ตรวจเช็กรถ แบบง่าย ๆ ที่ทำได้ด้วยตัวเอง

Property Specialist

ตรวจเช็กรถ แบบง่าย ๆ ที่ทำได้ด้วยตัวเอง

สรุปบทความ

หลาย ๆ คนคงคิดว่าการตรวจเช็กรถคงเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก แต่หารู้ไม่ว่าเราสามารถเช็กสภาพรถเบื้องต้นด้วยตัวเองได้แบบง่าย ๆ ไม่ต้องเข้าอู่เลยล่ะ !

เชื่อได้เลยว่า รถคงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับใครหลายคนในการเดินทางในชีวิตประจำวัน แต่ยิ่งใช้รถบ่อยแค่ไหนรถก็ยิ่งเสื่อมโทรมลงไป ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยเราจึงควรจะตรวจเช็กสภาพรถเป็นประจำ และวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการ ตรวจเช็กรถ แบบง่าย ๆ ที่ทำได้ด้วยตัวเอง แบบไม่ต้องไปไกลถึงอู่ !

ต้อง ตรวจเช็กรถ ส่วนไหนบ้าง ?

น้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของรถยนต์ทุกชนิดเลยก็ว่าได้ น้ำมันเครื่องมีประโยชน์ในการช่วยลดแรงเสียดทานในตัวเครื่องยนต์รถ ดังนั้นเมื่อน้ำมันเครื่องของเราไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดการสกปรกของเครื่องยนต์จากการทำงานหนักเกินไป และส่งผลถึงน้ำมันที่สิ้นเปลืองอีกด้วย เราจึงควรตรวจเช็กระดับของน้ำมันเครื่องภายในรถยนต์ให้อยู่ในระดับที่พอดีเสมอ

โดยขั้นตอนในการเช็กน้ำมันเครื่องนั้นจำเป็นจะต้องจอดรถให้อยู่ในระดับที่แบนราบเพื่อความแม่นยำในการวัด ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องที่อยู่ในกระโปรงรถ เช็ด แล้วใส่กลับไปที่เดิมเพื่อวัดระดับน้ำมันเครื่องภายในรถ และดึงออกมาอีกครั้งเพื่ออ่านผล ถ้าน้ำมันอยู่ในระหว่างตัว F และ L หรือ Max และ Min แสดงว่าน้ำมันเครื่องอยู่ในระดับปกติ และให้สังเกตสีน้ำมันเครื่องว่ามีสีดำผิดปกติหรือไม่

ละรู้ไหมว่ารถแต่ละแบบก็น้ำมันกันคนละประเภท ซึ่งถ้าใครยังไม่รู้ก็สามารถเข้าไปอ่านบทความ ข้อควรรู้ ! รถแบบไหน ควรเติมน้ำมันอะไร เพิ่มเติมได้

ตรวจเช็กรถ น้ำมันเครื่อง
ตรวจเช็กรถนขอบคุณรูปจาก: StockSnap

น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ

ด้วยการทำงานของรถยนต์ที่มีการเสียดสีกันภายในตัวเครื่อง ทำให้น้ำมันเกียร์เป็นน้ำมันที่ช่วยหล่อลื่นเกียร์ในรถยนต์ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง ส่วนการวัดระดับน้ำมันเกียร์จะแบ่งออกเป็น 2 ระดับคือ ระดับ Cold ที่ใช้วัดในขณะที่ดับเครื่องมามากกว่า 2-3 ชั่วโมง และ ระดับ Hot ที่ใช้วัดขณะที่มีการสตาร์ตเครื่องยนต์มากกว่า 15 นาที ซึ่งการวัดระดับ Hot นั้นจะมีประสิทธิภาพในการวัดมากกว่า

