10 ถนนสวยๆ ในประเทศไทย สายรักรถต้องไปสักครั้ง

Property Specialist

10 ถนนสวยๆ ในประเทศไทย สายรักรถต้องไปสักครั้ง

ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เราถูกเจ้าโควิดกักบริเวณไม่ให้เดินทางไปไหนจนใจเฉา ตอนนี้สถานการณ์ต่างๆ เริ่มดีขึ้น ลองหาเวลาพักผ่อนให้ตัวเองและคนที่คุณรักดูบ้าง ยิ่งช่วงกลางฤดูฝนใกล้ฤดูหนาวแบบนี้ ถือเป็นช่วงฮอตฮิตเหมาะกับการออกไปสำรวจโลกกว้าง

หากใครยังกังวลไม่อยากเที่ยวที่ๆ มีคนเยอะ หรือใช้ระบบคมนาคมสาธารณะร่วมกับคนหมู่มาก การขับรถเที่ยวเป็นทางออกที่ตอบโจทย์สุด ได้ทั้งความสะดวกและสบายใจ ซึ่งวันนี้เรามี 10 ถนนสวยๆ ในประเทศไทยเหมาะกับการขับรถเที่ยวมาฝากกัน

1.ทางหลวงหมายเลข 106 ถนนต้นยาง-เชียงใหม่ลำพูน

10-Scenic-Roads-Chanthaburi
Credit : https://thailandtourismdirectory.go.th/

ตลอดระยะทาง 10 กิโลเมตร บนถนนทางหลวงหมายเลข 106 จาก อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เชิงสะพานนวรัตน์ไปจนถึง ต.หนองหอย จ.ลำพูน เราจะพบกับความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอันสวยงามของต้นยางสูงใหญ่กว่า 1,500 ต้น ที่ปลูกเรียงรายตลอดสองข้างทาง

ทั้งนี้หากสังเกตดีๆ จะเห็นได้ว่า พอพ้นเขตเชียงใหม่แล้ว จากต้นยางจะกลายเป็นต้นขี้เหล็กเข้ามาแทน นับเป็นการแบ่งเขตจังหวัดที่ใช้ธรรมชาติเข้ามาเป็นตัวช่วย

ส่วนที่มาของต้นยางเหล่านั้น มาจากหลวงเจ้าพระยาสุรสีหวิสิษฐ์ศักดิ์ ข้าหลวงคนแรกของมณฑลพายัพ ได้นำต้นยางนาและต้นขี้เหล็กหลายพันต้น เข้ามาให้ชาวบ้านช่วยกันปลูกตลอดแนวถนนเชียงใหม่-ลำพูน ซึ่งต้นยางลำต้นใหญ่สุดเท่าที่เราเห็นอยู่นี้ ในประเทศมีให้เห็นแค่ที่นี่เท่านั้น จึงไม่แปลกที่หลายๆ คนจะยกให้ถนนเส้นนี้เป็นหนึ่งในถนนสายโรแมนติกและร่มรื่นมากสุดในไทย

พิกัด : ถนนเชียงใหม่-ลำพูน (ต้นยางใหญ่สองข้าง) ต.ยางเนิ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ 
หรือ https://goo.gl/maps/FBa6iftZ2SLuhkhK7

2.ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต-จันทบุรี

Credit : https://thai.tourismthailand.org

ถนนเลียบชายทะเลที่มีความยาวมากสุดในประเทศไทย (ประมาณ 100 กิโลเมตร) เริ่มต้นเส้นทางจากชลบุรี ระยอง จันทบุรี ก่อนไปสุดที่ตราด โดยจุดยอดนิยมที่ได้ชื่อว่าสวยงามนั้น อยู่ระหว่างปากน้ำประแส จ.ระยองไปสิ้นสุดยังจุดชมวิวเนินนางพญา บริเวณชายหาดคุ้งวิมาน จ.จันทบุรี

