สรุปบทความ

ถุงลมนิรภัย ระบบความปลอดภัยของรถที่ใครหลายคนรู้จักดี แต่คงมีไม่กี่คนที่รู้ว่า ถุงลมนิรภัยอยู่ตรงไหนและทำงานอย่างไร วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกัน

เรื่องน่ารู้ของถุงลมนิรภัยรถ

Content Creator
สรุปบทความ

ถุงลมนิรภัย ระบบความปลอดภัยของรถที่ใครหลายคนรู้จักดี แต่คงมีไม่กี่คนที่รู้ว่า ถุงลมนิรภัยอยู่ตรงไหนและทำงานอย่างไร วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกัน

‘ถุงลมนิรภัย’ ชื่อที่ใครหลายคนได้ยินอยู่เป็นประจำ และรับรู้ว่าเป็นระบบความปลอดภัยที่ถูกติดตั้งบนรถยนต์ทุกคันเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ แต่เชื่อได้เลยว่ายังมีคนอีกมากมายที่ยังไม่รู้ว่า จริง ๆ แล้วถุงลมนิรภัยนั้นทำงานกันตอนไหน ทุกครั้งเลยหรือไม่ แล้วทำงานอย่างไร วันนี้เราจะพาทุกท่านมาหาคำตอบกัน

ถุงลมนิรภัยคืออะไร ?

สำหรับการออกแบบรถยนต์ การคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของผู้ขับขี่เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องมีการพัฒนารถยนต์ให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด และนอกจากเข็มขัดนิรภัยแล้ว การติดตั้งถุงลมนิรภัยก็เป็นสิ่งที่ช่วยอาการบาดเจ็บของผู้ขับขี่เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงได้เช่นกัน

ถุงลมนิรภัย (Airbags) เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยภายในรถยนต์ โดยมีลักษณะภายนอกที่ทำมาถูกห่อหุ้มด้วยวัสดุที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งเจ้าถุงลมนิรภัยนั้นทำหน้าที่เสมือนหมอนรองหัวให้กับผู้โดยสารภายในยานพาหนะและขยายตัวอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดอุบัติเหตุเพื่อป้องกันการกระแทกระหว่างผู้โดยสารและส่วนอื่น ๆ ของรถ

ถุงลมนิรภัย ตรงไหนของรถยนต์ ?

ในรถยนต์แต่ละรุ่นจะมีตำแหน่งของถุงลมนิรภัยที่แตกต่างกันไป โดยมีขั้นต่ำอยู่ที่ 2 ตำแหน่งในรถที่มีราคาไม่แพงมากนัก และรถมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามราคาหรือความหรูหราของรถสูงสุดถึง 8 ตำแหน่ง แบ่งออกเป็น 5 ส่วน ดังนี้

  • ถุงลมนิรภัยด้านหน้า (Front Airbag) อยู่บริเวณด้านหน้าของรถทั้งซ้ายและขวา ทำหน้าที่ป้องกันผู้ขับและผู้โดยสารที่นั่งอยู่ด้านข้างผู้ขับ ทั้งหมด 2 ตำแหน่ง
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้าง (Side Airbag) อยู่บริเวณเบาะนั่งหรือแผงประตู ทำหน้าที่ป้องกันแรงกระแทกจากด้านข้าง
  • ม่านถุงลมนิรภัย (Curtain Airbag) เป็นถุงลมที่มักจะถูกติดตั้งในรถที่มาราคาสูง จะพองขึ้นเมื่อเข็มขัดนิรภัยเกิดการดึงกลับ
  • ถุงลมนิรภัยป้องกันเข่าและขา (Knee Airbag) อยู่บริเวณด้านล่างของคอนโซลรถ ทำหน้าที่ป้องกันสะโพก ขา และเข่า ไม่ให้กระแทกกับส่วนอื่น ๆ ในรถ
  • ถุงลมที่พื้นใต้เท้า (Carpet Airbag) อยู่บริเวณใต้เบาะรถ ทำหน้าที่ช่วยผ่อนแรงกระแทกที่เท้าให้เบาลง แต่ปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก

ถุงลมนิรภัยทำงานอย่างไร ?

