รีวิวภาพยนตร์ I Care a Lot: แคร์จนได้ดี

รีวิวภาพยนตร์ I Care a Lot: แคร์จนได้ดี

สรุปบทความ

หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับนักธุรกิจสาวพราวเสน่ห์ ฉากหน้าเป็นแม่พระใจบุญคอยดูแลคนชราใเพราะเธอนั้นแสนจะ “แคร์” แต่เบื้องหลังแล้วใครจะรู้ว่าเธอ “เฟค” ตัวแม่

“ไม่เป็นนักล่า  ก็ต้องเป็นเหยื่อ

ไม่เป็นคนแย่ง  ก็ต้องเป็นคนที่สูญเสีย”

Marla Grayson
ภาพจาก I Care a Lot

“I Care A Lot” เพราะในโลกนี้มีคนอยู่ 2 จำพวก พวกที่ยอมแพ้เวลาเกิดปัญหากับคนที่สู้ยิบตาแบบไม่แกตายก็ฉันตาย มาร์ล่าเป็นคนหนึ่งที่อยากชนะความโหดร้ายในโลกทุนนิยม ง่าย ๆ สั้น ๆ คือ

“ทำยังไงก็ได้ให้รวย”

นั่นคือคำที่ มาร์ล่า เกรย์สัน (แสดงโดย Rosamund Pike) เจ้าแม่สูบเงินจากคนชราได้พูดไว้ในเรื่อง 

หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับนักธุรกิจสาวพราวเสน่ห์ ฉากหน้าเป็นแม่พระใจบุญคอยรับดูแลผู้ป่วยและคนชราให้เข้าไปอยู่ในบ้านพักคนชราสุดหรูเพราะเธอนั้นแสนจะ “แคร์” 

I Care a Lot

แต่เบื้องหลังแล้วใครจะรู้ว่าเธอ “เฟค” ตัวแม่ เพราะเธอวางแผนควบคุมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ คือควบคุมตั้งแต่ใบวินิจฉัย (ปลอม ๆ) ของแพทย์ จนถึงผู้อำนวยการบ้านพักคนชรา 

หลายคนอาจคุ้นหน้านักแสดงคนนี้จากบทสาวจิตปาดคอโหดจากเรื่อง Gone Girl ที่ทำให้หลายคนติดภาพความร้ายกาจทางการแสดง และหลังจากนั้นบทที่เธอได้รับก็หนีไม่พ้นสาวโหดตลอดมา

source: 20th Century Fox – Gone Girl (2014)

ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายทาง Netflix ได้เพียงไม่กี่สัปดาห์แต่ก็สามารถกวาดคะแนนจากนักวิจารณ์หนังใน Rotten Tomatoes ไปถึง 80% ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนที่เยี่ยม

แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังพล็อตสนุกสุดป่วงนั้น จะซ่อนไปด้วยความหมายแฝงและเสียดสีสังคมอย่างเจ็บแสบ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องความยุติธรรม การต่อต้านปิตาธิปไตย ไปจนถึง LGBTQ พร้อมแล้วตามเราไปเจาะลึกกันเลย!

Capitalism: การเอาชนะสังคมทุนนิยมของมาร์ล่า เกรย์สัน

“ฉันก็เคยเป็นแบบคุณ

คิดว่าการขยันและเล่นตามกฎจะทำให้

ประสบความสำเร็จและมีความสุข

แต่ไม่เลยการเล่นตามกฎคือ

เรื่องหลอกหลวงที่คนรวยแต่งขึ้นเพื่อให้พวกเราที่เหลือจนเหมือนเดิม

MARLA GRAYSON

ในเรื่องนี้แฝงไปด้วยการต่อสู้ในโลกทุนนิยมที่กดขี่อเมริกันชนคนธรรมดาที่ไม่มีวันรวยและประสบความสำเร็จหากไม่ถูกหวยหรือมีต้นทุนมาก่อน และหากดูจากข้อมูลทางสถิติ เราจะรู้ว่ามีกลุ่มคนเพียงแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ร่ำรวย 

20 เศรษฐีระดับพันล้านของอเมริกา
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Statista

ส่วนฐานพีระมิดอย่างเรา ๆ ก็ทำงานวันแล้ววันเล่า เพื่อเอากำไรให้นายทุนไปเสวยสุข ทำงานหนัก 5 วัน เพื่อแลกกับเวลาส่วนตัวเพียง 48 ชั่วโมง มาร์ล่ารู้ซึ้งถึงจุดนี้ดีจึงหาช่องโหว่ของกฎหมายหาทางเอาเปรียบคนแก่ที่เกษียณและใช้ชีวิตบนเงินเก็บ