ผู้วัดต้องมีการสตาร์ตรถในที่แบนราบ และเลื่อนเกียร์รถไปทุกตำแหน่ง ตำแหน่งละ 5 วินาที โดยเริ่มจาก P R N และอื่น ๆ ตามลำดับ แล้วจึงกลับมาที่ P จากนั้นทำการเปิดกระโปรงรถโดยไม่ต้องดับเครื่องยนต์ ปล่อยทิ้งไว้ 1-2 นาที แล้วดึงก้านวัดน้ำมันเกียร์ออกมาเช็ดทำความสะอาด ใส่กลับเข้าไป ดึงขึ้นมาอีกครั้งเพื่ออ่านค่า น้ำมันเกียร์ที่ดีควรอยู่ในระหว่าง E-F หรือ L-H ถึงจะถือว่าปกติ

ยางรถ

การตรวจเช็กยางรถยนต์ให้อยู่ในสภาพที่ดี มีลมยางและคุณภาพของยางในระดับที่ดีนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะที่การยางรถไม่มีลมมากพอและคุณภาพของยางที่เสื่อมสภาพลงนั้นจะทำให้เกิดผลกระทบต่อการเหยียบเบรกอย่างมีประสิทธิภาพได้ เพราะยางรถมีหน้าที่สำคัญในการลดแรงเสียดทานระหว่างพื้นถนนและรถยนต์นั่นเอง

วิธีการตรวจเช็กยางนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ ลมยาง และ ตัวยางรถยนต์ โดยการตรวจเช็กลมยางสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการสังเกตล้อทั้ง 4 ข้างว่ามีลักษณะปกติหรือไม่ ส่วนตัวยางให้สังเกตรอยฉีกขาด รั่ว หรือ สเปกยางรถยนต์ว่าตรงกับรถรุ่นนั้น ๆ หรือไม่

ระบบระบายความร้อน

เมื่อรถยนต์มีการทำงาน จะทำให้เครื่องยนต์เกิดการเผาไหม้ที่สูงมาก และถ้าหากไม่ได้มีการระบายความร้อนที่ดี ก็อาจเกิดผลเสียต่อระบบเครื่องยนต์ได้ จนอาจเกิดการแตกหัก กำลังเครื่องยนต์ลดลง หรือถึงขั้นเครื่องยนต์ดับได้ และส่วนประกอบที่สำคัญของการระบายความร้อนคงจะหนีไม่พ้น หม้อน้ำ ที่เป็นสาเหตุที่หลายคนพบเจอเมื่อเครื่องยนต์ดับ ซึ่งเราควรตรวจเช็กหม้อน้ำและส่วนอื่น ๆ ของการระบายความร้อนภายในรถยนต์ ดังนี้

ก่อนที่จะเริ่มทำการตรวจเช็กระบบระบายความร้อน เราต้องรอให้เครื่องยนต์เย็นลง แล้วเริ่มเช็กหม้อน้ำว่าน้ำยาในหม้ออยู่ในระดับที่พอดีและมีรอยแตกหรือไม่ แล้วจึงตรวจสอบสายพานต่าง ๆ ว่าอยู่ในสภาพดีหรือไม่ และทำการซ่อมแซมเบื้องต้นหากมีความผิดปกติใด ๆ

ระบบแอร์

การอยู่ในห้องโดยสารที่อากาศร้อนอบอ้าวคงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก เราจึงควรตรวจเช็กระบบแอร์ของรถยนต์แบบเบื้องต้นเพื่อให้รู้และแก้ไขทัน ไมว่าจะเป็น น้ำยาแอร์ ท่อ สายพาน และช่องแอร์ภายในรถโดยสาร

เริ่มจากการตรวจเช็กน้ำยาแอร์ว่ามีปริมาณน้อยเกินไปหรือไม่จากการสังเกตช่องใสว่ามีฟองอากาศหรือไม่ ถ้ามีหมายถึงน้ำยาแอร์เริ่มลดน้อยลงเกินไป ให้ทำการเติม พร้อมตรวจรอยรั่วของท่อแอร์ ความหย่อนยานสายพาน รวมถึงฝุ่นบริเวณช่องแอร์และแผ่นกรองเพื่อความสบายของคุณเอง