ในการทำงานของถุงลมนิรภัยนั้น บริเวณด้านหน้าหรือด้านข้างของเครื่องยนต์รถจะมีเซนเซอร์นิรภัยที่วัดการสั่นสะเทือนติดตั้งอยู่ และเมื่อเซนเซอร์เหล่านี้ถูกแรงกระแทกจะทำให้เกิดการส่งสัญญาณให้ถุงลมนิรภัยพองตัวและหุบลงภายหลัง ซึ่งรถยนต์ในปัจจุบันบางรุ่นตัวถุงลมจะทำงานเมื่อมีการรัดเข็มขัดนิรภัยเท่านั้น เพราะบ่อยครั้งที่ผู้โดยสารถูกแรงกระแทกขณะที่ไม่รัดเข็มขัดนิรภัยและกระเด็นไปชนกับถุงนิรภัยจนเกิดการบาดเจ็บ

ภายในตัวถุงลมนิรภัยจะมีการใส่แก๊สไนโตรเจนไว้ประมาณ 60-70 ลิตร ซึ่งในตอนแรกถูกบรรจุไว้ในรูปแบบของของแข็งที่มีชื่อว่า โซเดียมเอไซด์ อยู่บริเวณ inflator ซึ่งเจ้าของแข็งชนิดนี้จะเกิดปฏิกิริยาการสลายตัวเมื่อได้รับความร้อน (ประมาณ 300 องศาเซลเซียส) จากการตรวจจับการชน จนกลายเป็นโลหะโซเดียมและแก๊สไนโตรเจน

หลังจากการเกิดสารทั้ง 2 ชนิดนี้แล้ว ตัวโลหะโซเดียมที่มีนั้น อาจเกิดการระเบิดได้เมื่อเจอกับความชื้น ดังนั้นทางผู้ผลิตรถยนต์จึงจำเป็นที่จะต้องใส่ โพแทสเซียมไนเตรท ซึ่งสามารถกลายเป็นโพแทสเซียมออกไซด์และโซเดียมออกไซด์ซึ่งมีความอันตรายน้อยกว่าโลหะโซเดียม และการทำงานทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใน 0.04 วินาทีเท่านั้น

ถุงลมนิรภัยทำงานเมื่อไร ?

หลายคนเข้าใจว่าถุงลมนิรภัยจะมีการทำงานทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ แต่ในความเป็นจริงแล้วมีหลากหลายเหตุผลที่ถุงลมนิรภัยจะไม่ทำงาน ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ส่วนใหญ่คือ การไม่คาดเข็มขัดนิรภัยและระบบการทำงานของเซนเซอร์เสีย โดยถุงลมนิรภัยจะพองตัวต่อเมื่อมีความเร็วที่มากพอ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนดังนี้

  • รถที่มีความเร็วมากกว่า 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชนกับ รถบรรทุกหรือเสาไฟฟ้าจนเกิดการเสียรูป
  • รถยนต์ ชนกับ เสารถยนต์ ความเร็วมากกว่า 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • รถที่มีความเร็วมากกว่า 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชนกับ รถที่จอดอยู่ กำแพง หรือคอนกรีต

ถึงแม้ว่าการติดตั้งถุงลมนิรภัยจะช่วยป้องกันการกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ดี แต่การขับขี่อย่างระมัดระวัง และการมีรถที่มีประสิทธิภาพ ก็เป็นส่วนสำคัญในการป้องกันการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุได้ดีกว่า และถ้าอยากได้รถสวย ๆ คุณภาพดี ๆ ก็สามารถมาหาใน Kaidee Auto ได้เช่นกัน