สรุปบทความ

ต้อนรับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ๋สำหรับ Jeep Wrangler Rubicon 392 ที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ Hemi V8 ขนาด 6.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 450 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ต่ำกว่า 5 วินาทีเท่านั้น ภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วยเบาะหนังหุ้มสุดหรู เสริมความดุดันด้วยพวงมาลัยรูปทรงสปอร์ต ภายนอกมาพร้อมดีไซน์รูปทรงสี่เหลี่ยมแบบฉบับ Jeep ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เสริมประสิทธิภาพของช่วงล่างด้วยโช๊คอัพ สปริง และล้อคุณภาพสูง เพื่อออกผจญภัยไปในทุกเส้นทางที่กำลังรอคุณอยู่

Jeep Wrangler Rubicon 392 การกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของราชาสายลุย

Content Creator
สรุปบทความ

ต้อนรับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ๋สำหรับ Jeep Wrangler Rubicon 392 ที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ Hemi V8 ขนาด 6.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 450 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ต่ำกว่า 5 วินาทีเท่านั้น ภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วยเบาะหนังหุ้มสุดหรู เสริมความดุดันด้วยพวงมาลัยรูปทรงสปอร์ต ภายนอกมาพร้อมดีไซน์รูปทรงสี่เหลี่ยมแบบฉบับ Jeep ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เสริมประสิทธิภาพของช่วงล่างด้วยโช๊คอัพ สปริง และล้อคุณภาพสูง เพื่อออกผจญภัยไปในทุกเส้นทางที่กำลังรอคุณอยู่

หลังจากที่ค่าย Ford Motors ได้ทำการเปิดตัว “Ford Bronco Concept 2021” ไปไม่นาน ค่ายรถอย่าง Jeep ก็ได้ตัดสินใจเปิดตัว “Wrangler Rubicon 392” ออกมาสู่ตลาดโลกที่เรียกได้ว่าตีคู่กันมาอย่างสูสี ซึ่งก่อนหน้านี้ทางทีมสร้างของ Jeep ได้ยกเลิกคอนเซ็ปต์ที่มีชื่อว่า Easter Jeep Safari และตัดสินใจมาทำรถในแบบ Wrangler Rubicon 392 แทนที่ และต้องบอกเลยว่านับเป็นการหวนกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของราชาสายลุย

แต่ก่อนที่จะพาทุกคนไปดู Jeep Wrangler Rubicon 392 เราอยากพาทุกคนมาทำความรู้จักประวัติความเป็นมาของ “Jeep Wrangler” ที่มาพร้อมความยิ่งใหญ่จนกลายเป็นตำนานได้อย่างไร ถ้าพร้อมแล้วตามไปดูกันเลย

Credit: https://www.jeep.com/wrangler/rubicon-392.html
Credit: https://www.jeep.com/wrangler/rubicon-392.html
Credit: https://www.jeep.com/wrangler/rubicon-392.html

“Jeep Wrangler” รถทหารสายเลือดอเมริกันที่ไม่ได้ใช้งานเพียงแค่ในสนามรบ

ถ้าใครเป็นคอหนังสงครามคงจะคุ้นเคยกับรถหน้าตาทรงสี่เหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์แบบนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะรถ Jeep Wrangler ถูกใช้ในการรบมาตั้งแต่ปี 1940 หรือสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ที่มีคุณสมบัติเป็นรถแบบ 4×4 ขับได้ทุกสภาพเส้นทาง ลุยได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็น แหล่งน้ำ โคลน ดิน ป่า หรือพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก จึงเหมาะสำหรับเป็นพาหนะในการใช้รบเป็นอย่างมาก ซึ่งในสมัยนั้นรถเหล่านี้ยังไม่ได้มีชื่อเรียก แต่เมื่อเวลาผ่านช่วงสงครามโลกไปได้ 20 ปี ก็ได้มีเศรษฐีชาวอเมริกันนำซากของรถเหล่านี้ไปทำมาใหม่และนำมาขับใช้ในชีวิตประจำวัน จึงเป็นที่พูดถึงกันอย่างเป็นวงกว้างให้เหล่านักสะสมรถได้ตามสะสมกันในที่สุด

Credit: https://www.jeep.com/history.html

ในปี 1986 ได้มีการสร้างรถเหล่านี้ขึ้นอีกครั้งและมีการตั้งชื่อว่า “Jeep Wrangler” โดยเป็นการยึดดีไซน์แบบเดิมในสมัยสงครามโลกที่ไม่ได้ถูกปรับเปลี่ยนอะไรมากเท่าไร แต่ได้เพิ่มในส่วนของแอร์เข้าไป มีกระจก และหลังคา เพื่อให้ดูมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น และเหมาะสมกับการขับใช้งานในชีวิตประจำวันสำหรับยุคนั้น โดยแบ่งทั้งหมดออกเป็น 4 รุ่นด้วยกัน

