ข้อควรรู้ ! รถแบบไหน ควรเติมน้ำมันอะไร

Property Specialist

ข้อควรรู้ ! รถแบบไหน ควรเติมน้ำมันอะไร

เพื่อนๆ ทราบหรือไม่ว่า รถแต่ละคันที่เราขับ เติมน้ำมันไม่เหมือนกัน แต่พอขับรถไปสักระยะ หลายๆคนอาจมีคำถามว่า ถ้าอยากเปลี่ยนชนิดของน้ำมันรถนั้นสามารถทำได้หรือไม่ เปลี่ยนแล้วรถจะแรงเหมือนเดิมหรือเปล่า ซึ่งวันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจให้ฟังกัน

ทำความรู้จักน้ำมันแต่ละชนิดกันก่อน

โดยน้ำมันจะแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ เบนซิน ดีเซล และแก๊สโซฮอล์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 7 ประเภทดังต่อไปนี้

1. น้ำมันเบนซิน 91 (เบนซินธรรมดา)

น้ำมันที่มีส่วนผสมระหว่างน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วและค่าออกเทน 91 และไม่มีส่วนผสมของเอทิลแอลกอฮอร์ จึงทำให้รถที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินทุกคันสามารถเติมน้ำมันชนิดนี้ได้ ยกเว้นรถที่มีการระบุอย่างชัดเจนว่า เติมได้เฉพาะเบนซิน 95 เท่านั้น

2. น้ำมันเบนซิน 95 (เบนซินพิเศษ)

น้ำมันที่มีส่วนผสมระหว่างน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วและค่าออกเทน 95 ใช้ได้กับรถยนต์เกือบทุกประเภท ด้วยความที่มีค่าออกเทนสูง ทำให้การเผาไหม้ดี อีกทั้งยังสามารถป้องกันการน็อคของเครื่องยนต์สูง สมรรถนะของการขับขี่จึงตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งน้ำมันชนิดนี้เป็นน้ำมันที่ราคาค่อนข้างสูง ถ้าเทียบกับชนิดอื่นๆ

3. แก๊สโซฮอล์ 91 (E10)

น้ำมันที่สามารถใช้แทนน้ำมันเบนซิน 91 ได้ มีส่วนผสมระหว่างน้ำมันเบนซินกับเอทิลแอลกอฮอร์ 9 ต่อ 1 ซึ่งมีความบริสุทธิ์ถึง 99.5% เหมาะกับรถที่ระบุว่าใช้กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 เท่านั้น เนื่องจากเกิดการกัดกร่อนจากเอทิลแอลกอฮอล์ ที่เป็นส่วนผสมอยู่ในน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ท่อยาง หัวฉีด หรือโอริงปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงเกิดการรั่วได้

4. แก๊สโซฮอล์ 95 (E10)

น้ำมันชนิดที่นี้สามารถใช้ทดแทนเบนซิน 95 ได้ ส่วนผสมคือน้ำมันเบนซิน 91 ผสมเอทิลแอลกอฮอล์ที่ได้จากการหมักอ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพด ควรใช้กับรถยนต์ที่ระบุให้ใช้กับแก๊สโซฮอล์ 95 เท่านั้น และเป็นน้ำมันที่ไม่เหมาะกับการเติมแล้วจอดรถทิ้งไว้นานๆ เพราะน้ำมันอาจเกิดการระเหย มีโอกาสที่น้ำมันจะเสียได้

5. แก๊สโซฮอล์ E85

น้ำมันได้จากการนำน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วผสมกับเอทานอล หรือเอทิลแอลกอฮอล์ ในอัตราส่วนลดลง คือ เบนซิน 15% เอทานอล 85% ซึ่งน้ำมันชนิดนี้ไม่สามารถสู้น้ำมันชนิดอื่นๆ ในเรื่องสมรรถนะการขับขี่ได้ อีกทั้งยังมีการเผาไหม้เร็ว ส่งผลให้น้ำมันหมดไว และด้วยความที่มีเอทิลแอลกอฮอล์ค่อนข้างสูงทำให้กัดกร่อนชิ้นส่วนเครื่องยนต์อีกด้วย สำหรับข้อดีคือ ราคาที่ค่อนข้างถูกนั่นเอง

6. แก๊สโซฮอล์ E20

น้ำมันที่มีส่วนผสมระหว่างออนเทน 95 80% และเอทานอล 20% ซึ่งประสิทธิภาพจะไม่แตกต่างกับแก๊สโซฮอล์ 91,95 ใช้กับรถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2551 แต่ทั้งนี้ก็ควรศึกษาก่อนเสมอว่ารถของคุณสามารถเติมน้ำมันชนิดนี้ได้หรือไม่ ซึ่งเหมาะกับคนที่ใช้รถแบบสบายๆ เน้นขับในเมือง

7. น้ำมันดีเซล

น้ำมันที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ ใช้เฉพาะกับเครื่องยนต์ดีเซลเท่านั้น ลักษณะจะใสของเหลืองเล็กน้อย มีความหนืดกว่าน้ำมันเบนซิน เพราะเครื่องยนต์ดีเซลมีการทำงานแตกต่างจากเครื่องยนต์เบนซิน

เพราะรถแต่ละคันถูกออกแบบมาอยู่แล้วว่าสามารถเติมน้ำมันชนิดใดได้บ้าง ดังนั้นเมื่อต้องการเปลี่ยนชนิดของน้ำมัน ก็สามารถทำได้ แค่ต้องแน่ใจก่อนว่าน้ำมันที่จะเปลี่ยนนั้นสามารถเติมกับรถคุณได้จริงๆ แต่อย่างไรก็อย่าลืมพิจารณาถึงความคุ้มค่า และการใช้งานด้วยนะ และใครที่กำลังมองหารถใหม่อยู่ Kaidee Auto มีรถหลากหลายรุ่นให้คุณเลือก

สอบถามข้อมูลอื่นๆ หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

กรุณาสแกนคิวอาร์โค้ด หรือเพิ่มเพื่อนด้วยไอดีไลน์ @kaideeofficial