ไลฟ์สไตล์

ย้อนความหลัง… ความรุ่งเรืองของวงการเพลง 90’s

ไขข้อข้องใจ ทำไมเพลงยุค 90's ถึงดังเหนือกาลเวลา

สงสัยกันไหมคะ ว่าทำไมเพลงสมัยก่อนโดยเฉพาะยุค 90’s (ค.ศ. 1900-1999) ถึงดังแบบเหนือกาลเวลา มีคอนเสิร์ตของนักร้องช่วงนี้ทีไร บัตรมักหมดเร็วจนต้องเพิ่มรอบกันแทบทุกครั้ง ซึ่งเราเองเป็นหนึ่งคนที่ชอบไปดูคอนเสิร์ตอยู่เป็นประจำ ทั้งที่ลิสต์เพลงก็คล้ายเดิมแต่ก็ยังอยากไปดูอยู่เกือบทุกครั้ง

บางคนมักชอบบอกว่าตัวเองเกิดไม่ทัน เพราะกลัวโดนคนอื่นล้อว่าแก่ เชื่อเถอะค่ะ ว่าต้องมีสักเพลงในยุคนั้น ที่แค่ทำนองขึ้นต้องคุ้นหู เผลอๆ อยากออกสเต็ปตามจังหวะเสียด้วยซ้ำ ดนตรีเป็นเรื่องรสนิยมและความชอบส่วนบุคคล ไม่มีใครแก่เพราะแค่ฟังเพลงเก่าหรอกค่ะ

ทำไมยุค 90’s ถึงเป็นยุคทองของวงการเพลง

Credit : YouTube – GMM GRAMMY OFFICIAL

เราเคยหาคำตอบให้เรื่องนี้อยู่หลายครั้ง ถกเถียงกับเพื่อนก็บ่อย ด้วยเหตุที่ว่าบางเพลงในยุคนั้นที่ร้องกันแสนคล่องปาก เนื้อเพลงกลับไม่ได้มีความหมายใดๆ แถมไม่มีความสวยงามทางภาษาเลยด้วยซ้ำ ไม่นับเรื่องความเป็นเหตุเป็นผล

เอาง่ายๆ เพลง “แมลง” ของ “ทาทายัง” ที่เนื้อเพลงทั้งหมด บอกว่าโลกนี้มีแมลงป็นพันล้าน มีทั้งเดิน คลานแล้วก็บินได้ จากนั้นก็ร้องเป็นชื่อแมลงทางวิทยาศาสตร์จนจบเพลง ยังดังเป็นพลุแตก เต้นกันสุดฤทธิ์จนถึงปัจจุบัน

เป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ว่า เพลงที่ดังไม่จำเป็นต้องมีเนื้อเพลงที่สวยงามดี หรือทำนองที่ไพเราะเสมอไป แค่มีเอกลักษณ์ชัดเจนเข้าใจง่ายก็ฮิตได้

ถึงตรงนี้อย่ามัวแต่คิดแล้วก็สงสัย นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปพร้อมๆ กัน ว่าทำไมเพลงในยุคนั้นถึงมีอิทธิพลต่อจิตใจเหล่าวัยรุ่น 90’s กันนัก

1.กว่าจะได้ฟังเพลงแต่ละครั้งเป็นเรื่องยาก

ช่องทางการฟังเพลงในยุคนั้น มีเพียง 3 ช่องทางคือ โทรทัศน์ วิทยุ เครื่องเล่นเทปหรือซาวน์เบาท์ ฉะนั้นเพลงไหนที่ฮอตฮิตติดชาร์ต ดีเจมักจะเปิดวนๆ อยู่หลายเดือน ทำให้เราติดหูไปโดยปริยาย ที่สำคัญธุรกิจเพลงช่วงนั้นบูมมากๆ การทำเพลงแต่ครั้งจึงค่อนข้างพิถีพิถันมาก ผ่านกระบวนการผลิตจากบรรดาหัวกะทิในวงการเพลงทั้งนั้น

สังเกตได้ว่าบางเพลง ทั้งซาวน์และเนื้อเพลง ณ ตอนนี้ยังดูทันสมัยอยู่เลย สิ่งที่คนฟังในยุคนั้นทำได้อย่างเดียว คือ
“เฝ้ารอ” กว่าศิลปินคนโปรดจะออกอัลบั้มอีกครั้ง ระหว่างนั้นเราเลยมีเวลาละเมียดละไม ใส่ใจอ่านเนื้อเพลง ดูเครดิตคนทำงาน