โดยรุ่นแรกนั้นเริ่มตั้งแต่ปี 1986 ที่มีการดีไซน์ไม่แตกต่างจากรถในสมัยสงครามโลก แต่ได้เพิ่มไฟหน้ารูปทรงสี่เหลี่ยมที่ในยุคสมัยนั้นรถส่วนใหญ่ที่มีความนิยมสูงจะมีไฟหน้าเป็นสี่เหลี่ยม จึงทำให้ Jeep Wrangler รุ่นแรกก็มีไฟหน้าเหลี่ยมเช่นเดียวกัน

มาถึงรุ่นที่สองกันบ้างซึ่งในรุ่นนี้ได้มีการปรับปรุงไฟหน้าให้เป็นทรงกลมดูมีความวินเทจมากขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมหลังคาแบบผ้าใบที่สามารถเปิดด้านบนออกได้ ภายในรถยังได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของแผงคอนโซลหน้าและเพิ่มระบบไฟฟ้าให้ดูมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น

ส่วนในรุ่นที่สามนั้นมีความคล้ายกับรุ่นที่สอง แต่จะมีความแตกต่างที่ตัวรถมีด้วยกัน 2 รุ่น คือ 2 ประตู และ 4 ประตู ซึ่งเป็นที่นิยมที่ใช้งานมาจนถึงปัจจุบันที่ยังคงรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์แบบเดิมไว้ แต่ได้เพิ่มในเรื่องของประสิทธิภาพ ผสานเทคโนโลยีต่างๆ ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น

Jeep Wrangler Rubicon 392 มาพร้อมขุมพลังมากความสามารถ

หลังจากที่ Ford Bronco ได้ทำการเปิดตัวไป ทางค่าย Jeep จึงไม่รอช้าที่จะเปิดตัว “Wrangler Rubicon 392” ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 จากโรงงานที่นับว่าเป็นรุ่นแรกในรอบ 40 ปี เพื่อเป็นการประกาศที่พร้อมจะมาต่อสู้กับ Ford Bronco ในตลาดรถ และการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ของราชาสายลุยอย่างเต็มรูปแบบ

Credit: https://www.jeep.com/wrangler/rubicon-392.html

Jeep Wrangler Rubicon 392 มาพร้อมเครื่องยนต์ Hemi V8 ขนาด 6.4 ลิตร (392 ลูกบาศก์นิ้ว) ให้กำลัง 470 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 637 นิวตัน-เมตร โดยใช้เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ส่งกำลังสู่ล้อทั้ง 4 ของตัวรถ ใช้เวลา 4.5 วินาที เพื่อทำความเร็วจาก 0-96 กม./ชม. ส่วนการทำเวลาควอเตอร์ไมล์อยู่ที่ 13 วินาที 

ออกผจญภัยได้ทุกเส้นทาง ตอบโจทย์สายลุยได้อย่างตรงจุด

Jeep Wrangler Rubicon 392 ยังถูกออกแบบมาพร้อมกับความสามารถในการขับขี่ที่หลากหลาย โดยสามารถขับลุยน้ำได้ถึง 825.5 มม. แม้ว่าจะมีฝากระโปรงที่เปิดเพื่อถ่ายเทอากาศให้กับเครื่องยนต์ V8 ขนาดใหญ่ แต่ทางทีมงานก็ได้คิดค้นระบบท่ออากาศ Hydro-Guide พร้อมท่อ 3 ระดับ ที่คอยระบายน้ำออกแม้ว่าจะโดนคลื่นซัดเข้ามาที่ฝากระโปรงก็ตาม 

Credit: https://www.jeep.com/wrangler/rubicon-392.html

นอกจากนี้ยังเสริมในเรื่องของความแข็งแกร่งของตัวรถที่เลือกใช้เหล็กกล้า รางเฟรมของตัวรถที่ได้รับการอัปเกรดและใช้ระบบป้องกันการสั่นสะเทือนจาก Fox เสริมความนุ่มนวลให้กับทุกสภาพเส้นทางด้วยยาง All-Terrain BFFoodrich KO2 ขนาด 33 นิ้ว และล้อขนาด 17 นิ้ว ลุยได้อย่างไร้กังวลกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Select-Track พร้อมอัตราทดเกียร์ต่ำ 2.72 ที่มีให้เลือก 4 โหมด ได้แก่ 4WD Auto, 4WD High, Neutral และ 4WD Low 

