ส่องนิตยสารดังต้องอ่านที่เลิกผลิตแล้ว แต่ควรค่าแก่การเก็บ!

ส่องนิตยสารดังต้องอ่านที่เลิกผลิตแล้ว แต่ควรค่าแก่การเก็บ!

สรุปบทความ

ใครที่เคยผ่านยุครุ่งเรืองของนิตยสารมา มีนิตยสารในดวงใจกันบ้างไหมคะ ลองมาส่องนิตยสารปัง ๆ ในแต่ละช่วงปีที่เลิกผลิตไปแล้ว แต่ควรค่าแก่การเก็บกันดีกว่า จะมีนิตยสารอะไรบ้าง ไปดูกันเลย!

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันเป็นยุคที่สื่อสิ่งพิมพ์ที่เคยอยู่คู่ชีวิตประจำวันของเราอย่างนิตยสารแทบจะเรียกว่าตายจากกันไปแล้ว เด็ก ๆ น้อง ๆ วัยใสในยุคนี้อาจจะไม่ได้เคยผ่านช่วงบูมของนิตยสารมาก่อน 

หากย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน เราขอถือว่าตัวเองโตมาพร้อมกับนิตยสาร อยู่บ้านก็ได้อ่านขวัญเรือนจากอานิสงค์ความชอบของแม่ อยู่โรงเรียนก็ได้อ่าน I Like  ของเพื่อน ไปร้านทำผมก็ได้อ่านคู่สร้างคู่สม เรียกว่ามีนิตยสารอยู่ในทุกช่วงชีวิตประจำวันเลยทีเดียว

ด้วยความรักและคิดถึงนิตยสารเก่า ๆ ที่ไม่มีให้ได้อ่านสมัยนี้ เราเลยอยากชวนทุกคนย้อนกลับไปตามหานิตยสารดังยุค 90s ที่หาไม่ได้แล้วในปัจจุบัน ใครที่รู้ว่าสมัยก่อนนิตยสารขวัญใจสาว ๆ ในยุคนั้นจะเป็นเล่มไหน มีเนื้อหายังไง ไปดูกันเลยค่ะ

รวมนิตยสารที่เลิกผลิตถาวร หาอ่านไม่ได้แล้ว: 

สตรีสาร (พ.ศ. 2491 – พ.ศ. 2539)

หากพูดถึงนิตยสารผู้หญิงรุ่นบุกเบิกในตำนาน  เล่มที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ ‘สตรีสาร’ 

สตรีสารเป็นนิตยสารรายสัปดาห์พิมพ์สี่สี เปิดตัวขึ้นในปี พ.ศ.2491 โดยคุณเรวดี เทียนประภาส คุณแม่ของคุณแดง สุรางค์ เปรมปรีดิ์ อดีตผู้บริหารช่อง 7 และมีผู้ก่อตั้งร่วมเป็นอาจารย์นิลวรรณ ปิ่นทอง  

เนื้อหาของนิตยสารนี้จะรวบรวมเรื่องราวหลากหลายที่สาว ๆ ในยุคนั้นสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับแพทเทิร์นตัดเสื้อผ้า งานบ้านงานเรือน สุขภาพความงาม อาหาร เรื่องสั้น นวนิยาย และอีกมากมาย แต่จริง ๆ เนื้อหาโดยรวมไม่ได้แค่ให้ผู้หญิงอ่านอย่างเดียว สามารถอ่านได้ทุกเพศทุกวัยเลยทีเดียว

นิตยสารสตรีสารได้ปิดตัวลงเมื่อปี พ.ศ. 2539 หลังจากได้ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านและการแข่งขันสูงขึ้นระหว่างนิตยสารผู้หญิงด้วยกัน บวกกับคุณนิลวรรณผู้นั่งแท่นบรรณาธิการที่เริ่มชราและมีปัญหาสุขภาพ จึงตัดสินใจยุติการผลิตนิตยสาร ถือเป็นการปิดตัวนิตยสารผู้หญิงที่เคยมียอดขายสูงถึง 20,000 ฉบับ 

ลลนา (พ.ศ. 2516 – พ.ศ. 2538)

