Let’s Eat EP.2 : ‘ข้าวแช่แม่ศิริ’ ตำนานข้าวแช่ 70 ปี

Let’s Eat EP.2 : ‘ข้าวแช่แม่ศิริ’ ตำนานข้าวแช่ 70 ปี

สรุปบทความ

ทำความรู้จักกับ ‘ข้าวแช่แม่ศิริ’ ร้านข้าวแช่รถเข็นเล็ก ๆ ในย่านบางลำพูที่ ‘เก๋าดี’ ความพิเศษของที่นี่อยู่ตรงสูตรข้าวแช่ที่สืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่นมากว่า 70 ปี อะไรคือเคล็ดลับความอร่อยของข้าวแช่ที่นี่ ไปค้นหาคำตอบกันเลย

‘ข้าวแช่’ เป็นเมนูหนึ่งที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินผ่านหูกันมาแล้ว นับเป็นเมนูที่มีมาตั้งแต่โบราณ กรรมวิธีการทำเองก็แตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ และแม้ว่าคนจะนิยมรับประทานข้าวแช่ในช่วงหน้าร้อนกันเสียเป็นส่วนมาก แต่จริง ๆ แล้วข้าวแช่เป็นเมนูที่สามารถหากินได้ทุกฤดูเลย ถือว่าเหมาะกับอากาศบ้านเราตลอดทั้งปี

วันนี้ Let’s eat ขอพาทุกคนไปรู้จักกับข้าวแช่สูตรโบราณที่ยืนหยัดอยู่มากว่า 70 ปี อย่างร้าน ‘ข้าวแช่แม่ศิริ’ ณ ย่านบางลำพูและทำความรู้จักเมนูข้าวแช่ให้มากยิ่งขึ้นจากปาก ‘คุณลุงแก้ว สมนึก รุ้งสุธีวรรณ’ เจ้าของร้าน 

ร้านข้าวแช่แม่ศิริตั้งอยู่ในซอยเล็ก ๆ ย่านบางลำพู เป็นร้านรถเข็นที่มีโต๊ะให้ลูกค้าแวะเข้ามานั่งกินไม่กี่ที่ แต่บอกเลยว่าลูกค้าแวะเวียนกันมาสั่งไม่ขาดสาย บ้างก็สั่งกินที่นี่เลย บ้างก็สั่งกับบ้านกันถุงใหญ่ 

เราได้มีโอกาสพูดคุยกับลุงแก้ว ลุงแก้วเล่าว่าร้านนี้เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นยายทวด แม่ยาย สู่ภรรยา แล้วเขาก็มารับช่วงต่อ สูตรข้าวแช่นี้เป็นสูตรที่ใช้มาตั้งแต่สมัยเปิดร้านแรก ๆ ในช่วงรัชกาลที่ 5 

สูตรข้าวแช่แม่ศิริ ของดีที่มีมากว่า 70 ปี

ร้านข้าวแช่แม่ศิริ

“ที่แต่ละแห่ง เขาก็จะมีสูตรหรือกรรมวิธีในการปรุงแต่งของแต่ละที่มันก็จะไม่เหมือนกัน

มันก็เขียนด้วยคำว่า “ข้าวแช่” เหมือนกัน แต่รสชาติมันก็จะไม่เหมือนกัน” 

สูตรข้าวแช่ของลุงแก้วจะต้องกินคู่กับเครื่องเคียงทั้งหมด 4 อย่าง ปลาหวาน หัวไชโป๊ กะปิทอด และหมูฝอย คุณลุงทำเอง ปรุงเองทุกอย่าง แต่ละเครื่องเคียงต่างมีรสชาติที่สอดรับกันได้เป็นอย่างดี อย่างปลาหวานนั้นก็จะมีรสเค็มนำหน้า ตัดกับหัวไชโป๊ที่มีความหวาน

ส่วนทีเด็ดที่ขาดไม่ได้เลยคือกะปิทอดที่ไม่ใช่เอากะปิมาปั้น แต่เป็นเนื้อกุ้งกับมันกุ้งเน้น ๆ ที่ทานเข้าไปแล้วได้รสกุ้งเต็มปากเต็มคำ 

