ระบบดรัมเบรกมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ทำไมถึงต้องรู้!

Content Creator

พูดถึงเรื่องเบรกแน่นอนว่า เป็นปัญหาระดับชาติสำหรับการใช้รถยนต์ เพราะหากเบรกทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ สิ่งที่ตามมาคือ ความเสี่ยงที่อาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ นั่นทำให้การใส่ใจในการใช้ รวมถึงมั่นตรวจเช็คระบบเบรกเป็นเรื่องสำคัญ

ระบบดรัมเบรกคืออะไร

ระบบดรัมเบรกเป็นระบบการทำงานของเบรกชนิดหนึ่ง มักจะพบได้ในล้อรถยนต์คู่หลังของรถยนต์สมัยใหม่ แต่ก่อนเบรกแบบดรัมเบรกจะเป็น ระบบเบรกหลักยอดนิยมในรถยนต์รุ่นก่อน ทว่าในสมัยนี้มีดิสก์บรก ที่สามารถตอบโจทย์ได้การทำงานได้ดีกว่า จึงนำดิสก์เบรกเข้ามาใช้กับล้อคู่หน้า และให้ดรัมเบรกอยู่ในล้อคู่หลังแทน 

โดยแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ 

1.ดรัมเบรกก้ามปูนำ 2 ก้าม

ดรัมเบรกลักษณะนี้ เหมาะกับการใช้กับล้อรถยนต์คู่หน้า เพราะล้อรถคู่หน้าต้องรับแรงและน้ำหนักมากที่สุดในการเบรกแต่ละครั้ง ระบบนี้ที่มีข้อดีในเรื่องของ แรงที่ใช้เหยียบเบรกไม่มาก แต่รถสามารถหยุดได้ จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่รถยนต์หลายแบรนด์นำมาประกอบใช้ เพื่อให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการขับขี่แก่ผู้ใช้

ลักษณะเด่นของก้ามปูนี้ คือการที่ตัวผ้าเบรกทั้ง 2 อัน จะอยู่ในรูปทรงที่สามารถจับประกบฝาครอบเบรกได้ด้วยตนเอง เพิ่มประสิทธิภาพการเบรกได้ดีมากยิ่งขึ้น

2.ดรัมเบรกก้ามปูนำและก้ามปูตาม

สาเหตุของดรัมเบรกชนิดนี้มาจากที่ ถึงแม้ทางตรงระบบก้ามปูนำ 2 ก้าม จะสามารถทำงานได้ดีอย่างมากก็ตาม แต่เมื่อรถยนต์ต้องขึ้นไปบนทางลาดชัน หรือ ถอยหลัง ตัวดรัมเบรกก้ามปูนำ 2 ก้าม มักจะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ 

ทางผู้ผลิตหลายคน จึงนำระบบดรัมเบรกก้ามปูนำและก้ามปูตาม ไปใช้ในล้อหลังของรถยนต์ที่รับภาระหนัก หากอยู่บนทางลาดหรือตอนถอย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและการเบรกที่ดี โดยระบบนี้มีอีกชื่อหนึ่งที่เรียกกันว่า “ฝักนำกับฝักตาม” ซึ่งสามารถทำงานได้ดีทั้งเดินและถอยหลัง ไม่แพ้ตัวดรัมเบรกก้ามปูนำ 2 ก้าม

ระบบดรัมเบรกทำงานอย่างไร

การทำงานของเบรกชนิดนี้จะเริ่มจากที่ เมื่อคุณเหยียบเบรก ตัวระบบไฮดรอลิค จะส่งพลังงานไปยังปั๊มที่อยู่ด้านหลังของตัวดรัมที่เป็นฝาครอบอีกที เพื่อให้ปั๊มนั้น ดันผ้าเบรกที่เป็นก้ามปูทั้งสองด้าน เข้าไปจับกับฝาครอบเบรกให้ดันไปติดล้อ เพื่อหยุดการชะลอการเคลื่อนไหวลง 

เมื่อคุณปล่อยเบรกแล้ว ตัวสปริงและลวดจะเป็นตัวที่ช่วยดึงให้ผ้าเบรกกลับมาที่เดิม เพิ่มประสิทธิภาพในการขยับล้อได้ดีขึ้น หากคุณต้องการออกตัวในทันที เช่นเดียวกันกับ การดึงเบรกมือขึ้น ตัวฟันเฟืองที่เป็นตัวครอบลวดจะถูกหมุนออกให้ ลวดขยายตัวดันผ้าเบรกไปชิดฝาครอบมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ล้อมีการล็อกเกิดขึ้น

