ระบบแอร์รถยนต์สำคัญยังไง มีอะไรที่ควรรู้บ้าง ?

Content Creator

แอร์รถยนต์ทำงานอย่างไรและประกอบด้วยอะไรบ้าง เป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรรู้

หากต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์สักคัน

เพราะว่าถ้าไม่มีแอร์ คุณต้องเปิดหน้าต่างรถเพื่อเอาออกซิเจนเข้ารถท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวของเมืองไทย แค่คิดภาพก็รู้สึกทรมานร่างกายเหลือเกิน นั่นคือสาเหตุที่คุณควรรู้ระบบแอร์ เพื่อรู้ถึงสาเหตุของแอร์รถยนต์ไม่เย็นและวิธีป้องกันไม่ให้แอร์รถยนต์ของคุณเสื่อมเร็วกว่าปกติ

ความสำคัญของระบบแอร์รถยนต์

ทำไมแอร์รถยนต์จึงสำคัญ คำตอบคือ ถ้าแอร์รถยนต์เสียหรือมีปัญหาครั้งหนึ่ง จะไม่ใช่แค่แอร์ไม่เย็นภายในรถยนต์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยังจะโยงไปถึงปัญหาสุขภาพของผู้ขับขี่ได้ด้วย! เราจะมาดูปัญหาหลักๆ ที่จะกระทบผู้ขับขี่กันนะคะ

1. แอร์รถยนต์เสีย

ปัญหาแอร์รถยนต์เสียนอกจากจะสร้างความรำคาญให้แก่ผู้ขับขี่แล้ว ยังสร้างภาระให้แก่เครื่องยนต์อีกด้วย นำมาสู่ปัญหาที่ว่า เครื่องยนต์ทำงานหนักทั้งเปลืองน้ำมันฟรี และยังเกิดปัญหาขึ้นกับเครื่องยนต์ด้วย

หากยังปล่อยปัญหาแอร์รถยนต์ไว้เช่นนี้ นอกจากจะเสียเหงื่อเพราะความร้อนแล้ว ยังต้องเสียงบซ่อมเครื่องยนต์อีก ฟังแล้วชวนปวดหัวน่าดูเลยใช่ไหมคะ

2. ผลเสียต่อสุขภาพของผู้ขับขี่

ผลเสียที่ว่าคือ นอกจากอาการปวดหัวจากความร้อนภายในห้องโดยสารแล้ว การที่แอร์เริ่มเย็นน้อยลง ยังบ่งบอกถึงปัญหาที่มาจากตัวกรองแอร์รถยนต์ก็ได้! ตัวกรองแอร์รถยนต์เป็นที่กรองฝุ่นละอองต่างๆ หากไม่ขยันเปลี่ยนตัวกรองจะทำให้ฝุ่นและสิ่งสกปรกต่าง ๆ หลุดไปถึงคอลย์เย็นและฝุ่นละอองเหล่านั้น ก็จะพัดมาตามลมเข้าสู่ห้องโดยสาร 

ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีโอกาสเกิดโรคทางเดินหายใจต่าง ๆ จากการสูดอากาศที่ไม่บริสุทธิ์เหล่านี้ ยิ่งนานวันยิ่งมีปัญหาเพิ่มขึ้น  แนะนำให้เปลี่ยนตัวกรองแอร์รถยนต์ทุกหมื่นกิโลนะคะ

3. ค่าบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้นทวีคูณ

อย่างที่ได้กล่าวไปเมื่อแอร์รถยนต์เสีย เครื่องยนต์ก็เสียไวขึ้น ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถยนต์เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ไม่ใช่เพียงเท่านี้ การที่แอร์รถยนต์มีปัญหาจากตัวกรอง อาจทำให้ระบบการทำงานของแอร์ หรือ เรียกสั้นๆว่า ตู้แอร์ มีปัญหารูรั่วจากฝุ่นจับเป็นก้อนอีกด้วย เมื่อเกิดปัญหาการรั่วซึม

นั่นอาจหมายความว่าคุณอาจต้องยกเซตตู้แอร์ใหม่ทั้งหมด!

