เกียร์ออโต้และเกียร์แมนนวลต่างกันอย่างไร มีวิธีขับยังไง

เกียร์ออโต้และเกียร์แมนนวลต่างกันอย่างไร มีวิธีขับยังไง

การขับรถในเบื้องต้นจำเป็นต้องรู้ว่า รถยนต์แต่ละประเภทนั้นจะมีการใช้เกียร์ที่แตกต่างกันออกไป วิธีเรียนรู้การขับของรถยนต์ที่ใช้เกียร์แตกต่างกันนั้น ก็จะต่างกันออกไปด้วย 

ดังนั้นก่อนจะเริ่มเรียนและตั้งเป้าว่าจะสอบใบขับขี่ ควรจะรู้ว่าตัวคุณเองอยากขับรถเกียร์แบบไหน หรือหากอยากขับทั้งสองแบบก็ควรจะรู้ว่าทั้งสองแบบมีข้อแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อความเข้าใจในการใช้เกียร์มากขึ้นนั่นเอง

ความแตกต่างของเกียร์ออโต้และเกียร์แมนนวล

เกียร์ออโต้ / เกียร์อัตโนมัติ

สำหรับเกียร์อัตโนมัติ ที่เราเรียกกันว่า เกียร์ออโต้ จะเป็นเกียร์ที่เห็นได้บ่อยในรถยนต์สมัยใหม่ เนื่องจากเทคโนโลยีที่พัฒนาเพื่อเพิ่มความง่ายให้แก่ผู้ขับขี่ รถยนต์ส่วนใหญ่จึงมักนิยมผลิตออกมาโดยให้เกียร์เป็นเกียร์หลักในการขับเคลื่อนรถยนต์ 

นอกจากความง่ายแล้ว ระบบการทำงานของเกียร์ออโต้ก็ไม่ได้มีความซับซ้อน และเสี่ยงเครื่องยนต์ดับเหมือนเกียร์ธรรมดา เกียร์ออโต้จะทำงาน โดยเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติที่คำนวณจากความเร็วและน้ำหนักบรรทุกของรถ เกียร์ออโต้แบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่

1.เกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์

ตัวคอนเวอร์เตอร์คือ ตัวส่งกำลังต่อจากเครื่องยนต์ไปยังระบบเกียร์ ซึ่งระบบแบบนี้จะเสียกำลังจากเครื่องยนต์มากกว่า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT  แต่ถึงอย่างนั้นด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนามาหลายรุ่น ทำให้ การสูญเสียกำลังเครื่องยนต์ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการขับขี่มากเท่าในอดีต

2.เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT

CVT (Continuously Variable Transmission) เป็นการเปลี่ยนเกียร์ชนิดอัตรากดแบบต่อเนื่อง การทำงานของเกียร์รุ่นนี้คือ การเปลี่ยนเกียร์โดยอัตโนมัติโดยไล่เกียร์ไปเรื่อย ๆ ตามรอบอัตราเร่งของตัวรถ โดยที่จะมีระบบคอยคำนวณความเหมาะสมให้เมื่อเทียบกับรอบความเร็ว ซึ่งจะทำให้คุณไม่รู้สึกถึงแรงกระตุกขณะเปลี่ยนเกียร์ ทั้งยังสามารถรักษาอัตรารอบของเครื่องยนต์ได้ดีอีกด้วย

เกียร์ธรรมดา / เกียร์แมนนวล

การทำงานของเกียร์ธรรมดา หรือเกียร์แมนนวล(Manual) นั้นเป็นเกียร์ที่ให้ผู้ขับเป็นคนกำหนดการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเอง โดยอิงจากอัตราเร่งของรถยนต์ที่ตนขับ ซึ่งหลายคนคงเคยได้ยินศัพท์คำว่า “เลี้ยงคลัทช์” ไม่เช่นนั้นรถจะดับ

