ ดื่มแล้วรู้สึกสุขภาพดีขึ้นมาทันตาเลยล่ะ 

ข้อมูลร้านเพิ่มเติม www.facebook.com/sukkindai2018

ภาพจาก https://patom.com/patom-organic-farm/

Patom Organic Farm

Patom Organic Farm หนึ่งในโซนของ “สวนสามพราน” สถานที่ท่องเที่ยวที่เราคุ้นชื่อกันมานาน โดยวันนี้ถูกปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยและเข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้นผ่านเรื่องราวของเกษตรอินทรีย์ในแง่มุมที่หลากหลายตั้งแต่เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีอินทรีย์ครบวงจร ตลาดนัดผลผลิตเกษตรจากชุมชนและเครือข่าย ไปจนร้านอาหารและคาเฟ่สไตล์ Farm-to-Table โดยหยิบวัตถุดิบหลากหลายที่ปลูกไว้ในฟาร์มกว่า 40 ไร่ มาปรุงให้ทานสดใหม่ทุกวัน 

ที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เลิกใช้โฟมและพลาสติก มีระบบบำบัดของเสียภายในฟาร์มก่อนปล่อยสู่พื้นที่สาธารณะ การแยกขยะอาหารทั้งหมดเพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นปุ๋ยอินทรีย์ อาหารสัตว์ และเลี้ยงไส้เดือน และอื่นๆ อีกมากมายจนการันตีได้จากใบรับรองออร์แกนิคตามมาตรฐานสากลถึง 3 ที่ คือ IFOAM, EU และ Canada

ข้อมูลร้านเพิ่มเติม www.facebook.com/patom.organics

ภาพจาก www.facebook.com/9salads

9 Salads

อีกหนึ่งร้านอาหารสไตล์ Farm-to-Table ตั้งอยู่ริมถนนรามอินทราช่วงระหว่างซอย 65 และ 67 บรรยากาศที่นี่ค่อนข้างร่มรื่นเนื่องจากประดับประดาไปด้วยต้นไม้หลากหลายพันธุ์ จนทำให้มองไปทางไหนก็รู้สึกสบายตา แถมยังมีการจัดสวนผักไว้ให้เดินเล่นเพลินๆ อีกด้วย 

อาหารของที่นี่มีมากกว่า 100 เมนูเลยทีเดียวจึงเหมาะกับครอบครัวหรือก๊วนเพื่อนที่มาเป็นกลุ่มเพราะจะได้สั่งอาหารทานหลากหลาย ส่วนเมนูไฮไลท์ที่อยากแนะนำคือ “สวนนายน์สลัด” ที่เหมือนยกสวนผักไฮโดรโปนิกซ์ที่ปลูกไว้หลังร้านมาเสิร์ฟถึงโต๊ะเลยทีเดียว ด้วยขนาดจานไซส์ใหญ่มาพร้อมเครื่องเคียงอย่างปลาทอด หมูชาบู อกไก่ย่าง ผักสลัดนานาชนิด และน้ำสลัด 3 อย่างที่เลือกเองได้ตามใจ 

ข้อมูลร้านเพิ่มเติม www.9saladsth.com

สรุปท้ายบทความ

การดูแลสุขภาพโดยเลือกอาหารที่ดีนั้นยังคงเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอยู่ตลอด และ Farm-to-Table ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระแสนิยมที่จะช่วยยกระดับเรื่องอาหารการกินของเราให้ดีขึ้น เพราะผักที่เด็ดใหม่ๆ จากต้นหรืออาหารที่ปรุงสดใหม่นั้นล้วนให้คุณค่าโภชนาการที่ดีต่อร่างกายมากกว่าอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารแช่แข็งอย่างแน่นอน 

นอกจากจะดีต่อร่างกายคนเราแล้ว Farm-to-Table ยังดีต่อโลกใบนี้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะเป็นกระบวนการดูแลสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำซึ่งเป็นการเพาะปลูกแบบอินทรีย์ ไปจนถึงกลางน้ำคือไม่ต้องใช้พ่อค้าคนกลางไม่ต้องใช้รถขนส่งไกลให้เปลืองน้ำมัน และปลายน้ำที่เป็นการลดปัญหาขยะอาหารเหลือทิ้งโดยไม่จำเป็น ซึ่งหากประมวลครบทั้งวงจรแล้ว ผลสุดท้ายที่ได้รับก็คือมนุษย์เรานี่แหละที่ได้ประโยชน์กลับมาเต็มๆ 

สำหรับใครที่อยากลองทำอาหารสไตล์  Farm-to-Table ในบ้านตัวเอง สามารถเริ่มต้นได้ด้วยการลงมือปลูกผักแปลงเล็กๆ หรือปลูกใส่กระถางรอบบ้านได้เลย ที่ Kaidee มีทั้งเมล็ดพันธุ์และอุปกรณ์ทำสวนเพียบ

สอบถามข้อมูลอื่นๆ หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

กรุณาสแกนคิวอาร์โค้ด หรือเพิ่มเพื่อนด้วยไอดีไลน์ @kaideeofficial