ข้อดีของดรัมเบรก

1.เหยียบเบาก็เบรกอยู่

ข้อแรกที่เป็นจุดเด่นของระบบเบรกแบบนี้คือ การแตะเบรกไม่แรง ไม่ลึก ก็สามารถหยุดรถไว้ได้อยู่หมัด เพราะว่าตัวระบบดรัมเบรก หรือฝาครอบดรัม เป็นจุดที่อยู่ใกล้กับตัวล้อและยึดกับดุมล้อ ทำให้เวลาเบรกสามารถชะลอรถได้อย่างง่าย ไม่ต้องใช้แรงเยอะ

2.ไม่ต้องใช้หม้อลมเบรก

หม้อลมเบรกเป็นสิ่งที่มีสำหรับรถยนต์ ใช้ในระบบดิสก์เบรก เพื่อเพิ่มแรงกำลังให้ตัวเบรกสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างเดียวกันกับข้อดีข้างต้น เพราะตัวระบบดรัมเบรกอยู่ใกล้และสามารถจับกับตัวฝาครอบเบรกได้ด้วยตัวเอง จึงทำไม่ต้องใช้หม้อลมเบรกพื่อส่งแรงเหมือนดิสก์เบรก

3.เหมาะกับรถที่มีน้ำหนักเยอะ 

ดรัมเบรกเป็นเบรกที่เวลาแตะครั้งหนึ่ง ตัวผ้าเบรกก็ถูกดันไปติดกับฝาครอบเบรก เพื่อหยุดล้อได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพมาก จึงมักถูกนำไปใช้กับรถยนต์ประเภทกระบะ หรือ รถบรรทุก ที่มีน้ำหนักเยอะ 

เน้นประสิทธิภาพในการหยุดและจับฝาครอบเบรกได้อย่างแน่นหนา รวมถึงผ้าเบรกที่มีขนาดหนา เพื่อรองรับแรงเสียดสีที่ก่อให้เกิดความร้อนนั่นเอง

4.มีระบบปิดที่ดี ทำให้ไม่ต้องดูแลรักษาบ่อยนัก

หลายคนอาจจะยังไม่เคยเห็น ตัวระบบดรัมเบรกมีหน้าตาเป็นอย่างไร แน่นอนว่าให้ลองนึกถึงนาฬิกาที่มีฝาครอบและหน้าปัด บดบังฟันเฟืองและการทำงานของเข็มไว้ด้านใน 

ระบบดรัมเบรกก็เป็นอย่างเดียวกัน ด้านในลึกลงไป หลังฝาครอบเบรก จะมีตัวผ้าเบรก สปริง ปั๊มไฮดรอลิค ที่คอยทำหน้าที่ชะลอรถให้เรา ซ่อนอยู่นั่นเอง

ข้อเสียของดรัมเบรก

1.ไม่มีการระบายความร้อน

เมื่อเกิดการเบรก แน่นอนว่าต้องเกิดแรงเสียดสีขึ้นจนกลายเป็นความร้อน ซึ่งความร้อนอย่างต่ำคือ 400F ที่เกิดขึ้นกับระบบเบรก หรือตัวผ้าเบรก หากเป็นในดิสก์เบรก ปัญหาความร้อนนี่จะไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล เพราะตัวดิสก์จะมีการเจาะรูระบายอากาศอยู่ตลอด ทำให้อากาศสามารถเข้าไปทำให้ผ้าเบรกเย็นลงได้ 

เมื่อไม่มีการระบายความร้อน ปัญหาที่ตามมาคือผ้าเบรกไหม้ หรือ ตัวดรัมเบรกมีความร้อนเกินไปจนเบรกทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ยิ่งถ้าเกิดผ้าเบรกไหม้จนหมด จะกลายเป็นเบรกไม่อยู่เลยทีเดียว  

2.ตอบสนองค่อนข้างช้า

เพราะการเบรกชนิดนี้เป็นการส่งกำลังจากเบรกโดยตรง และให้ไปจับกับตัวล้อ จะมีการตอบสนองช้ากว่าการส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปที่ ก้ามปู หรือ คาลิปเปอร์ เพื่อหยุดจานเบรก (ดิสก์เบรก) 

จึงทำให้การเบรกในแต่ละครั้ง อาจจะต้องรั้งรอจังหวะ เพื่อให้ตัวผ้าเบรกไปจับฝาครอบเบรก ก่อนจะเกิดแรงเฉื่อยเพื่อชะลอรถ