สำหรับใครที่ขับเกียร์แมนนวล หรือเกียร์ธรรมดาควรรู้ไว้ว่า หากคุณไม่เลี้ยงคลัทช์ให้ดี นั้นอาจทำให้เครื่องยนต์ของคุณดับได้ การเลี้ยงคลัทช์ขนาดเปลี่ยนเกียร์ ไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่าก็ไม่ใช่เรื่องยากเสียเดียว 

หากคุณฝึกฝนและขับขี่ให้ชิน นั่นจะทำให้การขับรถเกียร์ธรรมดาง่ายขึ้น เพราะเมื่อคุณจับจังหวะการเปลี่ยนเกียร์และเลี้ยงคลัทช์ที่ถูกต้องได้ การเข้าเกียร์ก็เป็นเรื่องสนุก

เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของเกียร์ธรรมดาและเกียร์ออโต้

วิธีการทำงานของเกียร์ธรรมดาและเกียร์ออโต้ นั่นแม้จะไม่ได้มีความซับซ้อนมากเท่าไหร่ ทว่าวิธีการขับต่างหากที่เป็นตัวตัดสินความชอบของคุณต่อเกียร์แต่ละแบบ ก่อนจะไปถึงจุดตัดสินใจเลือกเกียร์ที่ใช่ เรามาลองดูข้อดีข้อเสียของเกียร์แต่ละแบบกันดีกว่า ว่าแต่ละเกียร์มีจุดเด่นและข้อด้อยอะไรบ้าง

ข้อดีของเกียร์ออโต้ 

1. ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ตามความเร็ว

เนื่องจากมีระบบอัตโนมัติในการคำนวณอัตราเร่งของรอบความเร็ว ทำให้การเปลี่ยนเกียร์ของเกียร์ชนิดนี้ ไม่ต้องพึ่ง “คน” ในการเปลี่ยนเพื่อเพิ่มรอบความเร็ว หรือลดเกียร์ลงให้เหมาะสมกับการขับขี่ ทำให้เมื่อขับขี่คุณสามารถเข้าเพียงเกียร์เดียว และขับต่อไปได้ยาว ๆ สมชื่อของคำว่า เกียร์อัตโนมัติ

2. ขับขี่ได้ง่าย

หากคุณเป็นผู้เริ่มต้นขับขี่รถยนต์ เกียร์ออโต้คือหนึ่งในคำตอบที่ดีและง่ายสำหรับทุกเพศทุกวัย เพราะเป็นเกียร์ที่ไม่ต้องใช้ทักษะในการเปลี่ยนเกียร์ หรือเลี่ยงคลัทช์ เพียงแค่เข้าเกียร์เดินหน้าและถอยหลัง ก็สามารถขังรถยนต์ได้แล้ว 

3. ไม่ต้องเลี้ยงคลัทช์

การเลี้ยงคลัทช์คือสิ่งที่ผู้ขับรถยนต์เกียร์ธรรมดาจะต้องเจอ คลัทช์คือสิ่งสำคัญที่ใช้ในการเปลี่ยนเกียร์เพื่อเพิ้่มหรือลดรอบอัตราเร่งของรถ ทว่าหากเปลี่ยนไม่ถูกก็จะเสี่ยงกับอาการรถดับกลางทาง แต่เมื่อรถยนต์คันนั้นกลายเป็นเกียร์ออโต้ ปัญหาเหล่านี้ก็ได้หมดไป

4. ประหยัดกว่าหากรถติด

ถ้าคุณต้องเผชิญหน้าการจราจรที่ติดขัดในทุก ๆ วัน ข้อแรกที่เกียร์ออโต้จะทำให้คุณสบายขึ้นคือ การที่คุณไม่ต้องคอยเหยียบคลัทช์ และระแวงว่ารถยนต์จะดับหรือไม่ ทั้งนี้การที่ไม่ต้องเลี้ยงคลัทช์ตลอดทำให้คุณสามารถประหยัดน้ำมันใส่วนนั้นไปได้อีกด้วย

