แต่งบ้านคุมโทนอย่างไรไม่ให้ดูเชย

Property Specialist

แต่งบ้านคุมโทนอย่างไรไม่ให้ดูเชย

บ้านคือสถานที่พักผ่อนและเราต้องเจอและอยู่บ้านกันแทบทุกวัน ดังนั้นการตกแต่งให้บ้านน่าอยู่ ดูดี มีสไตล์ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายสบายตาจากเรื่องราวปัญหาหนักๆจากข้างนอกหรือที่ทำงานได้ ดังนั้นการแต่งบ้านให้มีสไตล์และคุมโทนจึงเป็นที่นิยมสำหรับคนรุ่นใหม่มากขึ้น

รูปแบบการแต่งบ้าน

เทรนแต่งบ้านในตอนนี้มีหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะแบบ Loft Classic Minimal หรือ Modern ซึ่งในแต่ละแบบก็จะมีความเป็นเอกลักษณ์ในตัว การตกแต่งให้คุมโทนนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะหากหลุดไปสักอย่างหนึ่งในบ้านก็จะทำให้สิ่งนั้นดูแปลกแยกขึ้นมาทันที ดังนั้นมารู้จัก 6 รูปแบบการแต่งบ้านที่เรายกมาแนะนำกันก่อน ตามนี้เลย

1. Minimal

สไตล์ยอดนิยมสำหรับคนที่ชอบอะไรง่ายๆแต่เข้ากัน แนวเดียวกับประโยคที่ว่าน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ซึ่งสีที่ใช้ในการตกแต่งแบบ Minimal นั้นไม่จำเป็นต้องมีแต่สีขาวเพียงอย่างเดียว บางคนอาจใช้สีดำ สีเบจมาร่วมได้ 

แนวการแต่งนั้นส่วนมากจะไม่ค่อยมีเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้น ส่วนมากจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเก็บของได้เยอะแบบที่ดูไม่รกตา เพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้สอยในบ้านมากขึ้น พื้นมักจะเป็นพื้นไม้ลามิเนต กระเบื้องยางลายไม้หรือพื้นไวนิลแบบแผ่น  

จุดเด่นของบ้านสไตล์มินิมอลนี้คือการทำความสะอาดง่าย ไม่รก ด้วยความน้อยแต่มาก เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น ทำให้ฝุ่นน้อยลงและบ้านก็จะดูเป็นระเบียบ น่าอยู่มากขึ้นอีกด้วย 

2.Modern

บ้านสไตล์ Modern ที่อาจถูกใจคนวัยผู้ใหญ่หน่อย ด้วยการตกแต่งที่มักใช้กระจกบานใหญ่ๆแทนประตูหรือกระจก ทำให้มองเห็นภายนอกบ้านได้ ซึ่งอาจทำให้บ้านดูกว้างขึ้นด้วย 

การตกแต่งตัวบ้านนั้นมักจะเห็นเป็นเหลี่ยมเป็นมุมต่างๆ ที่ดูเป็นศิลปะ และมักเห็นบันไดอยู่บ่อยๆไม่ว่าจะทางเข้าหรือตัวบ้าน ครัวในบ้านสไตล์ Modern ก็มักจะเป็นครัวเปิดที่ทำให้เวลาทำอาหารสามารถมองเห็นครอบครัวหรือพูดคุยกันได้ 

บ้านสไตล์นี้มักมีสวนที่จัดไว้เป็นแนวเป็นระเบียบอยู่ข้างบ้านหรือหน้าบ้าน และเมื่อหน้าต่างและผนังเป็นกระจกก็จะสามารถมองเห็นพืชพรรณต้นไม้รอบบ้านที่ปลูกไว้ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้

3.Retro

บ้านแนวเรโทรย้อนยุคที่ให้บรรยากาศของความสบายน่าอยู่และสนุกสนาน ด้วยสีสันที่สดใสและแปลกตา ทำให้บ้านสไตล์นี้อาจถูกใจวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ เพราะสีสันของสไตล์นี้อาจคล้ายกับแฟชั่นในช่วงประมาณยุค 60 ที่เน้นสีสันโดดเด่น