อีกหนึ่งตำนานของนิตยสารผู้หญิงที่โด่งดังในสมัยนั้นก็คือ ‘ลลนา’ 

นิตยสารผู้หญิงที่ก่อตั้งปี พ.ศ. 2516 ในเครือบีอาร์กรุ๊ป บรรณาธิการคือคุณสุวรรณี สุคนธ์เที่ยง นักเขียนมือฉมังเจ้าของผลงานนิยายที่นำไปทำเป็นละครมากมาย อาทิ น้ำพุ 

เนื้อหาในนิตยสารจะเน้นภาพลักษณ์ความเป็นผู้หญิงหัวก้าวหน้าทันสมัยที่เจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ทำให้มีคอลัมน์แซ่บ ๆ (เปรียบเทียบในสมัยนั้น) อย่างคอลัมน์หนุ่มลลนาที่จะรวบรวมภาพหนุ่มหน้าตาดีอวดหุ่นเฟิร์ม ๆ ซึ่งถือเป็นความฮือฮาในช่วงนั้นเลย พ่วงมากับเนื้อหาอื่น ๆ ที่มีอยู่ทั่วไปในนิตยสารผู้หญิง ทั้งแฟชัน อาหาร สุขภาพ 

กิมมิกของนิตยสารอีกอย่างที่โดดเด่นคือปกโดดเด่น เน้นความเปรี้ยว เฉี่ยว และโลเคชันถ่ายรูปที่แตกต่างไปจากนิตยสารส่วนใหญ่ช่วงนั้น เช่น เน้นถ่ายสตรีทแฟชัน 

ลลนาเริ่มเติบโตจนมาโด่งดังยุคทองที่สุดตอนช่วงปี พ.ศ. 2522 จนกลายเป็นต้นแบบของนิตยสารผู้หญิงรุ่นใหม่ในสมัยนั้น ทว่าเมื่อ พ.ศ. 2527 คุณสวรรณี สุคนธ์เที่ยง บรรณาธิการได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ฆ่าชิงทรัพย์ ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบริหาร หลังจากเปลี่ยนมือผู้บริหาร ลลนาก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นเน้นโฆษณาและยอดขายมากขึ้น จนในที่สุดก็ต้องอำลาแผงในปี พ.ศ.2538 

เปรียว (พ.ศ. 2524 – พ.ศ. 2558)

เปรียว นิตยสารแฟชันผู้หญิงแสนเปรี้ยวสุดทันสมัยแห่งยุคนั้น เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2524 ความโดดเด่นของเปรียวคือการถ่ายแฟชันที่มีความแปลกแหวกสไตล์จนได้ชื่อว่าเป็นผู้นำแฟชันในยุคนั้นเลยทีเดียว 

นอกจากเรื่องเนื้อหาและคอนเซปต์แล้ว การเย็บรูปเล่มก็เป็นการเย็บแบบมุงหลังคา ไม่มีสันปก ซึ่งถือว่าเป็นการเย็บรูปเล่มแบบใหม่ในช่วงนั้น 

เนื้อหาเน้นนำเสนอไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจ เทรนด์แฟชัน ความงาม และเรื่องราวที่เกี่ยวกับผู้หญิง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนิตยสารที่อยู่คู่หญิงไทยมาอย่างยาวนานถึง 35 ปี จนกระทั่งเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านจากสื่อสิ่งพิมพ์สู่ยุคดิจิทัล เปรียวจึงต้องพ่ายแพ่ให้กับโลกอินเทอร์เน็ต และปิดตัวไปในที่สุด 

เธอกับฉัน (พ.ศ.2526 พ.ศ. 2555)

ขยับจากนิตยสารแฟชัน มาพูดถึงนิตยสารวัยรุ่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้อย่าง ‘เธอกับฉัน’ กันบ้าง เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2526 เนื้อหาเน้นเอาใจทาร์เก็ตกรุ๊ปแบบเต็มสตรีม 

ตลอดเวลาที่อยู่บนแผง นิตยสารเธอกับฉันก็มีการปรับเปลี่ยนคอนเทนต์อยู่ตลอดเวลาไปตามการเปลี่ยนแปลงบรรณาธิการ โดยรวมแล้วมีบรรณาธิการที่นั่งแท่นบริหารนิตยสารเล่มนี้จวบจนกระทั่งปิดตัวถึง 8 คน เนื้อหาช่วงแรกเน้นสัมภาษณ์ดารานักร้อง เรื่องแฟชัน นิยาย และเรื่องสั้น 