ถนนเพื่อการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลระดับสากลอย่างยั่งยืน (Scenic Route) แห่งแรกของไทย ทั้งยังมีทัศนียภาพที่สวยงามที่สุดในภาคตะวันออก

หากคุณอยากได้ฟีลขับรถเที่ยว กินลมชมทะเลกับเพื่อนสบายๆ รายล้อมด้วยวิวทะเลและภูเขาสุดลูกหูลูกตา มาที่นี่รับรองไม่ผิดหวัง ได้ทั้งเดินเล่นรับลมริมหาดคุ้งวิมาน หรือจะขึ้นเขาดูพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวเจดีย์บ้านหัวแหลม
ก็โรแมนติกไม่น้อย ที่สำคัญตลอดเส้นทางมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจจำนวนมาก รวมทั้งเส้นทางปั่นจักรยานอีกด้วย

พิกัด : เริ่มตั้งแต่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี แล้วไปยังทางหลวงหมายเลข 3161 (สุขุมวิท-อ่าวไข่) 
วิ่งเลียบชายฝั่งทะเลไปเรื่อยๆ และสุดทางที่บ้านแหลมสิงห์ จ.จันทบุรี 
หรือ https://goo.gl/maps/GmWkUffNYNyeiqwe7

3.ทางหลวงหมายเลข 12 เขาค้อภูทับเบิก-เพชรบูรณ์

10-Scenic-Roads-Phetchabun
Credit : https://thai.tourismthailand.org

หลายครั้งที่ความสวยงามมักแลกมาด้วยความยากลำบาก เส้นทางนี้ค่อนข้างปราบเซียนอยู่ไม่น้อย ด้วยภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูง ทำให้จำนวนโค้งค่อนข้างเยอะและลาดชัน ยิ่งถ้ามาช่วงหน้าฝนต้องใช้ความระวังในการขับเป็นพิเศษ

ทว่าระหว่างทางเราจะได้พบกับรางวัลทางธรรมชาติสุดล้ำค่า “ท้องฟ้า ภูเขา และทะเลหมอก” จะออกมาต้อนรับผู้มาเยือนแบบในระยะประชิด งดงามราวกับสวรรค์บนดิน

ตลอดเส้นทางยังมีสถานที่ท่องเที่ยวให้เราเพลิดเพลินได้แบบไม่มีเบื่อ ทั้งร้านกาแฟ หมู่บ้านชาวเขา วัด ร้านอาหาร ฯลฯ หรือจะขับลุยขึ้นไปกางเตนท์นอนต่อชิลๆ ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า หรือภูทับเบิก ก็ถือเป็นอีกทริปน่าสนใจไม่น้อย

พิกัด : ถนนหลวงหมายเลข 12 เขาค้อภูทับเบิก-เพชรบูรณ์ 
หรือ https://goo.gl/maps/sPmktBYicmM7yvqG7

4.ทางหลวงชนบทหมายเลข 4009 ดอยแม่อูคอ-แม่ฮ่องสอน

10-Scenic-Roads-maehongsorn
Credit : Amazingthaitour

เส้นทางนี้เหมาะกับการมาขับรถเที่ยวในฤดูหนาว ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมของทุกปี เหล่าดอกบัวตองจะพากันอวดโฉม โชว์ความงามเหลืองอร่ามไปทั่วดอยแม่อูคอ ซึ่งที่นี่ถือเป็นทุ่งดอกบัวตองขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยพื้นที่กว่า 500 ไร่

ฉะนั้นความอลังการไม่ต้องพูดถึง มองไปทางไหนก็ชื่นใจ เรียกว่าสวยจนแทบหยุดหายใจ ซึ่งหนึ่งปีมีให้เห็นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ขึ้นชื่อว่าแม่ฮ่องสอนแล้วการันตีได้เลย ว่าเส้นทางไม่ธรรมดาแน่นอน ต้องฝ่าฟันลุยไปหลายพันโค้งอยู่เหมือนกัน แต่ขอให้มั่นใจว่า ปลายทางที่รอเราอยู่นั้นแสนคุ้มค่าอย่างยิ่ง นอกจากจะเพลินไปกับความงามของดอกไม้แล้ว ยังเที่ยวอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ หรือโครงการหลวงขุนวางต่อได้อีกด้วย