บางบ้านนั้นอาจนำเฟอร์นิเจอร์แนววินเทจเข้ามาวางไว้ร่วมด้วย แต่หากใครจะลองนำมาวางตามดู ก็ควรเลือกสีและรูปแบบที่เข้ากันกับสไตล์ของห้องนั้นๆ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์และสิ่งของต่างๆในบ้านสไตล์นี้อาจมีวางไว้หลายอย่าง และด้วยเหตุนี้จึงอาจทำให้เกิดข้อเสียอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือฝุ่นอาจค่อนข้างเยอะ ดังนั้นควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ 

4.Loft

อีกหนึ่งสไตล์บ้านที่เป็นที่นิยมในคนรุ่นนี้มากๆนั่นคือสไตล์ Loft ที่เน้นการจัดบ้านอย่างเป็นระเบียบ เฟอร์นิเจอร์ในบ้านก็จะคล้ายกับบ้านสไตล์มินิมอล ที่ดูเรียบๆแต่เก็บของได้เยอะและได้พื้นที่กลับมามากขึ้น ซึ่งก็จะง่ายสำหรับคนที่ไม่ถนัดด้านการแต่งบ้าน เพราะไม่ต้องจัดวางของเยอะแยะมากมายก็สวยตามสไตล์ loft ได้แล้ว

บ้านสไตล์นี้จะมีบรรยากาศที่ดูเงียบสงบ กว้างขวาง มีแสงแดดเข้า สีสันที่นำมาใช้ตกแต่งโดยพื้นฐานจะเป็นสีขาว ดำ เทา เบจ โดยการตกแต่งที่เห็นบ่อยๆจะเป็นแนวผนังปูนเปลือยหรืออิฐก่อ ในความงามตรงนี้อาจมีจุดสังเกตคือเรื่องเสียงที่อาจเข้ามาผ่านกำแพงได้ เนื่องจากไม่ได้ทำชั้นกำแพงที่หนามากหรืออาจยังมีช่องรูเล็กๆจากการก่ออิฐจึงอาจทำให้เสียงเล็ดลอดเข้ามาได้

ซึ่งสไตล์นี้ เป็นที่นิยมมากจนถูกนำไปใช้ตามร้านอาหารหรือคาเฟ่ต่างๆ เพื่อดึงดูดคนให้เข้าไปนั่งทานอาหารและถ่ายรูปสวยๆได้ 

5.Classic

สไตล์บ้านจากตะวันตกที่เกิดขึ้นมานานหลายร้อยปี ลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดของบ้านสไตล์นี้คือประตูที่มีขนาดใหญ่ หน้าต่างที่เป็นซุ้มโค้ง หลังคาทรงโดม หากนึกไม่ออกให้ลองดูหนังฝรั่งไม่ว่าจะสมัยก่อนหรือสมัยใหม่ โดยส่วนมากมักจะเป็นบ้านทรงนี้ 

ซึ่งในประเทศไทยเองก็ได้รับความนิยมของบ้านสไตล์นี้มาด้วยเช่นกัน โดยบ้านสไตล์นี้มักเป็นหนึ่งในสไตล์พื้นฐานเวลาเลือกซื้อบ้าน เพราะไม่ว่าจะยุคไหนสมัยใดบ้านสไตล์นี้ก็ยังไม่ดูล้าสมัย และยังเป็นที่ชื่นชอบของหลายๆคน  โดยบรรยากาศจะเป็นความสบาย ความอบอุ่น และอาจให้ความรู้สึกหรูหราได้ หากแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นแนว luxury  

และปัจจุบันนี้เราอาจเห็น Modern Classic Style ที่ผสมกันระหว่าง Modern และ Classic จะยิ่งใหญ่ มีความทันสมัยและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น  

6.Oriental

บ้านสไตล์ Oriental เป็นบ้านที่มีความ Asian หรือ Arab ตามแต่เชื้อชาติที่มี ประเทศที่อยู่อาศัยหรือตามใจอยากก็ได้ โดยหากตัดสินใจจะแต่งบ้านสไตล์นี้จะต้องตัดสินใจให้ดีว่าจะเป็นแนว Arab หรือ Asian ที่อาจแยกไปเป็นญี่ปุ่นหรือจีน 

