รีวิว Haval Jolion ไฮบริดเอสยูวี สมาร์ทรอบคัน ออปชันแน่น คุ้มค่า 9.9 แสนบาท !

Auto Specialist

รีวิว Haval Jolion ไฮบริดเอสยูวี สมาร์ทรอบคัน ออปชันแน่น คุ้มค่า 9.9 แสนบาท !

สรุปบทความ

Jolion รถอเนกประสงค์ B – SUV จาก Haval เจ้าของฉายา “สิงโตอารมณ์ดี” โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์สปอร์ตผสานความทันสมัยอย่างลงตัว ห้องโดยสารกว้างขวาง อัดแน่นด้วยฟังก์ชัน พลังขับเคลื่อน HEV ทั้ง 3 รุ่นย่อย Tech, Pro และ Ultra ราคา 8.7 – 9.9 แสนบาท

“Haval Jolion รถอเนกประสงค์ B – SUV พลิกโฉมด้วยฟังก์ชันล้ำสมัย ขุมพลังเบนซินไฮบริด 1.5 ลิตร มี 3 รุ่นย่อย Tech, Pro และ Ultra”

Jolion รถยนต์อเนกประสงค์ จาก Haval ผู้ท้าชิงใน Segment กลุ่ม B – SUV ตลาดที่มีการแข่งขันดุเดือดลำดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แม้ชื่อชั้นอาจดูใหม่ แต่บอกเลยว่าเจ้าสิงโตอารมณ์ดี Jolion ก็มีทีเด็ด บวกกับความน่าสนใจในตัวเอง ทั้งรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ตผสานความทันสมัยอย่างลงตัว ภายในกว้างขวาง อัดแน่นด้วยฟังก์ชัน และพลังขับเคลื่อน HEV ให้มาครบทั้ง 3 รุ่นย่อย Tech, Pro และท็อปสุด Ultra ด้วยราคาไม่ข้ามล้าน ! 

ก่อนหน้านี้ Kaidee Auto เคยเล่าถึงปฐมบทแห่งปรากฎการณ์ “Haval Jolion ผู้สร้างตำนานยอดขาย 5,000 คัน ใน 20 วัน” ไปเรียบร้อยแล้ว และในครั้งนี้ก็ได้รับโอกาสพิเศษจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ส่งรถมาให้ทีมงานได้ทดลองขับถึง 4 วันเต็ม ยิ่งขับก็ยิ่งสนุก จนติดใจ ไม่อยากส่งคืน

ย้ำกันตรงนี้ “เคลียร์คัท” กันก่อนเลยว่า นี่เป็นบทความรีวิว จึงไม่ใช่การทดสอบ สิ่งที่ทีมงานได้สัมผัส เกิดขึ้นจากการใช้งานจริง มีอะไรเป็นจุดเด่น หรือฟังก์ชันไหนน่าสนใจ เรารวมมาให้แล้ว 

Haval Jolion เปิดตัวพร้อมจำหน่าย มี 3 รุ่นย่อย

  • Haval Jolion รุ่น Tech ราคา 879,000 บาท*
  • Haval Jolion รุ่น Pro ราคา 939,000 บาท*
  • Haval Jolion รุ่น Ultra ราคา 999,000 บาท*

GWM ส่ง Haval ลุยตลาดรถ SUV สดใหม่ ล้ำสมัย และให้เยอะ !

ก่อนจะไปถึงการรีวิว ต้องให้ข้อมูลในเบื้องต้น เพื่อปูพื้นฐานสู่ความเข้าใจที่ตรงกันว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ – Great Wall Motor” เรียกย่อ GWM เป็นบริษัทเชี่ยวชาญในรถยนต์อเนกประสงค์และรถกระบะจากจีน ก่อตั้งในปี 1984 เป็นผู้นำอันดับ 1 ด้านยอดขายแดนมังกรมาโดยตลอด

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาด ด้วยการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ ผ่าน 4 แบรนด์หลัก แบ่งกลุ่ม เจาะตลาด “แยกกันเดิน ร่วมกันตี” ชัดเจน โดยในส่วนของ Haval เน้นไปที่รถอเนกประสงค์, Ora ขายรถยนต์ EV พลังงานไฟฟ้า, GWM Pickup เป็นแบรนด์รถกระบะ และสุดท้าย WEY แบรนด์รถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับการอัปเกรดให้เป็นแบรนด์ลักชัวรี