พิกัด : ทางหลวงชนบท 4009 ดอยแม่อูคอ-แม่ฮ่องสอน 
หรือ https://goo.gl/maps/Mouijk7S2ofqpTum9

5.ทางหลวงหมายเลข 1178 ดอยอ่างขาง-เชียงใหม่

10-Scenic-Roads-Doi-Ang-Khang
Credit : http://www.tourismchiangmai.org/

ต่อกันที่อีกหนึ่งถนนสวยๆ ของภาคเหนือ ทางหลวงหมายเลข 1178 หรือรู้จักกันดีในนาม “เส้นทางขึ้นดอยอ่างขาง” โดยไฮไลต์ของถนนเส้นนี้คือ ดอกพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทย ที่พากันออกดอกคึกคักในช่วงฤดูหนาวของทุกปี ตลอดสองข้างทางจะถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูอันสดใส และบางช่วงหนาแน่นมาก เสมือนซุ้มดอกไม้เหมือนมีใครเอามาจัดวาง

ที่สำคัญถนนแห่งนี้ยังดีงามอยู่ที่มีอากาศเย็น 15-17 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี หากไม่ได้มาช่วงดอกพญาเสือโคร่งบาน ก็ไม่ถือว่าเสียเที่ยวแต่อย่างใด แค่มาสูดออกซิเจนให้เต็มปอดก็ชื่นใจแล้ว นอกจากนี้ยังมีที่เที่ยวอีกเพียบ ทั้งแปลงผลไม้เมืองหนาว สวนดอกไม้ต่างๆ หรือใครที่อยากเรียนรู้วิถีชุมชน จะแวะเที่ยวหมู่บ้านชาวเขาก็ย่อมได้

พิกัด : จากเชียงใหม่วิ่งมาตามทางหลวงหมายเลข 107 จนถึง อ.เชียงดาว 
จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่แยกเมืองงาย เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1178 เพื่อขึ้นดอยอ่างขาง 
หรือ https://goo.gl/maps/ZfZ7ChpYp7HHGH5w9

6.ทางหลวงชนบทหมายเลข 4099 อ่างเก็บน้ำบางพระ-ชลบุรี

Bang Phra Reservoir
Credit : https://thai.tourismthailand.org/

ขึ้นเขาลงห้วยเที่ยวถนนสวยๆ ทางภาคเหนือมากันเยอะแล้ว ทีนี้ขยับมาใกล้กรุงเทพกันบ้าง ใครจะรู้ว่าชลบุรีเองมีถนนรอบอ่างเก็บน้ำบางพระ อันขึ้นชื่อเรื่องความร่มรื่นของต้นไม้นานาพันธุ์ และทัศนียภาพที่งดงามริมสันเขื่อน ตลอดจนความสวยของ “ดอกเสลา” ซึ่งจะเผยโฉมสีม่วงชมพู ให้เราเห็นทุกปลายเดือนกุมภาพันธ์

นอกจากจะมีวิวทิวทัศน์แสนสบายตาสบายใจแล้ว ถนนสายนี้ยังเป็นเส้นทางยอดฮิตของบรรดานักปั่นจักรยาน และความที่สิ่งแวดล้อมบริเวณนี้อุดมสมบูรณ์ แถมอากาศก็ดี

ที่นี่จึงกลายเป็นแหล่งรวมนกหายาก ซึ่งบรรดาคนรักนกทั้งหลายโปรดปรานเป็นพิเศษ ทั้งยังมีกิจกรรมผ่อนคลายอื่นๆ ทั้งล่องเรือ เล่นน้ำ ชมพระอาทิตย์ตก หรือใครจะนั่งกินส้มตำแซบๆ เพิ่มพลังก็ได้