5. เทคโนโลยีใหม่ ๆ

เทคโนโลยีใหม่ ๆ ก็มักจะถูกพัฒนามาเพื่อสอดคล้องไปกับ เกียร์ออโต้ที่รถยนต์รุ่นใหม่ในปัจจุบันใช้เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อน ยกตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HAS) ที่เมื่อคุณอยู่บนทางลาดจะทำให้รถของคุณไม่ไหล ทั้งยังสามารถออกตัวได้ดั่งใจ เพียงเหยียบแป้นคันเร่ง

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคุณต้องการกลับรถ ก็สามารถเร่งเครื่องเพื่อให้ตัวรถพุ่งทะยานด้วยความเร็วในการกลับได้เกือบทันที ไม่ต้องรอการเหยียบคลัทช์เพื่อเปลี่ยนเกียร์แต่อย่างใด

ข้อเสียของเกียร์ออโต้ 

1. ค่าใช้จ่ายในการดูแล

แม้ข้อดีของเกียร์ออโต้จะมีหลากหลายข้อ แต่แน่นอนว่าความสะดวกสบายก็ต้องตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่แพงมากขึ้น อย่างผ้าเบรกที่ถูกใช้ไปแบบมหาศาล ก็ต้องขยันนำมาเข้าศูนย์เพื่อเปลี่ยน ด้วยเกียร์ออโต้ไม่มีการปรับเกียร์เพื่อชะลอความเร็วอย่างเกียร์ธรรมดาที่สามารถควบคุมได้ ทำให้ต้องคอยเบรกบ่อย ๆ สิ้นเปลืองผ้าเบรกนั่นเอง

2. อายุการใช้งานไม่ยาว

ในการใช้เกียร์ออโต้ หากใช้เกียร์อย่างหนักหน่วง มาก ๆ ชนิดว่าลากรอบเครื่องสูงบ่อย เกียร์ออโต้จะมีโอกาสพังง่าย เพราะว่าตัวเกียร์นั้นไม่ได้ทนทาน และทำออกมาเพื่อรองรับการเร่งเครื่อง หรือสมรรถนะที่แรงเกินกว่าที่กำหนดไว้

ข้อดีของเกียร์แมนนวล / เกียร์ธรรมดา 

1. สามารถใช้ระบบ Engine Brake ตอนฉุกเฉิน

รถยนต์เกียร์ออโต้ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น พอคุณต้องการจะลดความเร็วลง นอกจากการเหยียบเบรกแล้ว ต้องรอรอบทดเกียร์ให้กลายเป็นเกียร์ต่ำ ในระหว่างนั้นคุณจะต้องประคองรถให้ดี แต่ถ้าเป็นรถที่ใช้เกียร์ธรรมดา เราสามารถใช้การเปลี่ยนเกียร์ต่ำ เพื่อให้เครื่องยนต์ลดรอบและเกิดการชะลอ ทว่าการทำแบบนี้ควรมีทักษะในระดับหนึ่ง

2. ความทนทานที่มีมากกว่า

เกียร์ธรรมดาเป็นเกียร์ที่มีฟังก์ชันการออกแบบไม่ซับซ้อน อายุการใช้งานจึงนานกว่าเกียร์ออโต้อยู่หลายเท่า แค่เปลี่ยนอุปกรณ์เกี่ยวกับคลัช ก็สามารถขับขี่และใช้งานรถยนต์ได้เป็นปกติ ต่างกับเกียร์ออโต้ที่มีขั้นตอนการดูแลที่ยิบย่อยกว่า 

3. ขับขี่ได้ดั่งใจด้วยสมรรถนะที่ดีกว่า

อย่างที่ได้กล่าวไปว่า เกียร์ธรรมดาสามารถขับขี่และเปลี่ยนเกียร์ได้ดั่งใจกว่าการขับขี่ด้วยเกียร์ออโต้ เพราะการคุมเกียร์นั้นขึ้นอยู่กับตัวผู้ขับ เมื่อคิดจะเปลี่ยนเกียร์เพื่อทำความเร็วหรือชะลอ ก็ทำได้แทบจะทันทีไม่ต้องรอระบบประมวลผลเหมือนเกียร์ออโต้ 

