สรุปบทความ

เป็นที่ถกเถียงกันมาช้านาน ว่าชายหรือหญิงใครกันแน่ที่ขับรถแย่กว่ากัน นอกจากสัญชาตญานของแต่ละเพศที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลด้วยเช่นกัน จะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันค่ะ

เบื่อไหมว่า “ผู้หญิงขับรถแย่กว่าผู้ชาย” ที่นี่มีคำตอบ

Content Creator
สรุปบทความ

เป็นที่ถกเถียงกันมาช้านาน ว่าชายหรือหญิงใครกันแน่ที่ขับรถแย่กว่ากัน นอกจากสัญชาตญานของแต่ละเพศที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลด้วยเช่นกัน จะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันค่ะ

เป็นไหมคะ? เวลาอยู่บนถนน ขับๆ ไปแล้วเจอรถบางคันขับยึกยัก จะเลี้ยวก็ไม่เลี้ยว จะแซงก็ไม่แซงสักที เชื่อว่าคำถามแรกที่หลายๆ คนคิดขึ้นมาในใจ “ผู้หญิงขับรถหรือเปล่า”

หลายต่อหลายครั้งที่ได้ยินประโยคดังกล่าว จนเรารู้สึกตั้งคำถามว่า “เพศสภาพ” ส่งผลต่อประสิทธิภาพการขับรถจริงเหรอ ในยุคที่ความเท่าเทียมทางเพศเดินหน้ามาไกลขนาดนี้ มาดูกันว่า “คำดูแคลน” และ “ถ้อยคำปรามาส” เหล่านี้ ในทางสถิติและจิตวิทยาต่างๆ จะลบล้างคำสบประมาทแบบนี้ได้หรือไม่?

ผู้หญิงขับรถแย่กว่าผู้ชาย จริงหรือไม่?

ข้อมูลจากสถาบันประกันความปลอดภัยทางหลวง (Insurance Institute for Highway Safety) ของอเมริกา เก็บข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโลก พบว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดในปี พ.ศ. 2560 กว่าร้อยละ 70 เป็นผู้ชาย รวมไปถึงจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิงถึงสองเท่า

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ เสริมไปในทางที่ว่า “ผู้ชายไม่ได้ขับรถดีกว่าผู้หญิงสักเท่าไร” ทั้งอัตราการดื่มแอลกอฮอลล์ที่มากกว่าผู้หญิง รวมไปถึงสัญชาตญาณความเป็นแม่อันเด่นชัดของเพศหญิง ที่มีความ “ระมัดระวัง” และ “ละเอียดรอบคอบ” มากกว่าเพศชาย

Woman Happy driver

จากข้อมูลที่เล่าไป จะเห็นได้ว่าย้อนแย้งกันอยู่พอสมควร…

คำถามที่ว่า “ผู้หญิงขับรถแย่กว่าผู้ชายจริงหรือไม่” ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันเป็นวงกว้าง มีทั้งฝั่งที่ว่าผู้ชายขับดีกว่า และทีมที่แย้งขึ้นมาว่า ผู้หญิงต่างหากที่ขับดีกว่า เพื่อให้แฟร์กับทั้งสองฝ่าย เราลองไปดูทั้งสองมุมมองไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ!

เมื่อผู้หญิงขับรถ?

1. อัตราการเสียชีวิตน้อยกว่าผู้ชาย

จากข้อมูลและประสบการณ์ส่วนตัว ต้องยอมรับกันว่าความรู้เรื่องยานยนต์ ทักษะบางอย่าง รวมไปถึงการตัดสินใจของผู้ชาย ค่อนข้างทำได้ดี และแม่นยำกว่าผู้หญิงพอสมควร

ทั้งนี้ตัวเลขทางสถิติบนท้องถนนของสถาบันประกันความปลอดภัยทางหลวง กลับไม่สอดคล้องกับปัจจัยดังกล่าว อุบัติเหตุหลังพวงมาลัยมักเกิดขึ้นกับผู้ชาย และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว อัตราการเสียชีวิตของผู้ชายยังมากกว่าผู้หญิง

สอดคล้องกับข้อมูลที่ว่า ผู้หญิงอายุยืนกว่าผู้ชายโดยเฉลี่ย 5 ถึง 10 ปี กว่าร้อยละ 85 ของผู้ที่มีอายุเกิน 100 ปีเป็นผู้หญิง – อ้างอิงจากการศึกษาของ New England Centenarian Study ที่มหาวิทยาลัยในบอสตัน

2. รักษากฎจราจรมากกว่าผู้ชาย

ผู้หญิงมีแนวโน้มรักษากฎจราจรมากกว่าผู้ชาย มีข้อมูลยืนยันจาก
งานวิจัยหลายชิ้น รวมถึงข้อมูลจากชมรมนักศึกษาเมาไม่ขับ (Students Against Drunk Driving) ที่เปิดเผยว่า นักเรียนชายร้อยละ 12.5 ไม่เคยคาดเข็มขัดนิรภัย ส่วนนักเรียนหญิงมีเพียงร้อยละ 7.8 เท่านั้น

Driver woman

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเสริมว่า ผู้หญิงนิยมคาดเข็มขัดนิรภัยมากกว่าผู้ชาย ถือเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ มากกว่าเทคนิคยานยนต์ หรือทักษะใดๆ เอาความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นหลัก

3. มีความละเอียดรอบคอบมากกว่าผู้ชาย

ทั้งนี้อัตราการเสียชีวิตที่ต่ำและการรักษากฎจราจรที่เข้มงวดของผู้หญิงนั้น พื้นฐานทั้งหมดมาจากความละเอียดรอบคอบ โดยธรรมชาติของเพศแม่ที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด ความระแวดระวัง อาการย้ำคิดย้ำทำ ไม่ชอบเสี่ยงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงมีอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เคยมีการสำรวจในกลุ่มผู้ชายอายุ 16-29 ปี พบว่าเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์มากกว่าผู้หญิงในวัยเดียวกัน และเหตุร้ายแรงเหล่านั้นมักเกิดกับคนขับที่เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

เมื่อผู้ชายขับรถ?