4. ไม่สามารถหาจุดบกพร่องของระบบแอร์ได้

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อตัวกรองแอร์เสีย จึงทำให้แอร์ไม่เย็น แน่นอนว่าอย่างแรกที่เราคิดถึงอาจไม่ใช่ปัญหาที่เกิดจากเจ้าตัวกรองนี้ คิดว่าทุกคนคงเดาเป็นน้ำยาแอร์หมดบ้าง คอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ทำงานบ้าง ซึ่งแน่นอนว่า กว่าจะเจอปัญหาถูกจุดก็เอาเข้าศูนย์นับครั้งไม่ถ้วนเสียแล้ว นอกจากเสียเวลา แถมไม่มีรถใช้แล้ว ยังเสียเงินมหาศาลอีกด้วยค่ะ 

แอร์รถยนต์ประกอบด้วยอะไรบ้าง 

มาถึงส่วนประกอบหลักที่ควรรู้ของระบบการทำงานของแอร์รถยนต์ ที่มีทั้งหมด 5 ส่วนด้วยกัน ซึ่งจะไล่การทำงานของแต่ละส่วนประกอบดังนี้

1. คอมเพรสเซอร์ 

ในส่วนแรกของระบบการทำแอร์รถยนต์ต้องเริ่มจากเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้เลย เมื่อคุณสตาร์ทรถและกดปุ่มเปิดแอร์ คอมเพรสเซอร์จะทำงานเป็นอย่างแรก เพื่อดูดสารทำความเย็นหรือน้ำยาแอร์ ที่มีสถานะเป็นก๊าซมาจากคอยล์เย็น และนำมาปั่นด้วยความดันสูง หรือความร้อนเพื่อให้เกิดการควบแน่น และส่งต่อไปยังคอยล์ร้อน

2. คอนเดนเซอร์ (คอยล์ร้อน)

เมื่อนำก๊าซที่มีการควบแน่นมาแล้ว ตัวคอนเดนเซอร์ก็จะนำก๊าซเหล่านี้ระบายความร้อน ส่งผ่านท่อระบายออกไปทางรังผึ้งที่อยู่บริเวณที่ปัดน้ำฝนหน้ารถ เมื่อความร้อนหายไป จากก๊าซก็จะแปรสภาพเป็นของเหลวที่ยังคงมีความดันสูงอยู่

3. ถังพักน้ำยาแอร์ หรือ รีซีฟเวอร์

ที่ถังนี้ จะเป็นจุดรับของเหลวที่ถูกส่งต่อมาจากคอนเดนเซอร์หรือคอยล์ร้อน เพื่อนำมาพักไว้และกรองให้สารทำความเย็นที่มีสถานะเป็นของเหลว กลายเป็นน้ำยาแอร์ที่บริสุทธิ์ปราศจากสิ่งปนเปื้อน ก่อนจะส่งสารทำความเย็นนี้ต่อไปตามท่อจนไปถึงส่วนของวาล์วความดัน

4. วาลว์ปรับความดัน หรือ เอ็กซ์แปนเดชัน วาล์ว

ความสำคัญของวาล์วตัวนี้มีอยู่มาก เพราะเป็นส่วนที่จะทำให้น้ำยาแอร์ของเราที่ยังคงมีความดันสูงอยู่ กลับมามีความดันต่ำอีกครั้ง เมื่อน้ำยาแอร์มีความดันต่ำ อุณหภูมิของน้ำยาแอร์ก็จะลดลงและถูกส่งต่อไปหาคอยล์เย็น

5. อีวาโปเรเตอร์ (คอยล์เย็น)

มาถึงส่วนสุดท้ายของระบบการทำงานของแอร์รถยนต์ ก็คือคอยล์เย็น เป็นชิ้นส่วนที่จะส่งต่อความเย็นไปยังห้องโดยสารของเรา โดยนำน้ำยาแอร์ที่มีอุณหภูมิต่ำส่งผ่านไปยังพัดลมแอร์วิ่งตรงสู่ห้องโดยสาร 

