ผู้ชาย กับ CROP TOP ป็อปจะตาย

ผู้ชาย กับ CROP TOP ป็อปจะตาย

สรุปบทความ

แม้ว่าโลกจะเปลี่ยนไปมากเท่าไร การศึกษาจะพัฒนามากขึ้นแค่ไหน มุมมองความคิดเรื่องเพศจะเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเพียงใด สิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นปัญหาในปัจจุบัน คือเส้นที่ขีดกั้นความแตกต่างระหว่างเสื้อผ้า หญิง และชาย บทความในวันนี้ เราจะพูดถึงประวัติความเป็นมาของผู้ชายใส่เสื้อครอปท็อป ตั้งแต่จุดเริ่มต้นถึงปัจจุบัน รวมไปถึงความคิด และคำวิจารณ์ต่างๆ นาๆ ที่พวกเขาได้รับ ซึ่งแตกต่างกันแทบทุกสมัย…..

แม้ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน มุมมองความคิดเรื่องเฟมินิสต์ (Feminism) จะเป็นที่ยอมรับกว้างขวางเพียงใด แต่เรื่องแฟชั่น และการแต่งตัวก็ยังคงถูกแบ่งเส้นชัดเจนระหว่างผู้ชาย และผู้หญิง 

หนึ่งในเครื่องแต่งกายที่ถูกแบ่งเส้นชัดเจนมากที่สุด รองลงมาจากเรื่อง… “กระโปรงนั้้น สำหรับผู้หญิง ผู้ชายใส่กระโปรงไม่ได้….”  นั่นก็คือ แฟชั่นการใส่เสื้อ ‘ครอปท็อป’ (CROP TOP) หรือ เสื้อเอวลอยของผู้ชายนั่นเอง 

ขอบคุณรูปจาก Out

ปัจจุบันเสื้อ ครอปท็อป เริ่มได้รับความนิยมจากผู้ชายฝั่งตะวันตกกันบ้างแล้ว ซึ่งจุดเปลี่ยนในครั้งนี้ ต้องขอบคุณเหล่าไอดอล นักแสดง และศิลปินชายชื่อดังทั้งหลาย ที่กล้านำเอาเครื่องแต่งกายที่ถูกคนบางกลุ่มขีดเส้นว่าเป็นแฟชั่นสำหรับหญิงเท่านั้น มาใส่ให้คนทั้งโลกได้เห็นอย่างไม่อาย อีกทั้งยังช่วยโปรโมทความเท่าเทียมกันของเพศ และความกล้าในการถ่ายทอดความเป็นตัวเองผ่านเสื้อผ้าที่ใส่ โดยไม่แคร์ว่าใครจะพูดอย่างไร

ยกตัวอย่างเซเลบที่ร็อกไอเทมครอปท็อป อย่างผ่าเผย เช่น หนุ่มอังกฤษ ที่สุดของความฮอตในทศวรรษนี้ Harry Style, ขวัญใจวัยรุ่น R&B Rapper อย่าง Jaden Smith หรือจาก K-POP ฝั่งเอเชีย เช่น Bobby จาก iKon และอีกมากมาย  

แม้ว่าผู้ชายฝั่งตะวันตก จะเริ่มกลับมานิยมเสื้อ ครอปท็อป หรือเสื้อเอวลอยกันแล้ว แต่ต้องยอมรับเลยว่า ฝั่งผู้ชายไทยบ้านเรา ยังไม่เปิดใจ หรือกล้าใส่เสื้อ ครอปท็อป กันสักเท่าไร 

จริงๆ แล้วเสื้อครอปท็อป มีเรื่องราว ความเป็นมาที่น่าสนใจ ย้อนรอยไปถึงรุ่นคุณปู่เลยทีเดียว 

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปดูประวัติความเป็นมาของผู้ชายใส่เสื้อ ครอปท็อป กัน และไม่แน่นะคะ เมื่อเพื่อนๆ อ่านบทความนี้จบ หลายคนอาจจะอยากซื้อเสื้อ ครอปท็อป ให้แฟนใส่ หรือคุณผู้ชายทั้งหลายอาจจะรีบพุ่งตัวไปหาซื้อเสื้อ ครอปท็อป ใส่กันเลยก็ได้

