4 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับกระถางต้นไม้

Property Specialist

4 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับกระถางต้นไม้

กระแสการปลูกต้นไม้ในช่วงนี้มาแรงแบบสปีดยังไม่ตกจริงๆ โดยเฉพาะบรรดาไม้ประดับในอาคารที่อยู่คู่กระถางต้นไม้ฟอร์มสวยๆ ชวนให้บ้านหรือคอนโดมีบรรยากาศสดใส มีชีวิตชีวา 

กระถางต้นไม้ที่เหมาะกับพันธุ์ไม้ไม่เพียงส่งให้ต้นไม้ดูโดดเด่น กลายเป็นไอเทมตกแต่งที่เสริมให้ที่อยู่อาศัยน่าอยู่ยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่กระถางต้นไม้ยังเป็นภาชนะรองรับที่ช่วยโอบกอดปลอบประโลมต้นไม้ให้ได้เติบโตอย่างเหมาะสมและอยู่คู่กับบ้านเราไปนานๆ อีกด้วย 

โดยวันนี้ Kaidee รวบรวม 4 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับกระถางต้นไม้มาฝากผู้อ่าน เผื่อเวลาที่ต้องการมองหากระถางต้นไม้ใบใหม่จะได้เลือกซื้อให้เหมาะเจาะพอดีกับต้นไม้แสนรักของคุณ

ขนาดของกระถางต้นไม้ 

จะว่าไปแล้วต้นไม้ก็เหมือนกับมนุษย์ที่มีการเจริญเติบโตอยู่ตลอดเวลา และต้องการสเปซของตัวเอง โดยมีกระถางต้นไม้เป็นเสมือนบ้านที่เมื่อถึงวัยหนึ่งก็ต้องขยับขยาย หาบ้านหลังใหม่เพื่อเติบโตต่อไป ซึ่งเรามีวิธีการสังเกตง่ายๆ ว่าต้นไม้ของเราต้องการย้ายบ้าน (กระถาง) ใหม่แล้วก็คือมีรากชอนไชออกมาที่ก้นกระถางนั่นเอง   

ส่วนการเลือกขนาดกระถางให้เหมาะกับขนาดของต้นไม้นั้นเน้นดูตามความเหมาะสมมากกว่าจะกำหนดกฏเกณฑ์ตายตัว ส่วนใหญ่มักคิดคร่าวๆ จากรูปทรงของต้นไม้ กล่าวคือ หากเป็นไม้ทรงสูง ความกว้างของปากกระถางที่ควรมีขนาดประมาณ 2 : 3 ของความสูงของต้นไม้นั้น เช่น ต้นไม้สูง 15 นิ้ว เราควรเลือกขนาดขนาด 10 นิ้ว แต่หากเป็นไม้ทรงพุ่ม จะวัดระยะจากกิ่งที่กว้างที่สุดกับกระถางหรือประมาณ 3 : 2 เช่น หากทรงพุ่มกว้าง 18 นิ้ว กระถางก็ควรมีความกว้าง 12-20 นิ้ว 

นอกจากวิธีการดังกล่าวแล้ว เรายังสามารถเลือกขนาดกระถางต้นไม้โดยดูจากความยาวของรากพืชได้ด้วย นั่นคือ ยิ่งรากยาว ยิ่งรากหยั่งลึก ยิ่งต้องการกระถางหรือภาชนะที่ใหญ่ขึ้น ยกตัวอย่างบรรดาพืชรากหยั่งตื้น อย่างพืชผักสวนครัวอายุสั้นที่ปลูกไม่กี่วันก็เก็บทานได้เลย เช่น ผักชี ผักบุ้ง ต้นอ่อนทานตะวัน ผักสลัด ฯลฯ แบบนี้ใช้กระถางไซส์ 8 นิ้วก็เพียงพอแล้ว ส่วนผักที่รากหยั่งลึกปานกลาง ได้แก่ กะเพรา โหระพา แมงลัก พริก มะเขือเทศ แตงกวา ถั่วแขก พวกนี้ต้องการพื้นที่มากขึ้นจึงต้องเลือกใช้กระถางใบใหญ่อย่างน้อยๆ ต้อง 12 นิ้วขึ้นไป เป็นต้น

ภาพจาก www.pexels.com

วัสดุที่ใช้ทำกระถางต้นไม้

หากขนาดกระถางช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของต้นไม้ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ทำกระถางต้นไม้ก็สามารถเสริมให้ต้นไม้ของเราดูสวยงามโดดเด่นยิ่งขึ้นได้เช่นกัน โดยกระถางต้นไม้จากแต่ละวัสดุนั้นมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันดังนี้ 