แน่นอนว่านี่ก็หมายถึงสมรรถนะที่ดีกว่า  ที่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ดั่งใจ รถแข่งในสนามแข่งส่วนใหญ่ก็นิยมใช้เกียร์ธรรมดาเพราะสามารถจัดการเกียร์ได้ดั่งใจกว่ายามต้องใช้ความเร็วนั่นเอง

4. ประหยัดน้ำมัน

น้ำหนักที่เบากว่าของเกียร์ธรรมดา ก็คือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกียร์ประเภทนี้ประหยัดน้ำมันกว่าเกียร์ออโต้ ยิ่งไปกว่านั้นอัตราการทดเกียร์และตัวเกียร์ที่ไม่มีอะไรซับซ้อน ทำให้ลดการเสียของกำลังเครื่องยนต์ และลดการเสียดทาน อันเป็นที่มาของการสิ้นเปลืองน้ำมัน

5. ราคาถูก

เกียร์ประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องดูแลรักษาอะไรมาก และไม่มีระบบที่ต้องคอยอัพเดตเพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ปัญหาของเกียร์ธรรมดาจะน้อยกว่าเกียร์ออโต้ เมื่อจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ก็ราคาถูกกว่า ไม่ต้องยกเครื่องเกียร์ใหม่ทั้งหมดอีกด้วย

ข้อเสียของเกียร์แมนนวล / เกียร์ธรรมดา 

1. บังคับเกียร์อยู่ตลอด

เนื่องจากเกียร์ธรรมดา หรือที่เราเรียกว่าเกียร์แมนนวล ก็แมนนวลสมชื่อจริง ๆ เพราะคุณต้องคอยบังคับเกียร์เอง เรียกได้ว่ามือแทบจะไม่ปล่อยจากเกียร์เลยทีเดียว บางครั้งขับ ๆ ไปก็อยากจะเพิ่มความเร็ว ก็ต้องเอื้อมมือไปจับตัวเกียร์อีกแล้ว เรียกได้ว่าแม้จะมีอิสระทางการขับขี่ แต่มือของคุณกลับไม่ได้รับอิสระนั้นเท่าไหร่นัก

2. เลี้ยงคลัทช์

คล้ายคลึงกับการที่ต้องบังคับเกียร์ตลอด การเลี้ยงคลัทช์คือสิ่งสำคัญสำหรับการขับเกียร์ธรรมดา เพราะว่าจะเปลี่ยนเกียร์ครั้งหนึ่งก็ต้องคอยเหยียบคลัทช์ และเลี้ยงเอาไว้ขณะที่รถหยุดนิ่ง หากคุณไม่สามารถเลี้ยงคลัทช์ได้ตรงจังหวะ สิ่งที่จะตามมาคือรถยนต์จะดับเครื่องทันที 

สามารถเห็นได้จากข่าวในสมัยก่อนที่มักจะมีรถลื่นไหลลงจากคอสะพาน เพราะเลี้ยงคลัทช์ไม่ได้ทำให้เครื่องยนต์ดับ เหยียบคันเร่งไม่ได้

3. ขับขี่ไม่นิ่มนวล

การเปลี่ยนเกียร์ของเกียร์ธรรมดา จะมีจังหวะให้เปลี่ยน แต่นั่นก็หมายถึงแรงกระชากจากเครื่องยนต์และตัวรถ ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะรู้สึกถึงความไม่นิ่มนวลขณะเปลี่ยนเกียร์ ซึ่งจะตรงข้ามกับเกียร์ออโต้ที่จะเน้นเรื่องความสมูทของการทดรอบเกียร์

4. ต้องเป็นผู้รู้จังหวะของรถ

หากคุณไม่รู้จังหวะของรถ ก็เตรียมตัวพบกับสถานการณ์รถดับโดยไม่ตั้งใจ หรือเปลี่ยนเกียร์แล้วเครื่องกระชาก การขับรถยนต์ประเภทนี้ควรมีความชำนาญในระดับหนึ่ง เพราะนอกจากจะต้องสมาธิมาก ๆ ในการขับแล้ว ยังต้องคอยสังเกตจังหวะรถให้ดีอีกด้วย ว่าควรเพิ่มหรือลดเกียร์ในจังหวะไหนจึงจะดี