สรุป… ทั้ง 4 แบรนด์อยู่ภายใต้ชายคาเดียวกันของบริษัทแม่ “เกรท วอลล์ มอเตอร์” โดยล่าสุดในไทยเน้นทำตลาดด้วย 2 แบรนด์หลัก ก็คือ Haval และ Ora รู้แบบนี้แล้วจะได้ไม่งง หายสงสัยว่าทำไมจึงมีหลายชื่อเรียก 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการปี 2563 เริ่มจากแนะนำแบรนด์ Haval ที่มีการเปิดตัวพร้อมจำหน่าย H6 รถยนต์ไฮบริดเอสยูวีในเดือนมิถุนายน 2564 ได้การตอบรับค่อนข้างดี แล้วตามมาด้วยน้องเล็ก Jolion ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ด้วยการตลาดที่แปลกใหม่ “เปิดก่อน – ราคามาทีหลัง”   

H6 และ Jolion แตกต่างกันอย่างไร ? 

Haval ชัดเจนว่าเป็นแบรนด์รถยนต์ SUV แต่ทีนี้ก็มีข้อสงสัยตามมาว่า H6 ที่เปิดตัวก่อน กับเจ้าสิงโตน้อย Jolion มีความแตกต่างกันอย่างไร ?

อธิบายให้เข้าใจง่าย เพราะบางคน (อาจจะ) มองว่าทั้งคู่มีรูปลักษณ์คล้ายกัน บ้างก็คิดมโนไปเองว่า ทำตลาดทับซ้อน แล้วหันมาเฉือนเนื้อกินกันเอง… หรือเปล่า ? แต่ในความเป็นจริงทั้ง H6 และ Jolion มีการออกแบบ เป้าหมายทางการตลาด กลุ่มลูกค้ามุ่งหวัง และราคาที่แตกต่างชัดเจนนะ 

Haval H6 ถูกวางให้เป็นรถ SUV ขนาดกลาง ตัวถังใหญ่ มีความพรีเมียม บุคลิกความเป็นผู้ใหญ่ ดูภูมิฐาน หรูหรา สวมบทบาทความเป็นรถครอบครัว ด้วยราคาเริ่มต้น 1.14 ล้านบาท

ในขณะที่ Haval Jolion เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก B – SUV ใส่ดีเอ็นเอความโฉบเฉี่ยว ดีไซน์สปอร์ต ตัวถังเล็กกว่า H6 แต่ก็ใหญ่กว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน ดูเป็นวัยรุ่น ด้วยราคาเริ่มต้นเร้าใจสุด ๆ เพียง 879,000 บาท อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย จัดว่าให้มาเยอะที่สุดในท้องตลาด 

รีวิว Jolion สมาร์ท SUV จุใจด้วยออปชัน ขุมพลังไฮบริด

สำหรับ Haval Jolion คันที่ทีมงานได้มารีวิวเป็นรุ่นท็อปสุด Ultra เมื่อเห็นครั้งแรก ก็ต้องบอกตามตรงว่าดีกว่าที่คิดไว้ คันจริงสวยกว่าที่เห็นตามสื่อค่อนข้างเยอะ ดีไซน์ล้ำสมัย ตัวถังแบบรถอเนกประสงค์ 5 ประตู มีฝาท้ายตัดลง ทำมุมเกือบจะ 90 องศา ให้ความบึกบึนและแข็งแกร่ง 

Jolion ไม่ได้ชูจุดเด่นเพื่อแข่งขันในเรื่องราคา เพราะเอาเข้าจริงค่าตัวที่ต้องจ่าย แม้ในรุ่นเริ่มต้นก็ไม่จัดว่าถูก แต่ทาง Haval เลือกใส่ออปชันมาให้ล้น ๆ ด้วยราคาที่เกินคุ้ม และทุกรุ่นยังมาพร้อมขุมพลังไฮบริด HEV อีกด้วย

ดีไซน์โฉบเฉี่ยวสไตล์ Haval Jolion ไฟหน้าล้ำสมัย เส้นตัวถังก็แตกต่าง

Jolion ใช้การออกแบบในลักษณะหน้ายาวแต่ท้ายตัด มิติตัวถัง ยาว 4,472 มิลิเมตร กว้าง 1,841 มิลลิเมตร สูง 1,619 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร นับเป็นรถที่มีขนาดใหญ่สุดในกลุ่ม B – SUV 

เส้นสายตัวถังลาดเอียงลงมาด้านหน้า มอบความโฉบเฉี่ยวอย่างลงตัว มีของเล่นให้มาเยอะ โดดเด่นที่สุดคงต้องยกให้กับระบบไฟ LED รอบคัน ไฟหน้าแบบ 3 ดวง ตัดกรอบด้วยสีน้ำเงิน ล้อมไว้ในกรอบเดียวกัน ยกระดับความหรูหรา 