กระถางดินเผา

เป็นกระถางต้นไม้ที่เรียกว่าเป็นวัสดุดั้งเดิมของคนไทยเลยก็ว่าได้ ทำจากดินและนำมาเผาด้วยความร้อนสูง ข้อดีของกระถางต้นไม้ประเภทนี้คือ หาซื้อได้ง่าย มีขนาดและรูปแบบให้เลือกหลากหลาย ด้วยลักษณะของเนื้อวัสดุทำให้กระถางมีรูพรุนจึงระบายอากาศถ่ายเทความชื้นของดินและวัสดุปลูกได้ดี ทำให้รากพืชได้รับออกซิเจนเพียงพอมีความแข็งแรง ส่วนข้อเสีย คือ กระถางดินเผามีน้ำหนักมาก หากเคลื่อนย้ายไม่ดีก็มีโอกาสแตกหักได้ เมื่อใช้ไปนานๆ มักมีตะไคร่น้ำขึ้นรอบกระถางทำให้ดูไม่สวยงามนัก

กระถางพลาสติก

กระถางพลาสติกถูกใช้อย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในตลาดซื้อขายต้นไม้ ข้อดีคือราคาถูก น้ำหนักเบา เหมาะกับการเพาะต้นไม้ มีอายุการใช้งานพอสมควร ในการใช้งานสามารถเก็บความชื้นได้ดีแต่ไม่สามารถถ่ายเทอากาศได้ หากรดน้ำมากไปจนทำให้น้ำขังแฉะก็อาจทำให้ต้นไม้มีโอกาสรากพืชเน่าตายได้ 

กระถางเซรามิก

ส่วนใหญ่นิยมใช้กระถางเซรามิกเพื่อสวมครอบกระถางพลาสติกอีกชั้นหนึ่งเพื่อประดับตกแต่งภายในบ้าน ซึ่งจะง่ายต่อการสลับสับเปลี่ยนต้นไม้ในอนาคต แต่หากจะนำมาปลูกต้นไม้เลย กระถางเซรามิกก็ถือว่าใช้งานได้ดี มีคุณสมบัติคล้ายกับกระถางพลาสติก แต่ราคาสูงกว่าหลายเท่าตัว 

กระถางไฟเบอร์กลาส

เป็นกระถางต้นไม้ประเภทประดับตกแต่งอีกชนิดที่ได้รับความนิยมในหมู่นักจัดต้นไม้ เนื่องจากสามารถผลิดได้หลากหลายรูปทรง โดยเฉพาะทรงโมเดิร์นที่กระถางชนิดอื่นๆ ยังทำได้ไม่ดีนัก นอกจากนี้ยังมีความแข็งแรงคงทน น้ำหนักเบา และให้ความรู้สึกเหมือนทำจากวัสดุธรรมชาติ แต่ก็แลกด้วยราคาต่อชิ้นที่ค่อนข้างสูง 

กระถางปูนเปลือย

กระถางต้นไม้ชนิดนี้ทำมาจากปูนซีเมนต์ผสมทราย และอาจมีการเสริมเหล็กเส้นเพิ่มความแข็งแรง โดยรูปทรงที่เราเห็นบ่อยๆ คือกระถางรางหมูที่เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มักวางตามแนวรั้วกำแพงบ้าน ข้อดีของกระถางปูนเปลือยคือทนน้ำ ทนฝน ทนแดด ไม่แตกหักง่ายเหมือนกระถางดินเผา สามารถเก็บความชื้นได้ดี เช่นเดียวกับการสะสมความร้อนหากอยู่กลางแดดนานๆ ส่วนข้อเสียที่เห็นได้ชัดเจนคือน้ำหนักมาก เคลื่อนย้ายลำบาก และราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับกระถางชนิดอื่น  

ภาพจาก www.pexels.com

รูกระถางต้นไม้

กระแสมาแรงของการปลูกต้นไม้ประดับภายในบ้านส่งผลให้รูปแบบกระถางต้นไม้มีความวาไรตี้มากขึ้น และคนส่วนใหญ่ก็มักเลือกกระถางที่มีความสวยงามเพื่อเน้นถ่ายรูปโชว์มากกว่าคำนึงถึงการใช้งานจริงๆ จึงเป็นที่มาของอีกหนึ่งเรื่องควรรู้ที่เราหยิบมาฝากนั่นคือ ‘รูกระถางต้นไม้’