3.ระบายน้ำได้ไม่ดี

หากเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง เข้าไปยังล้อ แน่นอนว่าระบบเบรกย่อมได้รับผลกระทบ เพราะว่าเมื่อนำเข้าไปจะทำให้ผ้าเบรกเปียก เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว พอผ้าเบรกเปียกก็จะทำหน้าที่จับฝาครอบเบรกได้ไม่ดีนัก 

แต่หากเป็นดิสก์เบรกที่พัฒนามาให้สามารถระบายอากาศ และรับอากาศเข้าไปเมื่อเปิดที่ปัดน้ำฝน ทำให้ผ้าเบรกแห้งเร็วขึ้น และทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุด

4.ดูแลรักษายาก 

ข้อดีคือ การไม่ต้องดูแลรักษาบ่อย แต่ก็มีข้อเสียคือการดูแลรักษายากกว่าปกติด้วยเช่นกัน เพราะกว่าจะทำการแงะตัวฝาครอบดัมเบรกออกมา และตรวจสอบดูกลไกการทำงานว่าปกติดีมั้ย นั่นจะต้องให้ช่างผู้เชี่ยวชาญคอยเช็คดู และต้องคอยประกอบรายละเอียดชิ้นเล็กชิ้นน้อยกลับให้พอดีอีกด้วย 

ความแตกต่างระหว่างดรัมเบรกและดิสก์เบรก

สิ่งที่เห็นได้ชัด ของความแตกต่างระหว่างสองตัวนี้คือ คือ รูปลักษณ์ และ ระบบการทำงาน

1.รูปลักษณ์

ในเรื่องของรูปลักษณ์ อย่างที่ได้อธิบายไปว่า ระบบดรัมเบรกจะเป็นตัว ฝาครอบเบรก ด้านหลังมีระบบไฮดรอลิค พร้อมกับลวด สปริง และผ้าเบรก วางเรียงอย่างเป็นระบบอยู่ที่ด้านหลัง โดยการทำงานจะเป็นการดันผ้าเบรกให้ไปจับกับตัวฝาครอบเบรก เพื่อชะลอล้อ

ขณะที่ของตัวดิสก์เบรก จะเป็นรูปร่าง จานเบรก ที่มีคาลิปเปอร์หรือก้ามปูคอยจับตัวจานไว้อยู่ โดยบริเวณคาลิปเปอร์นั้นจะมีการส่งพลังงานน้ำมันมาเพื่อให้เกิดการเบรก

2.ระบบการทำงาน

การทำงานของดรัมเบรก ใช้การส่งพลังงานผ่านตัวปั๊มไฮดรอลิค ให้ดันยืดสปริงออกไป จนผ้าเบรกไปจับกับฝาครอบเบรก และนำไปสร้างแรงเฉื่อยให้กับล้อ จนกว่าจะเกิดการหยุดของล้อนั่นเอง

ในส่วนของการทำงานตัวดิสก์เบรก จะทำงานโดยให้ตัวพลังงานน้ำมันจากเครื่องยนต์ส่งแรงไปยัง คาลิปเปอร์หรือก้ามปู เพื่อให้ไปบีบจับกับตัวจานเบรกที่กำลังทำงานอยู่ โดยเมื่อบีบเข้ากับตัวจานเบรกแล้ว จานเบรกจะส่งแรงผ่านแม็กซ์ไปหยุดการเคลื่อนไหวของล้อ จนเกิดเป็นการชะลอรถยนต์ขึ้น

สรุปท้ายบทความ

สำหรับใครที่คิดว่าการดูแลรถยนต์เป็นเรื่องยาก แนะนำว่า ให้ทุกคนขยันนำรถเข้าไปเช็คระยะที่ศูนย์ตามเวลาที่กำหนดอย่างตรงเวลาจะดีที่สุด เพราะผ้าเบรกควรได้รับการเปลี่ยนและเช็คอยู่ทุกปี เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ผ้าเบรกไหม้ หรือ บางจนหมด นั่นอาจหมายถึงอุบัติเหตุที่จะตามมาได้จากการเบรกไม่อยู่ค่ะ

การเปลี่ยนดรัมเบรกหรือจานเบรกเอง หากไม่ให้ทางศูนย์เปลี่ยนให้ ก็ให้ทางอู่ซ่อมผู้ชี่ยวชาญเป็นคนดูแลให้ก็ได้ค่ะ หรือใครที่อยากซื้ออะไหล่มาเปลี่ยนเองก็สามารถดูได้ที่ Kaidee เลยค่ะ