ซึ่งเมื่อเลือกดีแล้วสไตล์ Oriental ที่ได้ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นสไตล์ตามชาตินั้นๆ เช่นหากเลือกสไตล์จีน ก็จะมีเรื่องความเชื่อด้านฮวงจุ้ยต่างๆ หรือวัสดุตกแต่งบ้าน รวมถึงรูปแบบเฟอร์นิเจอร์ก็จะเป็นแนวจีน ที่แค่มองหน้าประตูก็รู้ได้อย่างชัดเจน 

ในบ้านสไตล์นี้นั้นอาจดูเชยได้ง่าย หากถมเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นสไตล์นั้นๆอยู่แบบเดียว อาจผสมกับเฟอร์นิเจอร์ที่ดู Modern เพื่อทำให้สไตล์ Oriental นี้ดูไม่น่าเบื่อและไม่เอียนจนเกินไป

การเลือกสีแต่งบ้าน

สีเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้บ้านหลังนั้นมีสไตล์ที่ชัดเจนและมีความน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ซึ่งหากบ้านและสิ่งของภายในมีสีสันมากเกินไปจนลายตาไปหมด ก็จะทำให้บ้านดูรกและไม่น่าอยู่ ดังนั้นมารู้การเลือกสีและจับคู่สีแบบง่ายๆกัน

1.สีเบสิคสวยเสมอ

ไม่ว่าจะสีขาว สีเบจหรือสีดำที่เป็นหลักๆของการแต่งบ้าน โดยเฉพาะสีขาวที่หากคิดไม่ออกให้ทาสีขาวไว้ก่อนไม่ว่าจะผนังบ้าน กำแพง หรือแม้กระทั่งสีของเฟอร์นิเจอร์เอง 

2.ดูแสงที่เข้ามาในห้อง

ก่อนเลือกสีของห้องหรือเฟอร์นิเจอร์ เราควรสังเกตก่อนว่าแสงจากธรรมชาติในทุกช่วงเวลาเข้ามาในห้องมากน้อยแค่ไหน หากห้องของคุณมีแสงเข้ามาก สว่างตลอดทั้งวัน คุณสามารถใช้สีที่มีความสว่างและสด เพื่อเพิ่มความสดใสในห้องได้ 

3.ดูสีให้ดี อย่าเพิ่งรีบเชื่อรูปโฆษณา

การดูสีจากรูปตัวอย่างเพียงอย่างเดียวเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ แต่ควรไปดูสีของจริงด้วย เพราะบางครั้งสีที่อยู่ในรูปอาจไม่ตรงกับสีจริง และในความเป็นจริงถ้าหากสีเพี้ยนไปนิดเดียวก็อาจทำให้โทนหรือสไตล์เปลี่ยนไปก็เป็นได้ 

แต่งบ้านคุมโทนอย่างไรดีนะ

การคุมโทนตามสไตล์ที่เราต้องการนั้นอาจดูเหมือนเรื่องยุ่งยาก แต่ตามจริงแล้วเพียงแค่เราเข้าใจและรู้จักเทคนิคเล็กๆก็จะทำให้เราแต่งบ้านได้อย่างสนุก ไม่หลุดโทน 

1.ดูแปลนบ้านก่อน

ดูแปลนบ้านหรือรูปแบบบ้านของเราให้ดี ว่าบ้านเราสร้างมาเป็นแบบไหน รูปแบบห้องเป็นอย่างไร เพราะเมื่อเรารู้รูปแบบและขนาดของบ้านและห้องแล้ว เราจะรู้และคาดเดาได้ว่าควรวางเฟอร์นิเจอร์อะไรบ้าง และควรเป็นแบบไหน เพราะหากเราไปซื้อเฟอร์นิเจอร์มาจับวาง ยัดรวมไว้ในบ้านนั้น จะทำให้เกินการใช้งาน และอาจหลุดโทนหรือหลุดธีมที่เราวางไว้ 

2.เลือกสีให้ดี

อย่างที่กล่าวไปด้านบนเรื่องการเลือกสี สีเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้บ้านเราของคุมโทนได้ ไม่ว่าจะสีของตัวบ้านหรือเฟอร์นิเจอร์ นอกจากเทคนิคการเลือกสีด้านบนแล้ว เรื่องการจับคู่สีก็เป็นอีกหัวใจหลักของการคุมโทนบ้าน 