ขณะเดียวกันพัดลมแอร์ที่อยู่ติดกับคอยล์เย็นจะดูดความร้อนภายในห้องโดยสารกลับมาผสมกับของเหลวอุณหภูมิต่ำ เมื่อของเหลวผสมกับความร้อนจะกลายเป็นสารทำความเย็นที่แปรสภาพเป็นก๊าซอุณหภูมิต่ำอีกครั้ง และวนกลับไปที่คอมเพรสเซอร์เพื่อผลิตน้ำยาแอร์ใหม่อีกครั้ง 

โดยในการทำอุณหภูมิต่าง ๆ นี้จะมีเทอโมมิเตอร์คอยวัดอยู่เพื่อป้องกันความผิดพลาดของอุณหภูมิภายในระบบการทำงานของแอร์รถยนต์นั่นเอง

แอร์รถยนต์ทำงานอย่างไร

จากที่ได้อธิบายไปข้างต้น น่าจะพอเห็นภาพคร่าวๆของระบบการทำงานของแอร์รถยนต์กันไปบ้างแล้ว แต่ส่วนตรงนี้จะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆอีกครั้งกล่าวคือ ตั้งแต่เมื่อคุณกดปุ่มเปิดแอร์ ตัวคอมเพรสเซอร์จะรับแรงส่งจากเครื่องยนต์ ไปปั่นก๊าซที่เป็นสารทำความเย็นด้วยความดันสูงทำให้เกิดการควบแน่นขึ้น

หลังจากนั้นจึงจะนำไปทำให้กลับมาในสภาพของเหลวอีกครั้งด้วยการระบายความร้อนออกที่คอยล์ร้อน ก่อนนำมาขจัดสิ่งสกปรกพร้อมปรับอุณหภูมิที่ถังพักน้ำยาแอร์และวาลว์ปรับความดันตามลำดับ 

ท้ายที่สุดจึงจะส่งน้ำยาแอร์ที่มีอุณหภูมิต่ำไปยังคอยล์เย็น ที่จะนำส่งความเย็นไปยังพัดลมและเป็นลมเย็นภายในห้องโดยสาร ส่วนความร้อนในห้องโดยสารที่ถูกดูดจะถูกตีกลับมาเพื่อนำไปผลิตน้ำยาแอร์ซ้ำไปเรื่อย ๆ นั่นเอง

สาเหตุของแอร์ไม่เย็น

หลายคนคงสงสัยว่าเหตุใด ทำไมจู่ๆ แอร์ในรถยนต์ของคุณก็ไม่เย็นเสียอย่างนั้น ไม่ต้องตกใจไปค่ะ ทุกอย่างย่อมมีทางแก้ แต่สาเหตุของเจ้าปัญหาเกิดจากอะไรนั้น มีได้ตามข้างล่างนี้เลยค่ะ

1. สังเกตปุ่ม A/C (Air Conditioning) และ ปุ่มเปิดช่องอากาศว่าเปิดอยู่ไหม

บางทีคุณสตาร์ทรถแล้ว แต่อาจจะลืมกดปุ่มเปิด A/C ก็เป็นได้ จึงปิดการทำงานไว้อยู่ และอีกปุ่มที่สำคัญก็คือปุ่มเปิดช่องอากาศ ที่จะทำให้อากาศภายนอกเข้ามาในรถเพื่อเพิ่มออกซิเจน ซึ่งอาจทำให้อากาศภายในรถร้อนแทนที่จะเย็นก็ได้ค่ะ

2. แอร์ตัน

แอร์รถยนต์ตันก็เหมือนแอร์บ้านที่มีฝุ่นเข้าไปจับเป็นก้อนหนาทำให้ไม่สามารถเป่าลมแอร์ออกมาได้ จึงทำให้อากาศที่ควรจะเย็นกลายเป็นร้อนแทน ปัญหานี้เกิดจากการที่พัดลมจะเป่าลมผ่านแผงคอยล์เย็นเพื่อให้ลมเย็นออก

ทว่าตัวพัดลมก็เป็นตัวดูดอากาศภายในห้องโดยสารกลับมาด้วย จึงทำให้ดูดฝุ่นลอยกลับมาติดแผงคอยล์เย็น และจับตัวเป็นก้อน ดังนั้นควรล้างแอร์อย่างน้อย 2 ครั้งถึงจะดีนะคะ