เดิมทีกระถางต้นไม้จะต้องมีการเจาะรูด้านล่าง (จำนวนรูมากน้อยแตกต่างกันไปตามแหล่งผลิต) เพื่อใช้ระบายน้ำส่วนเกินจากการรดน้ำต้นไม้ แต่ปัจจุบัน กระถางสมัยใหม่มักดีไซน์ให้ไม่มีรูระบายน้ำ ส่วนหนึ่งก็เพื่อตัดปัญหาน้ำส่วนเกินที่อาจไหลออกมาเลอะเทอะหากเราวางกระถางไว้ภายในบ้านหรือห้องต่างๆ 

แต่ในความเป็นจริงแล้ว กระถางต้นไม้ไม่มีรูเหล่านี้เหมาะใช้เป็นกระถางสวมด้านนอกกระถางที่ใช้ปลูกต้นไม้จริงๆ อีกชั้นมากกว่า โดยควรหาวัสดุรองก้นกระถางปลูกอีกชั้นวางไว้ในกระถางที่ไม่มีรูเพื่อไม่ให้กระถางปลูกจริงสัมผัสกับน้ำรดต้นไม้ส่วนเกินที่อาจขังอยู่ด้านในมากเกินไป และควรหมั่นเทน้ำทิ้งเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอีกด้วย หรือหากต้องการใช้กระถางแบบไม่มีรูเพื่อปลูกต้นไม้เลยก็สามารถทำได้ เพียงแต่ต้องระมัดระวังเรื่องการรดน้ำเป็นพิเศษ ว่าต้องไม่ให้น้ำมากจนเกินความต้องการของต้นไม้นั่นเอง

ภาพจาก www.pexels.com

ต้นไม้ 1 ต้น ต้องการกระถางต้นไม้ไม่น้อยกว่า 3 ใบ

หากใครเป็นสายเพาะต้นไม้ที่เริ่มตั้งแต่การเพาะต้นกล้า กระถางต้นไม้ที่เราควรใช้จะมีถึง 3 ไซส์ด้วยกัน นั่นคือ กระถางที่ 1 เรียกว่า ถาดเพาะเมล็ด ภาชนะชนิดนี้จะใช้กับวัสดุเพาะที่มีความอ่อนนุ่มเพื่อให้ต้นกล้าสามารถหยั่งรากเติบโตได้ดี หลังจากที่ต้นกล้าแตกใบเลี้ยง 2-3 ใบ แล้วจึงย้ายไปกระถางที่ 2 หรือถาดหลุม ซึ่งต้องใช้ดินปรุงที่มีความละเอียดและอุดมด้วยธาตุอาหารสมบูรณ์ จนกระทั่งต้นไม้ออกใบจริง (ใบที่ 4-5) จึงย้ายสู่กระถางใบที่ 3 ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังแรกที่ต้นไม้จะอาศัยเติบโตต่อไป 

ในกรณีที่เราเพาะพืชอายุสั้น รากตื้น กระถางที่ใช้จะหยุดอยู่แค่ใบที่ 3 เท่านั้น และไม่มีความจำเป็นต้องย้ายกระถางอีก แต่หากเราเพาะกล้าพืชอายุยืนหรือบรรดาไม้ผลต่างๆ ก็ยังคงต้องปรับเปลี่ยนกระถางให้ใหญ่ขึ้นตามการเติบโตของต้นไม้เรื่อยๆ เพื่อให้ต้นไม้สามารถแตกยอดออกดอกผลต่อไป เพราะหากเราไม่เปลี่ยนกระถางต้นไม้หรือไม่ตัดสินใจนำต้นไม้ลงปลูกในดินกว้างๆ แล้ว ก็เท่ากับเป็นการจำกัดการเติบโตของต้นไม้ไปด้วย

สรุปเลือกกระถางต้นไม้ไม่ยาก แต่ต้องใส่ใจ

ในวันที่ตลาดกระถางต้นไม้เต็มไปด้วยดีไซน์และตัวเลือกนับไม่ถ้วน ทำให้การเลือกกระถางต้นไม้ของเราต้องใส่ใจมากขึ้น โดยเฉพาะการทำความรู้จักกับพันธ์ุไม้ที่เราปลูกให้มากกว่าเดิม สังเกตุว่าต้นไม้มีลักษณะการเติบโตอย่างไร ก็จะช่วยให้เราสามารถเลือกกระถางต้นไม้ได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นขนาด วัสดุ หรือแม้แต่รูปแบบกระถาง เมื่อทุกอย่างอยู่ด้วยกันอย่างลงตัวแล้ว ต้นไม้เหล่านั้นก็จะเป็นของประดับบ้าน เป็นเพื่อนร่วมห้อง ที่เติมความสดชื่นให้กับเราไปอีกนานอย่างแน่นอน