ที่มาของ CROP TOP (ครอปท็อป)

ในเรื่องเลวร้ายทุกเรื่อง มักจะมีเรื่องดีๆ แอบซ่อนไว้เสมอ การกำเนิดของเสื้อ ครอปท็อป ก็นับได้ว่าเป็นเรื่องดีๆ ที่เราได้รับมาจากเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 (ค.ศ. 1940) เช่นกัน ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้น 

ทำให้เกิดการขาดแคลนเนื้อผ้า (Fabric) ซึ่งแน่นอนว่าเนื้อผ้าเป็นวัตถุดิบหลักของการผลิตเสื้อ ดีไซเนอร์ของบริษัทแฟชั่นมากมาย จึงพยายามออกแบบเสื้อที่ใช้วัตถุดิบเนื้อผ้าให้น้อยที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม เสื้อที่ว่านั้นต้องยังมีโครงของความเป็นเสื้ออยู่ 

นี่เองจึงเป็นที่มาของเสื้อเอวลอย (เสื้อครอปท็อป) ซึ่งเป็นเสื้อที่ตัดเนื้อผ้าบริเวณด้านล้างออก หลังจากที่เสื้อ ครอปท็อป ได้ถูกวางจำหน่าย ก็ได้ความสนใจอย่างมากจากผู้หญิง ซึ่งพวกเธอนิยมนำเสื้อ ครอปท็อป ที่ว่ามาใส่กับกระโปรงเอวสูงค่ะ

 ครอปท็อปในยุค 70s 

ขอบคุณรูปจาก Thosegirlss

ว่ากันว่า ยุค 70s เป็นยุคทองของวงการแฟชั่น และแน่นอนว่ามันเป็นยุคทองของแฟชั่นเสื้อ ครอปท็อป ด้วยเช่นกัน ในยุคนี้ ผู้ชายนิยมใส่เสื้อ ครอปท็อป มากกว่ายุคไหนๆ ในประวัติศาสตร์เลยล่ะค่ะ แต่อิทธิพลของเสื้อ ครอปท็อป นั้น ไม่ได้มาจากศิลปิน ดารา หรือนักแสดงเหมือนกับสมัยนี้นะคะ

ความนิยมของเสื้อ ครอปท็อป ในยุคนั้นกลับมาจาก กีฬา ค่ะ เนื่องจากสมัยนั้นโรงยิมออกกำลังกายหลายแห่งได้ประกาศสั่งห้ามไม่ให้ผู้ใช้งานถอดเสื้อระหว่างออกกำลังกาย จึงทำให้มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ตัดเสื้อท่อนล้างออก จุดประสงค์ก็เพื่อความสะดวกสบายขณะออกกำลังกาย แต่ในขณะเดียวกัน ไม่ผิดกฎของโรงยิมด้วยนั่นเอง 

ขอบคุณรูปจาก Bravotv

นอกจากนี้ เหล่า นักกีฬายกน้ำหนัก ก็หันมาใส่เสื้อครอปท็อป ด้วยเช่นกัน เพราะเสื้อครอปท็อป มีขนาดพอดีกับตัว ซึ่งจะช่วยให้ยกเวทได้คล่องตัวมากกว่าการใส่เสื้อยืดธรรมดา ที่อาจจะติดแขน และเกะกะเวลายกเวทได้

ขอบคุณรูปจาก Bleacherreport

และที่คุ้นตากันมากที่สุด เห็นจะเป็นเสื้อครอปท็อปในหมู่ นักกีฬาอเมริกันฟุตบอล ก่อนที่ทาง National Collegiate Althletic Association (NCAA) ได้แบนเสื้อ ครอปท็อป ตัวปัญหา ไม่ให้นักกีฬาใส่ลงแข่ง นั่นเองค่ะ 