1. ความรวดเร็วในการตัดสินใจดีกว่าผู้หญิง

สิ่งหนึ่งที่ผู้ชายและผู้หญิงหลายคนยอมรับตรงกัน คือผู้ชายตัดสินใจได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าผู้หญิง ทั้งยังขับรถได้ดีมีประสิทธิในเส้นทางที่ยาก

ด้วยระบบสมองของผู้ชาย ที่มีส่วน “Parietal Lobe” มากกว่าผู้หญิง ทำให้การคำนวณระยะห่าง พื้นที่และขนาดต่างๆ ทำได้ยอดเยี่ยมฉับไว สอดคล้องกับสัญชาตญาณ “นักล่า” ผู้มีหัวใจรักความเร็ว ชอบความท้าทายและโปรดปรานการเดินทาง จึงไม่แปลกที่หนุ่มๆ จะเข้าใจแผนที่ได้ง่าย จอดรถได้คล่องแคล่วกว่าสาวๆ

2. นักแข่งรถที่ได้แชมป์ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย

ความที่สัญชาตญาณและระบบสมองของผู้ชายเป็นเช่นนั้น จะเห็นได้ว่าตามการแข่งขันประลองความเร็วรถ น้อยครั้งมากที่ผู้ชนะจะเป็นผู้หญิง รวมถึงวิศวกร สถาปนิก นักคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของโลก ล้วนแล้วแต่เป็นเพศชายมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ไอแซก นิวตัน ชาลส์ ดาร์วิน ฯลฯ

…ปฏิเสธไม่ได้ว่าธรรมชาติรังสรรค์สิ่งเหล่านั้นให้ผู้ชาย มากกว่าผู้หญิง

3. มีประสบการณ์กับรถยนต์มากกว่าผู้หญิง

รถยนต์ (ใช้น้ำมัน) กำเนิดขึ้นครั้งแรกบนโลกใบนี้โดย “คาร์ล เบ็นทซ์ (Karl Friedrich Benz)” ในปี 1886 และถูกพัฒนาระบบให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลาและเทคโนโลยี ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้น “ผู้ชาย” คือทีมพัฒนาที่วางรากฐานมาตั้งแต่ต้น

ส่งผลให้ความรู้เรื่องระบบเครื่องยนต์ ส่วนประกอบ กลไกรถของผู้ชายลึกซึ้งและแม่นยำกว่าสาวๆ ทั้งยังมีข้อมูลยืนยันว่า ผู้ชายมีแนวโน้มเริ่มขับรถตั้งแต่อายุยังน้อย และชอบขับรถมากกว่าผู้หญิง ความที่พื้นฐานความสนใจของพวกเขามาทางนี้ตั้งแต่แรก จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะบังคับพวงมาลัยได้อย่างคล่องแคล่ว

ผู้หญิง VS ผู้ชายขับรถดีกว่า?

จากข้อมูลที่ให้ไปของทั้งสองฝั่ง จะเห็นได้ว่าทั้งหญิงและชายมีข้อดีข้อเด่นในการ
ขับรถแตกต่างกันไป ความที่ผู้หญิงเน้นความละเอียดรอบคอบเป็นหลัก ทำให้บางครั้งการตัดสินใจอาจจะไม่ทันท่วงที มีอาการลังเลให้เราเห็นอยู่บ่อยครั้ง จนเกิดประโยคที่ว่า “ผู้หญิงขับรถแย่”

Driving Happy

ทว่าจากจากตัวเลขสถิติการเสียชีวิตและอุบัติเหตุที่ร้ายแรงบนท้องถนน ตกไปอยู่กับเพศชายมากกว่า สะท้อนได้ว่า ความมั่นใจหลังพวงมาลัยและการตัดสินใจที่รวดเร็ว อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีเสมอไป

สำหรับเราแล้วไม่ว่าคุณจะเป็นเพศไหน อายุเท่าไร เกิดมาพร้อมสัญชาตญาณอะไรไม่สำคัญ หากคุณปฏิบัติตามกฎจราจร มีมารยาทบนท้องถนน ไม่ประมาทจนทำให้ใครเดือดร้อน นั่นคือสิ่งสำคัญ จะชายหรือหญิงก็ไม่ต่างกัน เพราะทั้งฝ่ายมีข้อบกพร่องและข้อได้เปรียบกันคนละด้าน อยากให้เน้นเป็นเป็นรายบุคคลมากกว่า

ส่วนคำตอบที่ว่า ผู้หญิงขับรถแย่กว่าผู้ชายจริงไหม…
ขอถามก่อนว่า ความหมายคำว่าแย่ของคุณเป็นแบบไหนกันคะ?
ถ้าในแง่ของความปลอดภัย เราว่าไม่นะ…