เมื่อถึงยุคพจน์ อานนท์ ขึ้นเป็นบรรณาธิการ ได้เพิ่มคอลัมน์เกี่ยวกับดารานักร้องต่างประเทศเข้ามา และมีการเพิ่มโฆษณามากขึ้น

‘เธอกับฉัน’ ปิดตัวลงในปี พ.ศ.2555 หลังจากผ่านการเปลี่ยนแปลงมากว่าหลายยุคหลายสมัย แต่เชื่อว่านิตยสารเล่มนี้คงอยู่ในใจใครหลายคน 

I Like (พ.ศ.2544 พ.ศ.2559)

มาถึงนิตยสารขวัญใจวัยใสที่อยู่คู่ห้องเรียนเด็กมัธยมในยุคนั้นอย่าง I Like กันดีกว่า ใครทันขอให้ยกมือขึ้นแล้วรู้ไว้ว่าเราคือเพื่อนกัน!

ต้องบอกว่ายุคนั้นสาวมัธยมต้นปลายไปจนถึงมหาวิทยาลัยต้องรู้จัก! I Like ถือเป็นนิตยสารวัยรุ่นยอดฮิตที่ทำยอดขายดีอันดับหนึ่งในช่วงที่ครองแผง เปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2544 

อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าเป็นนิตยสารที่สาว ๆ วัยใสต้องรู้จัก เพราะฉะนั้นเนื้อหาหลัก ๆ ในเล่มก็จะเน้นเสิร์ฟกลุ่มเป้าหมายแบบเน้น ๆ อัดแน่นด้วยในหลากหลายด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์ ความรัก เอนเตอร์เทนเมนต์ทั้งดารานักร้องไทยและเทศฮอต ๆ  โดยเฉพาะเหล่าไอดอลเกาหลีที่บูมมาก ๆ ตั้งแต่ช่วงนั้น 

และคอนเทนต์จุดขายของ I Like อีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการดูดวงหลากหลายรูปแบบที่จะมีกิมมิกพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการดูดวงพร้อมแนะนำไอเทมเสริมดวงน่ารัก ๆ และการทำนายดวงเด่นในแต่ละตลอดช่วงครึ่งเดือนนั้น 

สรุปท้ายบทความ

ในยุคนี้ที่เราอยากเสพงานเขียนหรือคอนเทนต์แบบไหน แค่เสิร์ชออนไลน์แก๊กเดียวก็ได้อ่านครบหมดทุกเรื่อง บางทีก็อดคิดถึงฟีลย้อนวัยไปช่วงเด็ก ๆ ที่ยังเป็นยุครุ่งเรืองของนิตยสารอยู่ พอมานั่งย้อนกลับไปไกลกว่านั้น 

แต่ละช่วงปีก็จะมีนิตยสารดัง ๆ ที่เป็นขวัญใจคนในช่วงนั้นเหมือนกัน อาทิ ยุคคุณแม่ ๆ เรา ถ้านึกถึงนิตยสารผู้หญิงสักฉบับสองฉบับก็คงต้องเป็นสตรีสาร ลลนา หรือจะเป็นนิตยสารที่สาว ๆ เจนวายน่าจะทันกันอย่าง I Like ซึ่งแต่ละฉบับก็มีเสน่ห์และเอกลักษณ์ในตัวเองแตกต่างกันไป 

ใครที่คิดถึง อยากไปหามาอ่านหรือเก็บสะสม แอบกระซิบเบา ๆ ว่า kaidee ยังมีนิตยสารมือสองที่ไม่ได้ผลิตแล้ว แรร์ไอเทมสุด ๆ ขายอยู่ด้วย ใครสนใจไปตามส่อง ตามเอฟมาอ่านเพลิน ๆ กันได้เลยค่า

สอบถามข้อมูลอื่นๆ หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

กรุณาสแกนคิวอาร์โค้ด หรือเพิ่มเพื่อนด้วยไอดีไลน์ @kaideeofficial