การจับคู่สี

การคุมโทนด้วยสีนั้น เป็นเทคนิคง่ายๆที่สามารถคุมโทนบ้านได้โดยไม่ต้องคิดเยอะ ตามนี้เลย

  • รู้จักกับวงล้อสี

ในวงล้อสีจะสามารถแบ่งได้เป็นสีโทนร้อน เช่น สีแดง ส้ม เหลือง และสีโทนเย็น เช่น เขียว ฟ้า น้ำเงิน ม่วง 

  • สีตรงข้ามในวงล้อสี

เทคนิคเริ่มต้นง่ายๆ เมื่อเห็นสีที่ชอบในวงล้อสีแล้ว ให้มองลากไปยังสีที่อยู่ตรงกันข้าม สีนั้นจะแมทช์กันอยู่เสมอ

  • สีที่อยู่ข้างกัน

เมื่อเจอสีที่ต้องการในวงล้อสีแล้ว นอกจากสีที่อยู่ตรงข้ามกันแล้ว สีที่อยู่ด้านข้างของสีนั้นก็สามารถแมทช์กันได้เช่นเดียวกัน 

3.เฟอร์นิเจอร์ที่ใช่

นอกจากเลือกสีแล้ว การมีเฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปแบบและลวดลายเป็นไปในทางเดียวกันก็สำคัญในการคุมโทนบ้านของเรา เช่น หากเราต้องการบ้านไตล์มินิมอลแต่มีเฟอร์นิเจอร์ที่มีลวดลายเป็นสไตล์ต่างๆมากมายเต็มไปหมด จะทำให้บ้านเราหลุดโทนและกลายเป็นดูรกเลอะเทอะทันที 

4.หา Inspiration

แน่นอนว่าการคุมโทนบ้านนั้นไม่ใช่เรื่องที่ใครก็สามารถคิดเองทำเองได้ อาจต้องขอคำแนะนำจากเพื่อน หรือเปิดหาแนวทาง หาโทนหาสไตล์ในการแต่งบ้านจากโลกออนไลน์ เช่น การเปิดดู Pinterest เพื่อดูรูปแบบและสไตล์บ้าน รวมถึงการตกแต่งหรืองานอาร์ตต่างๆในนั้นจะค่อนข้างสวยถูกใจ สร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนได้แน่ๆ 

แต่จุดหนึ่งที่ต้องระวังนั่นคือการปรับสีหรือรูปแบบความงามด้านการตกแต่งนั้นอาจทำไม่ได้จริง หรือทำแล้วสวยไม่ได้เหมือนในรูป เพราะในนั้นรูปส่วนมากจะมีฟิลเตอร์ที่ถูกปรับจนสวยสะดุดตา ดังนั้นดูเป็นเพียงแนวทางและคิดสร้างสรรค์ขึ้นตามสไตล์ของเราเอง 

สรุป

การคุมโทนบ้านให้ดูดีมีสไตล์ น่าอยู่นั้น อาจดูเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ซึ่งหากเราลองเริ่มจากการวางแผน วาดภาพร่างในแบบของเราขึ้นมา แล้วค่อยๆจัดตกแต่งทีละห้อง ทีละมุม ก็จะทำให้เราคุมโทนบ้านได้ง่ายขึ้น และเราจะอยู่ในบ้านที่ตกแต่งใหม่นี้อย่างมีความสุขและภาคภูมิใจ 

ส่วนใครที่กำลังคิดคุมโทนบ้านแต่ยังไม่มีบ้านให้คุมโทน ใน Kaidee ของเรามีหมวด Property ที่มีทั้งบ้านและคอนโด ช่วยให้คุณเข้ามาเลือกดูเลือกซื้อได้อย่างสะดวก รู้แล้วอย่ารอช้า มาดูกันเลย

สอบถามข้อมูลอื่นๆ หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

กรุณาสแกนคิวอาร์โค้ด หรือเพิ่มเพื่อนด้วยไอดีไลน์ @kaideeofficial