3. น้ำยาแอร์รั่ว

ปัญหาน้ำยาแอร์รั่วเป็นสิ่งที่คนจะนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อนึกถึงสาเหตุที่แอร์ไม่เย็น ลักษณะการรั่วจะมีสองแบบคือรั่วภายในครั้งเดียวกับค่อย ๆ รั่วจนหมด การรั่วภายในครั้งเดียวเราจะสามารถสังเกตเห็นได้แทบจะทันที 

เนื่องจากการรั่วในทันทีจะมีควันออกมาบริเวณฝากระโปรงรถเราเสมือนมีเพลิงไหม้เกิดขึ้น การรั่วแบบนี้จะสามารถหารอยรั่วได้ง่ายกว่าการที่น้ำยาแอร์ค่อย ๆ รั่ว หากเกิดรอยรั่วที่มองไม่เห็นคุณจะต้องนำเข้าศูนย์ให้ช่างเช็กให้ 

การรั่วแบบนี้กว่าคุณจะรู้ตัวน้ำยาแอร์อาจจะรั่วจนใกล้หมดแล้วก็ได้ เพราะมันจะไม่ได้มีอาการแสดงให้เห็นในทันที แต่จะค่อย ๆ เย็นน้อยลงเรื่อย ๆ

4. คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงาน

จริงๆแล้วจะเรียกว่าคอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานก็คงไม่ได้ ส่วนใหญ่ตัวคอมเพรสเซอร์จะยังทำงานอยู่ทว่าไม่มีแรงดันอากาศที่เพียงพอในการส่งสารทำความเย็นได้ นี่เป็นปัญหาที่สังเกตได้แทบจะทันทีเช่นเดียวกัน

เพราะเมื่อคอมเพรสเซอร์ไม่ทำงาน จะมีเพียงลมธรรมดาที่ไม่มีแม้แต่ความเย็นปล่อยออกมาแทน วิธีซ่อมของเจ้าตัวนี้คือ เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์อย่างเดียวเท่านั้น

5. พัดลมแอร์ไม่ทำงาน

การทำงานของพัดลมแอร์ก็มีหน้าที่ใกล้เคียงกันกับการทำงานของคอมเพรสเซอร์ เพียงแต่พัดลมแอร์จะเป็นส่วนช่วยในการลดอุณหภูมิของน้ำยาแอร์เพราะว่าตัวคอมเพรสเซอร์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้สารทำความเย็นอยู่ในอุณหภูมิที่ต้องการได้

หากพัดลมแอร์เสีย แน่นอนว่าลมที่ออกมามักจะเป็นลมร้อน หากคุณพบเจอปัญหาแบบนี้ แนะนำให้เข้าศูนย์เปลี่ยนพัดลมแอร์ทันทีเลยค่ะ

วิธีป้องกันไม่ให้ระบบแอร์พังเร็ว

1. อย่าใช้แอร์โหมดออโต้

การเซตแอร์โหมดอัตโนมัติแม้จะสบายที่ไม่ต้องคอยนั่งปรับอุณหภูมิที่เหมาะสม ทว่ากลับเป็นผลร้ายสำหรับระบบแอร์รถยนต์เลยก็ว่าได้ เพราะระบบแอร์ต้องทำงานผสานระหว่างความเย็นและร้อนให้ใกล้เคียงกัน 

ซึ่งจะทำให้ความเย็นปะทะความร้อนจนกลายเป็น น้ำค้างในตู้แอร์ จนทำให้วันหนึ่งน้ำที่ค้างอยู่อาจรั่วออกมาและกลายเป็นปัญหาแอร์ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ วิธีที่ดีสำหรับการเปิดแอร์ก็คือ เน้นเปิดให้อุณหภูมิเย็นและใช้พัดลมเปิดช่วยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