 ครอปท็อปในยุค 80s  – 90s

ขอบคุณรูปจาก Insidehook

ในยุค 80 เสื้อ ครอปท็อป ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม เช่นกัน แม้จะสู้ความนิยมในยุค 70s ไม่ได้ แต่ก็มีหลักฐานมากมาย ที่บ่งบอกถึงความฮ็อตฮิตของเสื้อ ครอปท็อป ในหมู่วัยรุ่นชายในยุคนี้ ซึ่งหลักฐานนั้น ก็คงหนีไม่พ้นภาพของเหล่านักแสดง และศิลปินที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ ผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น มิวสิกวิดีโอ, ภาพยนตร์ หรือ นิตยสารแฟชั่น

ขอบคุณรูปจาก womlifestyle

ขวัญใจแม่ของพวกเรา อย่างพระเอกฮอลลีวูดในตำนาน Johnny Depp จากภาพยนตร์เรื่อง A Nightmare on Elm Street (1984) ก็ได้ใส่เสื้อเอวลอย โชว์หน้าท้อง กับกล้ามน้อยๆ เช่นกัน แม้เรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องแจ้งเกิดของเขา แต่ต้องขอบอกเลยว่า “Johnny Depp With His ครอปท็อป” (จอนนี่ เดปป์ กับเสื้อ ครอปท็อป ของเขา) ได้สร้างความฮือฮาไม่ใช่แค่กับผู้หญิงเท่านั้น แต่หนุ่มๆ เองก็ต่างร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า ลุคนี้ ‘โคตรคูล’

ขอบคุณรูปจาก bustle

Prince Roger Nelson ราชาร็อกเกอร์สมัยนั้น ก็เป็นอีกคนที่ทำให้เทรนด์การใส่เสื้อเอวลอยในหมู่ผู้ชาย ฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง เพราะหลังจากที่เขาได้ใส่เสื้อ ครอปท็อป ขึ้นคอนเสิร์ตเมื่อปี 1986 ลุคของเขาบนเวที ก็ทำเอาแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลก ต่างรีบทยอยผลิตเสื้อเอวลอยออกมาแข่งกันอย่างล้นตลาดเลยทีเดียว

ครอปท็อป ในปัจจุบัน

ขอบคุณรูปจาก Teenvogue

ปัจจุบันความนิยมการใส่เสื้อ ครอปท็อป ของเพศชาย มีจำนวนวลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้เนื่องจากเสื้อ ครอปท็อป กลายเป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่ม LGBTQ+ แน่นอนว่าไม่ใช่ LGBTQ+ ทุกคนจะชอบใส่เสื้อ ครอปท็อป นะคะ การเหมารวมกลุ่มบุคคล หรือที่เรียกว่าการ ‘Generalize’ นั้น เป็นเรื่องล้าหลังไปแล้ว ถึงอย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเสื้อ ครอปท็อป นั้น เป็นไอเทมที่ทำให้ผู้สวมใส่ได้มีโอกาสโชว์กล้ามหน้าท้อง โดยไม่ต้องถอดเสื้อ อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจได้ดี โดยไม่ต้องแต่งองค์ทรงเครื่องอะไรเยอะแยะ จึงไม่แปลกใจ ที่เสื้อครอปท็อปจะกลายเป็นที่นิยมของหนุ่มๆ หัวใจสาวซะส่วนใหญ่

ซึ่งนี่เอง ทำให้ผู้ชายที่อยากจะหยิบเอาเสื้อเอวลอยมาใส่ ถูกกลุ่มคนที่ต่อต้าน และยังไม่เปิดใจยอมรับกลุ่ม LGBTQ+ เหมารวมว่าเป็นสาวประเภทสอง หรือเป็นเกย์  

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าดีใจอย่างยิ่ง ที่วงการ High Fashion (ไฮแฟชั่น) ในปัจจุบัน มีมุมมองการใส่เสื้อ ครอปท็อป ของเพศชายแตกต่างจากกลุ่มบุคคลดังกล่าว แบรนด์ดังมากมายในปัจจุบัน ก็ได้ผลิตเสื้อเอวลอยออกมาสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ ทำให้ไอเทมเสื้อ ครอปท็อป ของผู้ชาย กลายเป็นเทรนด์ไฮแฟชั่นอีกไอเทมหนึ่งเลยก็ว่าได้

