วิธีไล่นกพิราบ งานนี้บ้านเราต้องชนะ

Property Specialist

วิธีไล่นกพิราบ งานนี้บ้านเราต้องชนะ

อูกกกก…อูกกกกก…

พั่บ…พั่บ…

เสียงร้องทุ้มต่ำตามมาด้วยเสียงกระพือปีกของเจ้านกพิราบตัวแสบ ชวนให้รู้สึกรำคาญและหงุดหงิดมากกว่าที่จะเพลิดเพลินฟังเหมือนกับเสียงนกสายพันธุ์อื่นๆ ที่อยู่ละแวกบ้าน 

สาเหตุสำคัญก็มาจากวีรกรรมที่นกพิราบทำไว้นั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นซากเกรอะกรังของมูลนกพิราบที่ทำให้ไม่ว่าจะพื้น ระเบียง ขอบบัวตกแต่งผนัง และคอมเพรสเซอร์แอร์ ดูสกปรกเลอะเทอะอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน พอๆ กับกลิ่นเหม็นที่มักลอยลมเข้ามาเตะจมูกจนรู้สึกอยากจะอาเจียนอยู่หลายครั้ง

หากวันไหนนึกครึ้มทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ มักเห็นกองเศษกิ่งไม้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่เป็นรังของนกพิราบหลบอยู่ตามซอกหลืบของบ้าน แถมบางครั้งยังเจอพร้อมกับไข่ฟองเล็กอีกสองสามใบ กรณีเช่นนี้หลายคนคงจะรู้สึกลำบากใจยิ่งขึ้น เพราะคิดถึงเรื่องบาปบุญ แต่ก็อีกนั่นแหละ ภาพพื้นบ้านที่เต็มไปด้วยขี้นกสกปรกนั้นมีอำนาจมากกว่าเสมอ เราจึงปิดจ๊อบด้วยการรื้อรังนกพิราบทิ้งและเอาไข่ฟองจิ๋วของพวกมันไปทิ้งไกลๆแทน

ปัญหาระดับชาติ นกพิราบเกลื่อนเมือง 

อาจกล่าวได้ว่า ‘นกพิราบ’ เป็นปัญหาระดับชาติ โดยเฉพาะฝูงนกพิราบที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองซึ่งสร้างปัญหาให้กับมนุษย์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพย์สิน และเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพ 

มูลนกพิราบไม่เพียงลดความสวยงามของทัศนียภาพเมืองและอาคารบ้านเรือนเท่านั้น มูลส่วนที่เป็นสีขาวยังมีกรดยูริคที่สามารถกัดกร่อนโลหะทำให้เกิดสนิมได้อีกด้วย อีกทั้งยังเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย และเชื้อราที่สามารถแพร่กระจายสู่มนุษย์ผ่านการหายใจและสูดดมเข้าสู่ร่างกาย ที่ส่งผลเลวร้ายถึงขั้นลุกลามเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และปอดอักเสบได้

หลายๆ ประเทศจึงออกมาตรการควบคุมประชากรนกพิราบอย่างจริงจัง ยกตัวอย่างเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศให้นกพิราบเป็นสัตว์ต่างถิ่นรุกรานที่สามารถกำจัดได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ใขณะที่อิตาลีตั้งค่าปรับสำหรับคนที่ให้อาหารนกพิราบตามแหล่งท่องเที่ยว ส่วนประเทศไทยมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 โดยผู้ให้อาหารและผู้จำหน่ายอาหาร มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 25,000 บาท และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท

วิธีไล่นกพิราบที่ดีที่สุดคือต้องไม่ให้มีที่ยืน 

นกพิราบที่โฉบเข้ามาเกาะแกะริมระเบียงคอนโดหรือยึดเอามุมร่มๆ ของบ้านสร้างเป็นรังของตัวเอง กลายเป็นสัตว์พาหะทางอากาศที่สร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัยไม่ต่างจากหนูตัวสปกรก 

วิธีจัดการป้องกันไม่ให้นกพิราบเข้ามารบกวนบ้านเรือนให้ได้ผลนั้น สิ่งสำคัญคือต้องจัดการหรือทำลายแหล่งอาศัยของนก หรือพูดง่ายๆ คือ ทำให้นกพิราบไม่มีที่ยืนหรือไม่มีที่เกาะได้นั่นเอง 

เรื่องนี้ฟังดูง่าย แต่ทำยาก! 