พร้อม Daytime Running Light รูปทรงตัว J กลับหัว ลากยาวล้อมไฟหน้าและไฟเลี้ยว มีระบบ Welcome Light เมื่อปลดล็อกตัวรถ ไฟจะเต้นและกระพริบเป็นจังหวะ ถ้าว่ากันตามจริง ก็คงไม่ได้ใช้งานอะไร แต่มีไว้อวดด้วยความแปลกใหม่ ก็คงไม่ติด นอกจากนี้ยังมีไฟส่องสว่างหลังดับเครื่องยนต์ Follow Me Home เมื่อลองใช้งานจริง แสงไฟสว่างมาก ๆ จัดว่าดี หากคุณต้องจอดรถในที่มืด

กระจังหน้า Star Matrix เหนือระดับที่สุดในคลาส

โดดเด่นและหรูหราในระดับไฮเอนด์ ด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ Star Matrix มีครบทั้ง 3 รุ่นย่อย จัดวางตำแหน่งไว้อย่างลงตัว เพิ่มความคมเข้ม ทำให้รถมีจุดเด่นชัดเจน จับคู่กับไฟเลี้ยว LED ที่เป็นเส้นแนวนอนขนาดใหญ่ (มาก) ดีไซน์ไม่เหมือนใคร นับให้แล้วมีทั้งหมด 11 เส้น สว่างชัดเจน และดูสวยไปอีกแบบ

LED เต็มระบบ หลังคา Panoramic Sunroof ในรุ่น Ultra

Jolion มาพร้อม LED เต็มระบบรอบคัน เริ่มตั้งแต่ไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟเบรกทั้งก้อนหลักและดวงที่ 3 มีช่องดิฟฟิวเซอร์ที่ท้ายรถด้านล่าง พร้อมเสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้อแม็กใช้สีทูโทนขนาด 18 นิ้ว

โดยในรุ่นท็อปสุด Ultra มาพร้อมหลังคาซันรูฟแบบ Panoramic เต็มบาน ใครจะเชื่อว่า… รถราคาไม่ถึงล้าน เดี๋ยวนี้มีหลังคาแก้วพร้อมระบบ เปิด-ปิด อัตโนมัติให้ใช้แล้ว ในขณะที่รถยนต์ SUV บางรุ่น ราคาขายข้ามล้านยังไม่มีออปชันที่ว่านี้ด้วยซ้ำ

ห้องโดยสารสไตล์มินิมอล เรียบหรู อัดแน่นด้วยฟังก์ชัน

เมื่อเปิดประตูเข้ามานั่งในห้องโดยสาร สัมผัสได้ถึงความเรียบหรู ด้วยสีทูโทน “ดำ-เทา” ที่ออกแนวมินิมอล สะอาดตา จัดวางปุ่มกดไว้ในตำแหน่งที่ใช้งานง่าย และเลือกเฉพาะปุ่มสำคัญเหลือไว้ให้น้อยที่สุด เพียงแค่ 8 ปุ่ม คือ ควบคุมแอร์, กล้อง, ระบบช่วยจอด และปุ่มปิดหน้าจอ รวมไปถึงที่ชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย ปุ่มเกียร์อัตโนมัติแบบ Electronic Shifter เข้าเกียร์ด้วยการบิดที่ตัวปุ่ม

ห้องโดยสารออกแบบด้วยคอนเซ็ปต์ Future Intelligent Cockpit ควบคุมและสั่งการผ่าน 3 หน้าจออัจฉริยะ เริ่มจากหน้าจอตรงกลาง Touch Screen Audio Display ความละเอียดสูง ขนาด 12.3 นิ้ว*, เรือนไมล์เป็นจอ Multi Information Display ขนาด 7 นิ้ว และมีหน้าจอ Head-up Display แสดงข้อมูลการขับขี่ยิงขึ้นกระจกหน้า พร้อมพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชันมาให้ด้วย

กว้างขวาง โดยสารสะดวกสบาย เพิ่มพื้นที่ด้วยเบาะพับได้

สะดวกสบายด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่ แผงคอนโซลกลางและด้านข้างประตูถูกบุด้วยวัสดุ Soft Touch เบาะคนขับปรับได้ 6 ทิศทาง แถมมีระบบระบายความร้อนในเบาะให้มาอีกด้วย ข้ามมาในส่วนของเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหลัง สามารถปรับพับแยก 60 : 40 ให้หมอนพิงศีรษะทุกที่นั่ง พร้อมแอร์หลัง และช่องชาร์จไฟ USB การวางเลย์เอาท์ทำได้ค่อนข้างดี หลังคาสูงโปร่ง ไม่อึดอัด นั่งสบายทุกที่นั่ง ไม่เบียด พิงตัวได้แบบหลวม ๆ เหมาะกับการเดินทางในทุกทริป 