“จะอยู่รอดในประเทศนี้ ต้องกล้าเข้าไว้ แล้วก็โง่ โหดเหี้ยม และตั้งใจจริง 

เพราะถ้าเล่นอย่างขาวสะอาด คอยกลัว มันก็ไม่ไปถึงไหน”

MARLA GRAYSON
MARLA GRAYSON

เพราะโลกสอนให้เธอร้าย เธอจึงต้องสวมหน้ากากนักบริหารจัดการทรัพย์สินที่แสนดีและห่วงใยคนชรา เมื่อจัดแจงส่งคนเหล่านั้นเข้าบ้านพักคนชราได้ มาร์ล่าก็เสวยสุขบนกองเงินเกษียณของพวกเขาแถมยังให้ส่วนแบ่งกับแพทย์และบ้านพักคนชรา เอาเป็นว่า ทำกันอย่างครบวงจร

“สำหรับฉัน เงินคือจุดเริ่มต้น 

เงินที่มากพอจะสามารถใช้เป็นอาวุธได้ นั่นแหละที่ฉันต้องการ”

MARLA GRAYSON

Justice vs Injustice: เส้นกั้นบางๆ ที่หายไประหว่างความยุติธรรมและอยุติธรรม

หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วมาร์ล่าทำได้ยังไง กระบวนการยุติธรรมหายไปไหน คำตอบอยู่ที่ว่า กระบวนการยุติธรรมก็มีส่วนน่ะสิ! เพราะอเมริกามี Guardian Law หรือ กฎหมายการแต่งตั้งผู้ปกครองทรัพย์สิน ในกรณีที่เจ้าของทรัพย์สินชราภาพ และไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ แค่เธอเฟคใบวินิจฉัยจากหมอว่าคนแก่นั้นช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้วทั้ง ๆ ที่เขาแข็งแรงดี แล้วยื่นขอต่อศาล แค่นั้นก็จบเรื่อง

ซึ่งเป็นที่น่าคิดว่าหากเป็นคำสั่งของตัวแทนความยุติธรรมอย่าง “ศาล” นั้นถือเป็นที่สิ้นสุดจริงๆ

ทุกคำพิพากษานั้นถือเป็นความยุติธรรมหรือไม่ หรือเป็นเพียงความอยุติธรรมที่ถูกหยิบยื่นให้โดยตัวแทนของความยุติธรรม

เพราะแม้ว่ามีคนธรรมดาที่คิดจะสู้ในชั้นศาลเพื่อนำครอบครัวของตัวเองคืนกลับมา แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะท่าทางน่าเชื่อถือและชั้นเชิงการพูดการจาที่เรียกได้ว่าลิ้นสองแฉกของมาร์ล่าได้

มีอีกซีนหนึ่งที่เราคิดว่าเส้นกั้นความดีความเลวมันเบลอจนแทบแยกไม่ออก นั่นก็คือตอนที่มาร์ล่ารู้แล้วว่าเธอไปเจอตอใหญ่เข้า เพราะคนแก่ที่เธอเพิ่งไปเอาตัวมาดันเป็นแม่ของเจ้าพ่อรัสเซีย😱!!!

Roman Lunyov มาเฟียในเรื่อง

แล้วเรื่องราวก็ไปไกลเกินคาดเพราะมาเฟียทำทุกวิถีทางเพื่อเอาแม่กลับมา 

นักธุรกิจคนหนึ่งก็ร้าย มาเฟียคนหนึ่งก็เลว พอมาฟาดฟันกัน พยายามฆ่ากันและกัน ทำเอาเราเลือกไม่ถูกว่าควรเชียร์ให้ใครมีชีวิตรอดดี เพราะไม่มีใครขาวสะอาดหรือดำบริสุทธิ์ มีแต่สีเทาเท่านั้น 

เปรียบเหมือนเสือสองตัวสู้กัน หากเราเป็นแกะที่เป็นเหยื่อในการต่อสู้ทางธุรกิจครั้งนี้ ไม่ว่าผลจะออกมายังไง แกะก็ถูกกินอยู่ดี จึงถือว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจซึ่งถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนในภาพยนตร์

Attitude Against Patriarchal Society and LGBTQ: ทัศนคติต้านปิตาธิปไตยและความรักไม่จำกัดเพศ

“รู้ไหมว่าฉันเคยถูกผู้ชายขู่กี่ครั้ง…เป็นพันครั้ง พวกเขาขู่เพราะนั่นคือทางเลือกเดียวที่เขามี