Bobby Abley’

แบรนด์ ‘Menwear’ ชื่อดังจาก UK ก็ได้ปล่อยเสื้อ ครอปท็อป สำหรับผู้ชายในคอลเล็กชันปี 2016 ของเขา แถมยังได้อวดความไฮแฟชั่น ของเสื้อ ครอปท็อป บนรูปร่างของผู้ชาย ให้พวกเขาได้เดินบนรันเวย์ได้อย่างสง่างามอีกด้วย

Gucci

ขอบคุณรูปจาก Vogue

ล่าสุดในแฟชั่นวีคเมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา Gucci แฟชั่นเฮ้าส์ แถวหน้าของโลก ก็ได้เปิดตัวคอลเล็กชันฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ของเขา แน่นอนว่าชุดที่ดึงดูดความสนใจจากผู้ชมมากที่สุดคือ เสื้อสเว็ตเตอร์ที่ถูกนำมาดัดแปลงเป็นเสื้อครอปท็อปสำหรับผู้ชายนั่นเอง

ถือว่ารันเวย์ของ Gucci ในครั้งนี้ ได้ให้คำตอบเราชัดเจนเลยว่า วงการแฟชั่นนั้น สนับสนุน และให้ไฟเขียวกับแฟชั่นเสื้อครอปท็อปของผู้ชายมากแค่ไหน

 เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ

ขอบคุณรูปจาก Music.true.id

อย่างที่ได้กล่าวไปตอนต้นว่าฝั่งไทยเรา มีน้อยมากที่ผู้ชายจะกล้าใส่เสื้อครอปท็อปกัน แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่มีใครลองแฟชั่นนี้เลยนะคะ เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว หนุ่ม เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ แห่งวง TRINITY ก็ได้โชว์เอวบางๆ ของเขาในมิวสิกวิดีโอเพลง YESTERDAY TODAY TOMORROW ด้วยเสื้อครอปท็อปสีดำสุดเท่ 

นี่อาจจะเป็นเพียงแค่เรื่องราวเล็กๆ เป็นเพียงแค่คอสตูมของนักร้องในมิวสิกวิดีโอ แต่ทุกการเปลี่ยนแปลง มันย่อมเริ่มจากจุดเล็กๆ ไม่ใช่เหรอคะ

สรุปท้ายบทความ

สไตล์การแต่งตัว แน่นอนว่ามันเป็นความชอบส่วนบุคคล ดังนั้นจึงไม่มีผิด ไม่มีถูก ไม่ว่าเพื่อนๆ อยากจะใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงบ๊อกเซอร์ไปเดินสยาม หรือใส่เสื้อแจ็คเก็ตหนังกับกางเกงขาเดปไปซื้อของใช้เข้าบ้านที่โลตัส ตราบใดที่มันไม่เดือดร้อนใคร และถูกกาลเทศะแล้ว มันก็คือสไตล์ของเรา ความชอบของเรา และความเป็นเรา

และถ้าบทความนี้จะสามารถให้ประโยชน์อะไรกับเพื่อนๆ ได้สักอย่าง เราอยากให้เพื่อนๆ ได้รู้ว่าเสื้อผ้าที่ดูดีที่สุดบนตัวเรานั้น คือ ‘ความมั่นใจ’ เพราะถ้าเพื่อนๆ มีความมั่นใจสักอย่าง จะไม่มีคำพูดของใครที่สามารถทำร้ายเราได้ และความมั่นใจนี้ จะทำให้เพื่อนๆ Rock, Slay, Destroy ทุกชุดแน่นอน

คนไหนอยากลองสไตล์ใหม่ๆ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มที่ไหน ที่ราคาไม่สร้างหนี้สินตามมา….. ลองแวะมาที่ Kaidee ค่ะ คลิกเลย

สอบถามข้อมูลอื่นๆ หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

กรุณาสแกนคิวอาร์โค้ด หรือเพิ่มเพื่อนด้วยไอดีไลน์ @kaideeofficial