“มันจะเป็นเนื้อกุ้ง 100% กะปิที่นี่จะมีกลิ่นกระชายแล้วก็หอมถั่ว แล้วก็มีหวานมีเค็ม”

ข้าวใช้ทำข้าวแช่

หากพูดถึงข้าวของที่นี่ ลุงแก้วบอกกับเราว่าที่ร้านใช้เป็นข้าวหอมมะลิหรือข้าวเสาไห้ที่หุงขึ้นหม้อด้วยวิธีแบบหุงข้าวเช็ดน้ำแบบสมัยก่อน เพื่อให้ได้เนื้อข้าวที่ตรงตามสูตรที่ได้สืบทอดกันมาแต่โบราณมากที่สุด 

ข้าวแช่น้ำลอยดอกมะลิ

และสิ่งที่ขาดไม่ได้อีกอย่างเลยคือน้ำลอยดอกมะลิอบควันเทียน มะลิของที่นี่เป็นมะลิที่ลุงแก้วปลูกเอง ลุงแก้วเล่าว่าพอสี่ทุ่ม ถึงเวลาดอกมะลิบานส่งกลิ่นหอม ลุงแก้วก็จะไปเก็บมาลอยน้ำอบควันเทียน ขอบอกเลยว่าได้ลิ้มรสแล้วจะต้องติดใจในความหอมเย็นชื่นใจ 

ข้าวแช่แม่ศิริ มีดีอะไร ทำไมถึงอยู่มาได้ 70 ปี

เรามีโอกาสได้ถามถึงเคล็ดลับที่ทำให้ข้าวแช่แม่ศิริอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ ลุงแก้วบอกกับเราอย่างเรียบง่ายว่า

“เราขายไม่แพง แล้วอาหารรสชาติเราก็ถูกปาก ทำให้ถูกปากมหาชน คนกินจะเป็นคนตัดสินเอง ไม่ใช่เราเป็นคนตัดสิน เราจะไปสั่งบอกว่าของเราดีที่สุดก็ไม่ได้” 

เรื่องแรกที่เราเห็นพ้องต้องกันเลยคือต้นตำรับความอร่อยของข้าวแช่แบบฉบับไทยโบราณของที่นี่ นอกจากจะได้ลิ้มรสเครื่องเคียงปรุงเองทั้งสี่อย่างแล้ว ลุงแก้วยังสอนขั้นตอนการกินข้าวแช่แบบฉบับข้าวแช่แม่ศิริด้วย

นั่นก็คือให้เริ่มจากการกินกับก่อน แล้วค่อยช้อนข้าวกินตามเพื่อให้ได้รสชาติหวานเค็ม จากนั้นก็ซดน้ำตาม

ข้าวแช่แม่ศิริ

และอีกหนึ่งเหตุผลที่ขาดไม่ได้ก็คือราคาอันแสนย่อมเยา หากซื้อกินที่ร้าน ลุงแก้วขายเพียงชุดละ 25 บาท ถ้าซื้อกับบ้านก็ราคาเพียง 30 บาท ลุงแก้วบอกกับเราว่าเขาแทบจะไม่ได้ได้กำไรจากตรงนี้ แต่มันคือสิ่งที่เขารัก แล้วก็เป็นกุศลอย่างหนึ่งที่ได้แบ่งปันให้กับคนอื่น 

ไม่แปลกใจเลยจริง ๆ ที่ร้าน ‘ข้าวแช่แม่ศิริ’ จะยืนหยัดมายาวนานกว่า 70 ปี และก็ยังจะคงอยู่ต่อไปให้คนรุ่นหลังได้ลิ้มชิมรสข้าวแช่แบบโบราณในราคาเอื้อมถึง ใครที่ยังไม่เคยลอง เราขอแนะนำร้านนี้เลยค่ะ บอกได้คำเดียวว่าร้านนี้เขา

“เก๋าดี” 

สอบถามข้อมูลอื่นๆ หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

กรุณาสแกนคิวอาร์โค้ด หรือเพิ่มเพื่อนด้วยไอดีไลน์ @kaideeofficial