เบรก

เบรกเสีย ถือเป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพราะอย่างที่เรารู้กันว่า เบรกทำหน้าที่ในการชะลอความเร็วของรถ เบรกจึงมีความสำคัญที่สุดสำหรับการขับขี่รถยนต์ ดังนั้นการตรวจเช็กเบรกรถจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการขับขี่เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

โดยการสังเกตเบรกทำได้ง่าย ๆ จากความผิดปกติต่าง ๆ ได้แก่ เสียงดังอี๊ด เบรกสั่น เบรกแข็ง เบรกจม เบรกติด เบรกปัด เบรกเฟด หรือเบรกแตก นั่นแปลว่าจานหรือผ้าเบรกอาจชำรุด หาย และหมด

ระบบไฟ

ระบบไฟ ถือเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้เราสามารถรู้สถานะต่าง ๆ ของเครื่องยนต์อื่น ๆ ได้ดี รวมถึงทำให้รถคันอื่นบนท้องถนนได้เข้าใจถึงสถานะของรถยนต์ของเราได้ว่าต้องการเลี้ยว หยุด หรือถอยหลัง รวมถึงช่วยในการส่องแสงยามที่มีหมอกควันหรือตอนกลางคืนอีกด้วย การที่มีระบบไฟปกติจึงถือว่าเป็นหนึ่งสิ่งสำคัญในการขับขี่

ในการตรวจระบบไฟเราสามารถตรวจได้ตามจุดต่าง ๆ ด้วยตาเปล่า ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้ารถ ไฟท้ายรถ ไฟเลี้ยว ไฟสูง และไฟรถสำหรับภายนอก ส่วนภายในควรตรวจเช็กไฟที่แสดงสถานะของเครื่องยนต์ว่าทำงานปกติหรือไม่

ตรวจเช็กรถ ไฟ
ขอบคุณรูปจาก: PublicDomainPictures

แบตเตอรี่

ถ้าหากว่าคุณสตาร์ตรถนานผิดปกติกว่ารถยนต์จะติด นั่นอาจหมายถึงแบตเตอรี่ได้เสื่อมสภาพลงแล้ว เพราะแบตเตอรี่มีหน้าที่ในการป้อนกระแสไฟฟ้าให้ส่วนต่าง ๆ ภายในรถยนต์ หรือที่เรียกว่าเป็นกระแสไฟฟ้าสำรองให้กับรถยนต์นั่นเอง

ซึ่งการตรวจเช็กแบตเตอรี่แบบง่าย ๆ คือสังเกตความผิดปกติของการสตาร์ตเครื่องยนต์ว่าใช้เวลานานหรือไม่ หรืออาจทำการเช็กที่ตัวก้อนแบตเตอรี่ว่าระดับน้ำกรดอยู่ในระดับที่พอดีหรือไม่ ตัวแบตเตอรี่มีรอยร้าวไหม รวมถึงเช็ดทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่เพื่อป้องกันการระเบิด

ตรวจเช็กรถ แต่รถไม่ไหวแล้ว

นี่คือวิธีการ ตรวจเช็กรถ เบื้องต้นที่ทำได้ด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ ยังไม่ต้องรีบเข้าอู่รถ แต่ถ้ารถยนต์ของคุณเกิดความเสียหายหรือเสื่อมสภาพจนไม่สามารถซ่อมได้ ก็เข้ามาหารถคันใหม่ที่มีสภาพดี ๆ ได้ใน Kaidee Auto เพราะที่นี่มีรถยนต์สภาพดี ราคาคุ้มค่าให้คุณเลือกมากมายแน่นอน

สอบถามข้อมูลอื่นๆ หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

กรุณาสแกนคิวอาร์โค้ด หรือเพิ่มเพื่อนด้วยไอดีไลน์ @kaideeofficial