พิกัด : ทางหลวงชนบทหมายเลข 4099 อ่างเก็บน้ำบางพระ 
หรือ https://goo.gl/maps/qRqN7zRnTUEBhzDd8

7.สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (สะพานเอกชัย)-พัทลุง

10-Scenic-Roads-Commemorative-Road
Credit : https://www.facebook.com/PhatthalungToday

ด้วยความยาว 14 กิโลเมตร ทำให้สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาหรือ “สะพานแห่งความสุข” คว้าตำแหน่งสะพานที่ยาวสุดในประเทศไทยไปครองแบบไร้คู่แข่ง ทำหน้าที่เชื่อมระหว่าง จ.สงขลาและ จ.พัทลุงเข้าด้วยกัน

นอกจากวิวทะเลสาบอันงดงามตลอดสองฝั่งสะพานแล้ว เราอาจจะได้เห็นวิถีชีวิตชาวบ้านอันแสนเรียบง่าย สัตว์ท้องถิ่นอย่างควายน้ำและนกนานาชนิด จึงไม่แปลกใจที่หลายๆ คนจะขนานนามว่าเป็น สะพานแห่งความสุข

ระหว่างทางเราสามารถแวะจอดรถตามไหล่ทาง เพื่อชมวิวสวยๆ หรือจะแอคท่าถ่ายรูปก็ได้ ทั้งนี้ใครเป็นสายนักปั่น ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเส้นทางสุดยอดเยี่ยม ส่วนชื่อ “สะพานเอกชัย” ซึ่งชาวบ้านเรียกติดปากนั้น มาจากนักร้องลูกทุ่ง “เอกชัย ศรีวิชัย” นั่นแหละค่ะ เพราะระหว่างการก่อสร้าง เขามาเปิดคอนเสิร์ตสมทบทุนสร้างสะพานดังกล่าว ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

พิกัด : สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง 
หรือ https://goo.gl/maps/xGkTaJswd5Ze8qsf7

8.ทางหลวงหมายเลข 1256 อุทยานแห่งชาติดอยภูคา-น่าน

10-Scenic-Roads-Doi-Phu-Kha
Credit : http://www.doh.go.th/

เส้นทางสุดหฤหรรษ์ที่พาเราเดินทางจาก อ.ปัว สู่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จ.น่าน ตลอดระยะทางของ “ถนนลอยฟ้า” เส้นนี้จะค่อยๆ ไต่ระดับความสูงขึ้น จากที่ราบสู่สันเขาอันสลับซับซ้อน ก่อนเดินทางขอให้เตรียมใจกับโค้งจำนวนมากให้ดี เนื่องจากเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยหุบเขาน้อยใหญ่ และแน่นอนว่าย่อมแลกมาด้วยวิวทิวทัศน์อันสวยงาม

ยิ่งถ้าเรามาช่วงปลายฝนต้นหนาว จะเห็นสัมผัสได้ถึงความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแบบใกล้ชิด ม่านหมอกที่ลอยปกคลุม กลิ่นชื้นของดินและหญ้าอันแสนสดชื่น วิวทุ่งนาสลับทุ่งหญ้าอันเขียวขจี ไหนจะอากาศสดชื่นเย็นกำลังดี เรียกว่ามารับพลังบริสุทธิ์จากธรรมชาติที่แท้จริง

พิกัด : ทางหลวงหมายเลข 1256 (เส้นทางสาย อ.ปัว- อ.บ่อเกลือ) จ.น่าน 
หรือ https://goo.gl/maps/jUFoMc9SrT7fNMSR7