วิธีการขับรถเกียร์ออโต้และเกียร์ธรรมดา

สำหรับวิธีการขับรถเกียร์ออโต้ แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ง่ายมาก เพราะคุณไม่ต้องคอยเปลี่ยนเกียร์ให้เข้ากับความเร็วรถ เพียงแค่คุณเข้าเกียร์เดินหน้า ถอยหลัง และเกียร์ต่ำ ตามมาตรฐานเกียร์เบื้องต้นได้ถูกต้อง ก็ขับขี่รถยนต์ไปไหนมาไหนได้คล่องแล้ว

ส่วนวิธีการขับรถเกียร์ธรรมดา ผู้ขับต้องได้รับการฝึกสอนและเรียนทักษะการขับรถเกียร์ประเภทนี้เสียก่อน การขับขี่รถเกียร์ประเภทนี้ นอกจากจะต้องใช้สมาธิแล้ว การใช้ทักษะเพื่อเปลี่ยนเกียร์และเลี้ยงคลัทช์ยังสำคัญอีกด้วย ขณะขับขี่คุณต้องคอยเลี้ยงคลัทช์และเปลี่ยนเกียร์ไปในจังหวะที่ถึงรอบความเร็วของรถ นั่นจึงเป็นสิ่งที่ท้าทายนักขับเกียร์แบบนี้อย่างมาก ว่าคุณจะรู้จักจังหวะรถของคุณดีแค่ไหน

เลือกซื้อรถเกียร์แบบไหนดี

สำหรับมือใหม่หัดขับ ถ้าคุณไม่ใช่ประเภทที่ต้องการใช้รถกระบะ หรือบุกป่าขึ้นเขาบ่อยครั้ง การเลือกรถยนต์ที่เป็นเกียร์ออโต้จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ถึงแม้ค่าดูแลรักษาเกียร์จะแพงสักหน่อย แต่รถยนต์ในสมัยใหม่ โดยส่วนใหญ่ก็มักใช้เกียร์ออโต้เป็นหลัก เพราะใช้งานง่าย และไม่ต้องมีทักษะในการขับมาก

ส่วนสำหรับใครที่อยากขับเกียร์แมนนวล มักจะเป็นสายรถแข่ง หรือรถที่ต้องใช้ในพวกออฟโรด อย่าง รถกระบะ หรือ รถตู้ที่มักจะใช้บรรทุกผู้โดยสารไปตามเส้นทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางโค้ง หรือทางลาดชัน การใช้เกียร์ประเภทนี้จะสามารถให้อัตราเร่งและการลดเกียร์ที่จะช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของรถยนต์ได้ดีกว่า

สรุปท้ายบทความ

เกียร์ทั้งสองประเภท มีทั้งข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ในการใช้งานของผู้ขับ หากคุณเป็นสายลุย สายรถกระบะก็ต้องมองเกียร์ธรรมดาเป็นหลักเสียมากกว่า แต่หากคุณคิดว่าการขับในเมือง ชิลตามถนนที่ไม่ต้องเน้นทักษะมาก เกียร์ออโต้คือคำตอบของคุณเลยค่ะ

ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่า เราควรจะเริ่มดูรถเกียร์เหล่านี้จากไหน แนะนำว่าลองเริ่มต้นจากรถมืองสองดูก่อนก็ได้ค่ะ เพื่อทดลองความชอบจากการขับขี่เกียร์ทั้งสองแบบ แต่สิ่งสำคัญกว่าความชอบ คือทักษะในการขับขี่ที่ไม่ว่ายังไงก็ต้องฝึกฝนให้คล่องและคุ้นชิน ส่วนรถยนต์มือสองที่คุณกำลังมองหาอยู่ ลองเข้ามาดูที่ Kaidee Auto สิคะ ที่นี่จะมีคำตอบให้คุณ!

สอบถามข้อมูลอื่นๆ หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

กรุณาสแกนคิวอาร์โค้ด หรือเพิ่มเพื่อนด้วยไอดีไลน์ @kaideeofficial