เพราะนกพิราบมีการเรียนรู้และปรับตัวเพื่อความอยู่รอดเช่นเดียวกับมนุษย์ แถมนกแต่ละถิ่นยังมีความอดทนต่อการขับไล่หรือถูกรบกวนต่างกัน ดังนั้นวิธีการหรือเครื่องมือที่เราเลือกใช้ อาจไล่นกพิราบได้ผลไม่เท่ากัน หรือบางครั้งอาจได้ผลเพียงระยะสั้นๆ นกพิราบก็กลับมากวนใจใหม่อยู่ดี อย่างเช่นที่เอาแผ่นซีดีหรือโมบายมาแขวน ขึงเอ็นเหนือรั้วบ้าน ฉีดน้ำไล่ ทำเสียงดังในนกพิราบตกใจ เหล่านี้ถือเป็นการไล่แบบชั่วครั้งชั่วคราวทั้งสิ้น

ยังมีอีกสารพัดวิธีไล่นกพิราบที่ตอบจบกลับหักมุมจนเผลอขำเบาๆ ไม่ว่าจะเป็นเคสแขวนงูทิพย์เอาไว้หลอกนกพิราบให้ตกใจ แต่สุดท้ายนกกลับจับได้ว่าเป็นของปลอมจึงคาบไปทำรังอย่างสบายใจ หรือกรณีวางเหล็กแหลมไว้กันคอมเพรสเซอร์แอร์แต่พิราบก็ยังหาทางเข้าไปซุกตัวพร้อมฟักไข่ได้อยู่ดี  

ดังนั้น เราในฐานะผู้ขับไล่จึงต้องรู้จักปรับเครื่องไม้เครื่องมือไปตามความเหมาะสม และสังเกตพฤติกรรมนกพิราบเพื่อวางแผนจัดการที่สัมฤทธิ์ผล รวมถึงคำนึงด้านผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ทั้งผลกระทบระหว่างมนุษย์หรือเพื่อนบ้านด้วยกันเอง เช่น เราเลือกวิธีการไล่นกพิราบด้วยการจุดประทัด แต่เสียงดังนั้นทำให้เพื่อนบ้านเดือดร้อนด้วย แบบนี้ก็ไม่ควรทำ หรือผลต่อระบบนิเวศ เช่น การวางยาเบื่อที่อาจจะทำให้สิ่งมีชีวิตอื่นโดนหางเลขไปด้วย

3 วิธีแนะนำไล่นกพิราบได้ผลระยะยาว

การไล่นกพิราบให้ห่างไกลจากบ้านของเรา หรือระเบียงคอนโดนั้น เราอาจใช้หลายๆ วิธีประกอบกัน แต่สำหรับ 3 วิธีที่จะแนะนำต่อไปนี้ คือวิธีที่ค่อนข้างได้ผลในระยะยาว (แต่ยังคงรับประกันไม่ได้ว่าจะไล่นกพิราบได้อย่างถาวร) 

ติดตั้งตาข่าย   

เป็นวิธีการที่เห็นได้ทั่วไปโดยเฉพาะบริเวณพื้นที่จำกัดอย่างริมระเบียง คอมเพรสเซอร์แอร์ หรือตามซอกเล็กซอกน้อยของบ้าน การเลือกลักษณะของตาข่ายนั้นควรมีขนาดตาเล็กกว่าขนาดตัวนกพิราบ หรือมีความถี่เพื่อป้องกันนกชนิดอื่นๆ ไปพร้อมกัน และควรเลือกวัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทาน เช่น เชือก เหล็ก อลูมิเนียม หรือหากเป็นตาข่ายพลาสติกก็ควรเลือกแบบที่มีความเหนียวเพื่อกันไม่ให้นกจิกกัดจนขาด 

การติดตั้งตาข่ายกันนกพิราบ ต้องตรวจตราให้ดีอย่าให้มีร่องโหว่ระหว่างตาข่ายกับสิ่งปลูกสร้างโดยเด็ดขาด เนื่องจากนกสามารถแทรกตัวเข้าไปได้ (แต่อาจหาทางออกไม่ได้ก็จะเป็นภาระให้เราตามเก็บซากในอนาคต) 

ทาเจลกันนกพิราบหรือกาวพิเศษเพื่อป้องกันการเกาะของนก 

เจลป้องกันนก (Repellent Gel) เป็นสารในกลุ่มปิโตรเคมี มีลักษณะคล้ายกาวแบบมีเส้นใย ทนความร้อนสูง และไม่ละลายน้ำ (แต่ล้างออกได้ด้วยน้ำมันพืช) นำมาทาไว้บริเวณที่นกพิราบชอบเกาะ เช่น ราวระเบียง หลังคา ขอบกำแพง หรือขอบหน้าต่าง ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงใช้เจลในบริเวณที่มีฝุ่นเยอะ หรือบริเวณที่ต้องใช้งาน เพราะเราอาจเผลอไปโดนเจลเหล่านั้นเอง  