ห้องโดยสารภายในสุดหรูกับความบันเทิงแบบครบถ้วน

ภายในห้องโดยสารถูกดีไซน์มาอย่างเรียบหรูกับเบาะหนังสีดำสุดพรีเมียมที่รองรับการบิดและเบี้ยวที่โอบรับกับร่างกายในเส้นทางที่มีการเคลื่อนไหวรุนแรง โดดเด่นด้วยโลโก้สีบรอนซ์ที่ตัดเย็บอย่างประณีต หน้าจอสัมผัสขนาด 8.4 นิ้ว พร้อมเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อเปิดระบบการนำทาง หรือเล่นเพลงได้ แผงหน้าปัดสีขนาด 7 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลของตัวรถไว้อย่างครบถ้วน 

Credit: https://www.jeep.com/wrangler/rubicon-392.html
Credit: https://www.jeep.com/wrangler/rubicon-392.html

บนพวงมาลัยยังมาพร้อม Paddle Shifters ที่นับว่าเป็นครั้งแรกของ Jeep ที่ให้คุณสามารถควบคุมเกียร์ได้อย่างมั่นใจในขณะที่ขับขี่ สามารถเปลี่ยนเกียร์โดยใช้แป้นแบบติดตั้งบนพวงมาลัยเพื่อสัมผัสประสบการณ์อันยอดเยี่ยมในการควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ

เสียงคำรามของเครื่องยนต์ HEMI V8

เป็นครั้งแรกที่ Jeep Wrangler มีระบบ Dual-Mode Exhaust ที่มีปุ่มกดสามารถควบคุมเสียงของท่อไอเสียเพื่อช่วยให้คุณปรับระดับของเสียงเครื่องยนต์ โดยระบบนี้จะใช้วาล์วอิเล็กทรอนิกส์อีกคู่หนึ่งไว้สำหรับควบคุมเสียง Output เมื่อเดินเครื่องเบา หรือเมื่อไรที่กดเท้าลงบนแป้นเหยียบ

Credit: https://www.jeep.com/wrangler/rubicon-392.html

ระบบความปลอดภัยของ Wrangler Rubicon 392

Jeep ได้ให้ความสำคัญถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่ได้ใส่เทคโนโลยีช่วยเตือนเมื่อมีรถขับมาใกล้ในระยะประชิดทั้งจากด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง รวมถึงยังมีสัญญาณเตือนพร้อมกล้องมองหลังเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในเวลาที่ต้องจอดรถในพื้นที่แคบ 

Credit: https://www.jeep.com/wrangler/rubicon-392.html

สรุปท้ายบทความ

จากข้อมูลทั้งหมดทางทีมงานของ Jeep ได้ยืนยันว่า “Wrangler Rubicon 392” จะเป็นรถ Off-Road ที่สุดแห่งยุคอย่างแท้จริง ด้วยภาพรวมที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ Hemi V8 ขนาด 6.4 ลิตร (392 ลูกบาศก์นิ้ว) ให้กำลัง 470 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 637 นิวตัน-เมตร โดยใช้เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ส่งกำลังสู่ล้อทั้ง 4 ของตัวรถ ใช้เวลา 4.5 วินาที เพื่อทำความเร็วจาก 0-96 กม./ชม. ส่วนการทำเวลาควอเตอร์ไมล์อยู่ที่ 13 วินาที

ภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วยเบาะหนังหุ้มสุดหรูที่มาพร้อมโลโก้ Rubicon ถักด้วยด้ายสีบรอนซ์อย่างประณีต เสริมความดุดันด้วยพวงมาลัยรูปทรงสปอร์ต ภายนอกมาพร้อมดีไซน์รูปทรงสี่เหลี่ยมแบบฉบับ Jeep ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เสริมประสิทธิภาพของช่วงล่างด้วยโช๊คอัพ สปริง และล้อคุณภาพสูง ผสานกับเทคโนโลยีอีกมากมายเพื่อออกผจญภัยไปในทุกเส้นทางที่กำลังรอคุณอยู่

สำหรับใครที่กำลังหาซื้อรถ Jeep มือสองคุณภาพดีราคาเป็นมิตร หรือรถยนต์มือสองรุ่นอื่นๆ สามารถลองเข้ามาเลือกดูได้ที่ Kaidee Auto แหล่งซื้อขายของออนไลน์ที่มีรถยนต์จำหน่ายกว่าสองหมื่นคัน