ถ้ากล่อมผู้หญิงให้ทำตามใจไม่ได้ ก็ด่าว่าเราด้วยคำหยาบ แล้วก็ขู่ฆ่า ฉันไม่กลัวหรอก”

MARLA GRAYSON

เพราะการประสบความสำเร็จในโลกปิตาธิปไตยมันไม่ง่ายสำหรับผู้หญิงในโลกที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ในโลกที่ผู้หญิงโดนคุกคามทางเพศไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมเกือบจะตลอดเวลาโดยที่ผู้คุกคามนั้นไม่ตระหนักด้วยซ้ำว่าตนเองกำลังทำผิดอยู่

สถิติผู้หญิงโดนคุกคามในที่ทำงานโดยการกระทำรูปแบบต่างๆ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Statista

แถมเมื่อดูสถิติจาก Washington Post ผู้ชายก็ไม่รู้ตัวจริง ๆ ด้วย ว่าผู้คุกคามทางเพศในที่ทำงานนั้นส่วนมากลอยตัวพ้นผิด !?

 ขอขอบคุณภาพจาก Washington Post

จากภาพจะเห็นได้ว่าเปอร์เซ็นต์ของผู้ชายที่ลอยตัวพ้นผิดนั้นมากถึง 95 % แต่จำนวนเปอร์เซ็นต์ที่ผู้ชายคิดนั้นดันต่ำกว่าความเป็นจริงมากคือ 56 เปอร์เซ็นต์

นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มาร์ล่านั้นตั้งใจใช้ทางลัดเพื่อจะประสบความสำเร็จเพราะในเรื่องมีหลายครั้งหลายคราที่เธอถูกด่าทอและถูกกดทับด้วยสังคมปิตาธิปไตย

I Care a Lot

ในเรื่องผู้ชายคนนี้เป็นตัวแทนของ Misogonyและ Sexist เราจะเห็นได้จากคำผรุสวาทของเขาที่มีต่อมาร์ล่าว่าเขามีทัศนคติที่ไม่ดีต่อผู้หญิงและด่าทออย่างร้ายกาจว่าขอให้มาร์ล่าถูกข่มขืน

“แค่เป็นผู้ชาย

ไม่ได้ทำให้คุณน่ากลัวขึ้นสำหรับฉันเลย”

MARLA GRAYSON
I Care a Lot

“มันเจ็บกว่าเพราะฉันเป็นผู้หญิงเหรอ

ที่คุณแพ้ราบคาบให้กับผู้หญิงน่ะ” 

MARLA GRAYSON

ส่วนด้าน LGBTQ ในเรื่องทลายกรอบเดิม ๆ ของรักไม่จำกัดเพศเนื่องจากมาร์ล่านั้นมีคนรักเป็นผู้หญิง แล้วผู้กำกับยังพิถีพิถันสื่อออกมาแบบหลุดจากภาพจำว่าต้องมีคนหนึ่งที่ดูเหมือนผู้ชาย หรือมีภาพลักษณ์ของ Masculine และคนหนึ่งที่มีลักษณะของ Feminine อีกด้วย เพราะทั้งคู่นั้นเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ เรียกได้ว่า สาวมั่นที่ตามแฟชั่นทั้งคู่ และแค่เป็น 2 คนที่รักกันเท่านั้นเอง

I Care a Lot
LGBTQ ในเรื่องทลายกรอบเดิม ๆ ของรักไม่จำกัดเพศ

สรุปท้ายบทความ

โดยรวมแล้ว I Care a Lot นั้นเป็นหนังเสียดสีสังคมทุนนิยมอย่างแสบสัน ไม่มากและไม่น้อยเกินไปจนรู้สึกว่าถูกยัดเยียดไอเดียบางอย่างให้ ถือว่าเหมาะแก่การดูสนุก ๆ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนก็อดคิดไม่ได้ว่ามาร์ล่านั้นเป็นตัวแทนความประสบความสำเร็จของผู้หญิงยุคใหม่ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะมองเป็นตัวอย่าง (แต่ต้องไม่ร้ายแบบนางนะคะ😂😂😂)

หากใครอยากได้ Gadget ดี ๆ อย่างมือถือ แท็บเล็ต เอาไว้ไปดูภาพยนตร์ให้ได้ฟีลมาซื้อได้ที่ Kaidee นะคะ

สอบถามข้อมูลอื่นๆ หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

กรุณาสแกนคิวอาร์โค้ด หรือเพิ่มเพื่อนด้วยไอดีไลน์ @kaideeofficial