จนเกิดเป็นความผูกพันแบบไม่รู้ตัว ต่างจากสมัยนี้ที่แค่พิมพ์ชื่อเพลงในอินเทอร์เน็ตก็ขึ้นมาให้ฟังแล้ว อย่าลืมว่า คุณค่าของการเฝ้ารอมักมีผลต่อความทรงจำเสมอ

Credit : YouTube – GMM GRAMMY OFFICIAL

2.เพลงกับคนฟังโตมาด้วยกัน

เรื่องราวในเพลงกับเรื่องจริงของคนฟัง ดูจะไม่ใช่เรื่องราวแตกต่างกันเท่าไร จึงไม่แปลกที่ช่วงชีวิตหนึ่งเราจะอินกับเพลงบางเพลงมากเป็นพิเศษ และทุกครั้งได้ฟังเพลงพิเศษนั้น ต่อมความทรงจำก็จะเริ่มทำหน้าที่ทันที

เพลงยุค 90 หล่อหลอมและหล่อเลี้ยงเรามาตั้งแต่เด็ก จนบัดนี้เราๆ เติบใหญ่สู่วัยกลางคน เพลย์ลิสต์เพลงของหลายคนยังคล้ายๆ เดิม มีเพิ่มเติมบ้าง แต่ก็ยังวนกลับไปฟังเพลงโปรด เรียกว่า “โตมาด้วยกัน” ของแท้

จึงไม่แปลกที่แต่ละคนจะมีเรื่องราวทั้งดีไม่ดีอยู่ในบทเพลง อย่างที่เขาว่ากันว่า เราซ่อนใครบางคนไว้ในเพลงเสมอ เห็นจะเป็นจริงดังนั้น

3.เนื้อเพลงง่ายๆ กับจังหวะที่สนุก

Credit : YouTube – Songtopia / รายการนักผจญเพลง

ยุค 90’s เป็นยุคทองของวงการดนตรีบ้านเราเลยก็ว่าได้ เป็นช่วงแรกๆ ที่เพลงไทยได้รับการยอมรับในวงกว้าง เริ่มถูกเปิดในสถานที่ท่องเที่ยวกลางคืนชื่อดังในสมัยนั้น จากแต่เดิมที่เปิดเฉพาะเพลงสากล เป็นไทม์มิงของเพลงไทยเริ่มรันวงการ

ด้วยเนื้อเพลงที่เข้าถึงง่าย ใช้ภาษาที่ทัชหัวใจคนทุกเพศทุกวัย ไม่ต้องฟังแล้วไปตีความกับเพื่อนให้ปวดหัว ทั้งยังมีจังหวะสนุกสนาน ได้ยินแล้วชวนลุกขึ้นเต้นเสมอ

ไม่อย่างนั้นจะเป็นลิสต์เพลงอมตะประจำร้านเหล้าจนถึงทุกวันนี้เหรอคะ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าเช็ดหน้า Triumphs Kingdom, รบกวนมารักกัน ทาทายัง, L.O.V.E คูณสามซุปเปอร์แกงค์ ฯลฯ

เสียงเพลงเปรียบเสมือนตัวแทนถ่ายทอดเรื่องราวของเรา ช่วยให้โลกนี้ดูไม่เงียบเหงาจนเกินไป 
อย่างน้อยก็ได้รู้ว่า เราไม่ได้โศกเศร้ากับเรื่องนี้เพียงลำพัง ใครที่กำลังเหงาหรือเศร้าซึม ลองทำให้
หัวใจให้มีจังหวะอีกครั้ง ด้วยการเข้าไปหาเทปของนักร้องคนโปรดของเราในวัยเด็ก หรือเครื่อง
เล่นเทปเก่าๆ ที่ยังใช้งานได้ใน Kaidee ดู บางทีการกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ก็ได้รอยยิ้มคืนมา
เหมือนกันนะคะ

สตรีผู้หลงใหลในอาหารการกิน รักการท่องโลกกว้าง มีความสุขกับดนตรีศาสตร์และ (เป็น) ทาสแมว