จอทัชสกรีนกว้างที่สุด 12.3 นิ้ว ควบคุมง่าย แค่ทัชแล้วกด

ส่วนการตั้งค่าของตัวรถทั้งหมด ต้องเข้าไปเซ็ตอัพผ่านจอทัชสกรีนขนาด 12.3 นิ้วเท่านั้น แอร์ดิจิทัล แยกซ้ายและขวา รองรับ Apple Carplay, MP3, JOOX และมีระบบนำทาง ในส่วนของหน้าจอความละเอียดสูงจัดวางไว้อย่างโดดเด่น เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของตัวรถ ใช้งานง่าย มีเมนูภาษาไทยที่อ่านรู้เรื่อง ตอบสนองไวในระดับที่รับได้ 

ข้อดีมีเยอะ แต่ถ้าให้ติเพื่อก่อ ก็เห็นจะเป็นการตั้งค่าบางอย่าง แม้หาจนเจอไม่ยาก แต่ก็ต้องเข้าไปลึก 2 – 3 หน้า ทว่าหากคุณเป็นเจ้าของ Jolion ได้ขับทุกวัน ความเคยชินจะทำให้คุณใช้งานได้คล่องขึ้น ก็เหมือนกับรีโมททีวีนั่นแหละ ไม่ต้องดูปุ่มกด ก็เปลี่ยนช่องถูก จริงมั้ย ?

ระบบ Voice Command สั่งการด้วยเสียง

สามารถสั่งการด้วยเสียงเพื่อควบคุมตัวรถได้หลายฟังก์ชันง่าย ๆ เพียงพูดว่า “สวัสดี HAVAL” แล้วสั่งงานได้เลย เช่น สั่งเปิด-ปิด Panoramic Sunroof, ปรับพัดลมแอร์ ปรับอุณหภูมิแอร์ เปิด JOOX รวมไปถึงค้นหาสถานที่ใน Map ได้อีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันที่ Intelligent และสะดวกสบายมาก ๆ  

รถ SUV ขุมพลังไฮบริด อัตราเร่งดี ขับสนุกไม่เป็นรอง

Jolion ทั้ง 3 รุ่นย่อยมาพร้อมขุมพลัง HEV เบนซิน ไฮบริด หายใจเองไม่มีเทอร์โบ เครื่องยนต์บล็อกเดียวกันทั้งหมด โดยจากการทดลองขับตลอดทั้ง 4 วัน จัดว่าเป็นทางเลือกหลักที่น่าสนใจ แม้ตัวรถมีขนาดตัวถังและน้ำหนักที่ค่อนข้างเยอะ แต่การออกตัวทำได้ดี รวมไปถึงอัตราเร่งก็มาไว ไม่รอรอบ โดยความเร็วไม่เกิน 100 กม. / ชม. ให้การตอบสนองได้ไวตามคันเร่งที่เรากด พวงมาลัยแม่นยำ มีระยะฟรีเล็กน้อย แต่สามารถเข้าไปตั้งค่าได้ 

ระบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ ควบคุมง่าย มั่นใจเอารถอยู่ แต่อาจจะต้องปรับพฤติกรรมการขับขี่ และเรียนรู้อยู่บ้าง แต่ก็เป็นเรื่องปกติที่ทั้งคนและรถต้องปรับจูนเข้าหากัน 

เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร มอเตอร์ไฟฟ้า พลัง 190 แรงม้า

สมรรถนะความแรงมากที่สุดในกลุ่ม B – SUV ของ Haval Jolion มาจากขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร ระบบหัวฉีด Multi-point fuel injection พลัง 95 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที ให้แรงบิดสูงสุด 125 นิวตันเมตร ที่ 4,400 – 5,200 รอบ/นาที 

เมื่อผนึกกำลังกับมอเตอร์ไฟฟ้า Jolion มีพลังสูงสุดถึง 190 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลถึง 375 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ DHT ตอบสนองทันใจ มาไวเหมือนใจสั่งมา 