2. อย่าเปิดแอร์ตอนสตาร์ทรถ

สำหรับคนที่มักจะดับรถโดยไม่ปิดแอร์ก่อน ต้องนึกไว้ให้มั่นว่าก่อนลงรถควรปิดแอร์ก่อน สาเหตุก็เพราะว่าเมื่อคุณสตาร์ทรถใหม่แอร์จะติดทันทีเลย มันจะนำมาซึ่งข้อเสียที่ว่าขณะสตาร์ทรถ เครื่องยนต์จะทำรอบสูงและทำให้ระบบแอร์ทำงานหนักไปด้วย แน่นอนว่าระบบแอร์กับรอบสูงสัมพันธ์กัน 

เมื่อเครื่องยนต์ทำงานหนัก คอมเพรสเซอร์แอร์ที่ใช้แรงขับของเครื่องยนต์ก็จะทำงานหนักไปด้วย ทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ที่โดนรอบสูงพังเร็วขึ้นค่ะ ดังนั้นควรรอสักพักให้เครื่องยนต์อยู่ในรอบปกติเสียก่อน จึงค่อยเปิดแอร์ ให้กะไว้ที่ไม่เกิน 3 นาทีค่ะ

3. เวลาซิ่งแล้วดับแอร์ อย่าเปิดแอร์ต่อทันที

ใครที่ชอบขับรถเร็วแล้วดับแอร์ ควรระวังตรงจุดนี้ไว้มาก ๆ นะคะ เพราะจะคล้ายคลึงกับกรณีเปิดแอร์ตอนสตาร์ทรถ เพราะเมื่อคุณใช้ความเร็วสูงมาก รอบของเครื่องยนต์ก็จะสูงตาม ตอนดับแอร์เพื่อเพิ่มความเร็วย่อมไม่ใช่ปัญหา

ทว่าเมื่อใช้ความเร็วจนพอใจ คุณจะเปิดแอร์ทันทีไม่ได้ เพราะรอบเครื่องของคุณยังคงสูงมาก หากเปิดแอร์ทันที อาจทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์คุณทำงานหนักจนแฮงค์ไปเลย

4. หมั่นขับรถให้บ่อย

การขับรถให้บ่อยดีกว่าการจอดรถทิ้งไว้แน่นอน ลองคิดภาพที่สมัยก่อน ปู่ย่าเราต้องคอยมาสตาร์ทรถทุกวันแม้ไม่ใช้ สาเหตุก็มาจากหากทิ้งเอาไว้ เครื่องยนต์อาจสตาร์ทไม่ติด แล้วถ้าสตาร์ทไม่ขึ้นปัญหาที่ตามมาก็คือ คอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ทำงาน

เช่นเดียวกันกับการที่คุณไม่ได้เปิดประตูบ้านนานๆ ประตูมักจะฝืดเคืองใช่ไหมล่ะคะ ระบบท่อแอร์ก็เหมือนกัน เมื่อไม่มีน้ำมันหล่อลื่นในการช่วยส่ง น้ำยาแอร์จะถูกส่งอย่างไม่ทั่วถึงนั่นเอง

สรุปท้ายบทความ

การขับรถยนต์นอกจากจะต้องดูแลสภาพรถภายนอกให้ดูดีและสวยงามอยู่ตลอดแล้ว ยังต้องดูแลภายในระบบรถยนต์ให้ดีไปพร้อม ๆ กันด้วย การหมั่นนำรถยนต์เข้าไปเช็คที่ศูนย์ตามระยะจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะคุณจะได้รับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับรถของคุณได้อย่างทันท่วงที

 ระบบแอร์รถยนต์แม้จะดูไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเล็กที่จะมองข้ามได้ง่าย ๆ แม้ว่าจะเป็นรถมือหนึ่งก็ตาม เพราะปัญหาระบบแอร์มักเกิดในปีที่ 3 ของการใช้รถ 

หากใครที่กังวลว่าแล้วรถมือสองไม่ยิ่งมีปัญหาเข้าไปกันใหญ่หรือ ขอให้วางใจได้ค่ะ 
เพราะเพียงแค่เข้ามาที่ RodKaidee รับรองได้ว่ารถยนต์มือสองทุกคันล้วนไร้ปัญหาปลอดภัยอุ่นใจได้เลยค่ะ