ลักษณะเจลดังกล่าวเมื่อนกมาสัมผัสจะรู้สึกไม่สบายเท้าก็จะบินออกไปเกาะที่อื่นแทน นอกจากนี้เส้นใยเหนียวๆ ที่อยู่ในเจลหากสัมผัสโดนปีกหรือหางก็จะทำให้นกเสียสมดุลในการบินได้เช่นกัน  

กำจัดรังและแหล่งอาหาร

วิธีการสุดท้ายนี้จัดเป็นการแก้ปัญหานกพิราบยึดเมืองที่ยั่งยืน โดยเข้าไปจัดการตั้งแต่ต้นเหตุ นั่นคือทำลายแหล่งอาหารและแหล่งอาศัยอย่างรังนกเพื่อเป็นการขับไล่และควบคุมประชากรนกพิราบในเวลาเดียวกัน 

แม้ผู้คนส่วนใหญ่จะไม่ได้ให้อาหารแก่นกโดยตรง (ยกเว้นกรณีซื้ออาหารให้นกตามสถานที่เปิด ที่สาธารณะต่างๆ เช่น สนามหลวง วัด โรงเรียน) แต่นกพิราบก็ยังมีแหล่งอาหารในเมืองอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเศษอาหารในถังขยะที่ไม่ได้ปิดมิดชิด จานอาหารสัตว์เลี้ยงในบ้าน กระทั่งของเซ่นไหว้ตามศาลบูชาต่างๆ ซึ่งก็เพียงพอที่จะทำให้มันดำรงชีพและแพร่ขยายพันธ์ุได้ตลอดทั้งปี

เหล่านี้คือสิ่งที่ทุกคนต้องตระหนักและพึ่งให้ความร่วมมือ ซึ่งเริ่มได้ตั้งแต่ภายในบ้านของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเก็บจานข้าวสัตว์เลี้ยงทันทีที่กินเสร็จ ปิดมัดปากถุงขยะก่อนทิ้งให้เป็นที่ หมั่นตรวจตรารอบที่อยู่อาศัยเพื่อรื้อทำลายรังนกพิราบทิ้ง ฯลฯ แม้จำนวนนกพิราบที่โฉบลงมาเกาะระเบียงบ้านจะยังไม่หายไปทันตาเห็น แต่ในระยะยาวจำนวนนกก็จะลดน้อยลง เช่นเดียวกับโรคภัยที่มากับนก หรือการสร้างความรำคาญให้เราน้อยลงตามไปด้วย 

Tips : ทุกครั้งที่เรารื้อรังนกพิราบออก ควรฉีดพ่นล้างทำความสะอาดบริเวณนั้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เช่น น้ำยาเดตตอล น้ำยาล้างห้องน้ำ หรือผงซักฟอก อยู่เสมอเพื่อขจัดคราบและเชื้อโรคที่เกาะบนพื้นผิว และหากพบซากนกตาย ควรเผาหรือฝังโดยใช้ปูนขาวใส่ก้นหลุมและโรยที่ซากนกอีกครั้งก่อนฝังกลบดดินให้แน่น และควรหลีกเลี่ยงการฝังใกล้แหล่งน้ำเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรคที่อาจแฝงตัวอยู่ในซากนกนั้น  

ไล่นกพิราบอย่างรู้ทัน ท้ายที่สุดบ้านเราก็จะชนะ  

แม้บางส่วนของประชากรนกพิราบในบ้านเราจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีคนดูแล แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีนกพิราบเมืองอีกจำนวนมากที่สร้างความรำคาญเดือดร้อนให้กับผู้คนและสถานที่ โดยเฉพาะมูลของนกพิราบที่ทั้งทำให้บ้านเลอะเทอะ ไม่น่ามอง ส่งกลิ่นเหม็น และยังเต็มไปด้วยเชื้อโรค จนนำไปสู่วิธีการขับไล่นกพิราบด้วยหลากวิธีหลายเครื่องมือที่เราต้องลองเลือกใช้และปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม 

โดยวิธีป้องกันที่ยั่งยืนที่สุดคือการร่วมมือกันควบคุมประชากรนกพิราบอย่างรู้ทันด้วยการจำกัดแหล่งอาหารและที่อยู่ของนกพิราบอย่างบูรณาการ เพื่อท้ายที่สุดเราจะสามารถลดปริมาณนกพิราบไม่พึงประสงค์ได้อย่างเป็นรูปธรรมและไม่ทำลายสมดุลของระบบนิเวศอย่างรุนแรง