ช่วงล่างเซ็ตมาดี สมดุล ไม่นุ่ม ไม่กระด้าง

อีกหนึ่งความดีงามต้องยกให้ระบบช่วงล่าง ซึ่งทาง Haval ทำการบ้านมาดี รู้และเข้าใจว่าลูกค้าไทยชอบรถที่มีความนุ่มนวลในระดับไหน การเซ็ตอัพช่วงล่างในแบบสมดุล ซับแรงสั่นสะเทือนได้ค่อนข้างดี ทดลองขับผ่านตัวสะดุดลูกระนาด ตัวรถค่อนข้างนุ่มนวล ไม่มีอาการกระด้างให้เห็น และมีความหนึบในระดับที่มั่นใจได้ เมื่อใช้ความเร็วสูงเกิน 100 กม./ชม. ตัวรถไม่มีเสียอาการ หรือ โยนโค้งให้เห็น

ความปลอดภัยใส่ให้แน่นทั้งคัน จัดเต็มไม่หวงของ

อัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัยและฟังกชันอำนวยความสะดวกยกเซ็ต เริ่มระบบสั่งงานด้วยเสียง, ระบบการช่วยเหลือและเพิ่มความปลอดภัยในการขับ ไม่ว่าจะเป็นระบบเตือนในมุมอับสายตา, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ระบบเข้าโค้ง, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA), ระบบช่วยจอดทั้ง 3 รูปแบบ (IIP) จอดขนาน – ถอยจอดเข้าซอง – จอดเฉียงด้านข้าง, ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) กล้องความละเอียดสูงแบบ 360 องศา บอกเลยว่าชัดมาก ฯลฯ

นอกจากนี้ Jolion สามารถสั่งการและควบคุมรถผ่าน GWM Application ได้อีกด้วย นับเป็น Smart SUV อย่างแท้จริง เติมเต็มชีวิตเจเนอเรชันใหม่ ให้ขับเคลื่อนได้อย่างลงตัว

Jolion สิงโตอารมณ์ดี คุ้มค่าน่าใช้ 1 ล้านยังมีทอน !

รีวิวที่ดี… ต้องมีราคา ! แต่ก่อนจะบอกราคา ทีมงานต้องขอบอกก่อนว่า ระบบต่าง ๆ ของ Jolion จากการทดลองใช้งาน ทั้งเส้นทางในเมือง รถวิ่งช้า ๆ สลับหยุดนิ่ง และใช้รอบความเร็วในเส้นทางชานเมือง ระบบความปลอดภัยทำงานได้ค่อนข้างเสถียร ไม่หน่วง ไม่ช้า ไม่มีปัญหา Error แจ้งเตือนทุกอย่าง จนบางครั้งก็แอบ มีเอ๊ะ! เตือนมากไปหรือเปล่า แต่ทั้งหมดต้องยอมรับว่า Haval พัฒนาเจ้า Jolion ออกมาได้ดีจริง ๆ  

Jolion ใส่ออปชันมาให้แน่น ๆ ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้ม และให้ครบจุใจยิ่งขึ้นในตัวท็อป ระบบความปลอดภัยเต็มพิกัด เครื่องยนต์ขุมพลัง 190 แรงม้า ตอบสนองดี พลังเยอะที่สุดในกลุ่ม B – SUV มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานเงียบ อาจมีเสียงดังขึ้นเมื่อสลับเป็นเครื่องยนต์ รุ่นท็อปสุดราคา 999,000 บาท* จัดว่าคุ้มค่า เมื่อวัดจากสิ่งที่คุณจะได้รับ เพราะรถบางรุ่น ขายในราคาก้าวข้ามล้าน ก็ไม่ได้ให้เทคโนโลยีมากขนาดนี้ จริงมั้ย!

สรุปให้อ่านง่าย

Haval Jolion ไฮบริดเอสยูวี มาพร้อมฟังก์ชันอัจฉริยะ โดดเด่นด้วยออปชันจัดเต็ม อัดแน่นด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ รูปลักษณ์ภายนอกดีไซน์ล้ำสมัย ห้องโดยสารกว้างขวาง มอบความสะดวกสบายทุกการเดินทาง ขุมพลังไฮบริด เครื่องยนต์เบนซินผสานการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า พลัง 190 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหน้า รองรับเชื้อเพลิง E20 คุ้มค่าที่สุดในกลุ่ม B – SUV สำหรับ Jolion มี 3 รุ่นย่อย Tech ราคา 879,000 บาท*, Pro ราคา 939,000 บาท* และ Ultra ราคา 999,000 บาท*

สอบถามข้อมูลอื่นๆ หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

กรุณาสแกนคิวอาร์โค้ด หรือเพิ่มเพื่อนด้วยไอดีไลน์ @kaideeofficial