9.ทางหลวงหมายเลข 1148-น่าน พะเยา

10-Scenic-Roads-Nan-Phayao
Credit : Twitter-Amazing Thailand

จ.น่าน นอกจากจะมีทางหลวงหมายเลข 1256 เป็นถนนสวยเอาใจขาเที่ยวแล้ว ยังมีอีกหนึ่งถนน Scenic Route ชื่อดัง คอยเชื่อมระหว่าง อ.ท่าวังผา จ.น่าน และ อ.เชียงคำ จ.พะเยา แล้วยังเป็นหนึ่งในทางหลวงที่ได้ชื่อว่า “โรแมนติก” เอามากๆ ท่ามกลางเส้นทางอันคดเคี้ยว ขึ้นเขาสลับกับทางราบ ทว่ารายล้อมด้วยธรรมชาติสีเขียวอันตระการตา

ใครที่เพิ่งเริ่มขับรถเที่ยว แนะนำให้เริ่มต้นด้วยเส้นทางนี้จะสบายใจหน่อย (ระยะทาง 113 กิโลเมตร) เพราะด้วยเส้นทางที่ขับง่ายกว่าเส้นทางขึ้นเขาอื่นๆ แถมรถค่อนข้างน้อย แวะถ่ายรูปง่าย เนื่องจากคนยังไม่นิยมรูทนี้สักเท่าไหร่ และถ้าโชคดีมาตรงกับช่วงที่มีทะเลหมอก ถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลชีวิตเลยนะคะ

พิกัด : ทางหลวงหมายเลข 1148 (ท่าวังผา-เชียงคำ) อ.ท่าวังผา จ.น่านและ อ.เชียงคำ จ.พะเยา 
หรือ https://goo.gl/maps/6Uidn9P7rLDCLt7bA

10.ทางหลวงหมายเลข 3502 สามชุก-สุพรรณบุรี

10-Scenic-Roads-Suphan-Buri
Credit : http://www.doh.go.th/

ปิดท้ายกับถนนสายดอกไม้ “ตาเบบูญ่า” หรือ “เหลืองปรีดียาธร” หนึ่งในเส้นทางชมธรรมชาติที่อยู่ไม่ไกลกรุงเทพ ขับรถเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง ความพิเศษของถนนทางหลวงหมายเลข 3502 นั้น คุณจะได้เพลิดเพลินกับความงามของดอกตาเบบูญ่าตลอดสองข้างทาง มองไปทางไหนก็ละลานตาไปด้วยสีเหลืองอร่ามอันแสนสดใส

ระยะทางกว่า 6 กิโลเมตร ไล่ไปตั้งแต่หน้าวัดสุวรรณตะไล อ.สามชุกเป็นต้นไป ซึ่งใน 1 ปีจะมีความเก๋แค่เดือนมีนาคมและเมษายนเท่านั้น แถมต้องรีบมาด้วยนะคะ เจ้าดอกนี้จะบานเพียง 1-2 สัปดาห์เท่านั้น

พิกัด : ทางหลวงหมายเลข 3502 อ.สามชุก-อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี 
หรือ https://goo.gl/maps/FaTxz5V36svWbqoV8

สรุปท้ายบทความ

เมืองไทยเองมีถนนสวยๆ ทัศนียภาพงดงามไม่แพ้ต่างประเทศ ลองเปิดใจเลือกสักหนึ่งเส้นทาง พาคนที่เรารักเดินทางและใช้เวลาดีๆ ไปด้วยกัน มั่นใจได้ว่าจะเป็นอีกความทรงจำที่น่าประทับใจไปตลอดชีวิต แค่นึกถึงก็ทำให้เรายิ้มได้ ที่สำคัญอย่าลืมหาพาหนะคู่ใจดีๆ สักคัน ที่จะพาเราลุยไปได้ทุกที่ทุกเส้นทาง เพียงแค่กดเข้ามาใน Kaidee รับรองว่ามีตัวเลือกเจ๋งๆ ให้เปรียบเทียบราคาจำนวนมาก

สอบถามข้อมูลอื่นๆ หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

กรุณาสแกนคิวอาร์โค้ด หรือเพิ่มเพื่อนด้วยไอดีไลน์ @kaideeofficial