การจัดบ้าน 10 แบบที่ต้อง Say No! : สำหรับบ้านทุกสไตล์

การจัดบ้าน 10 แบบที่ต้อง Say No! : สำหรับบ้านทุกสไตล์

ในยุคที่เทรนด์การแต่งบ้านกำลังมา ไม่ว่าจะเป็น มินิมอล โมเดิร์น หรือคุมโทนสแกนดิเนเวียนด้วยเฟอร์นิเจอร์จากอิเกีย คุณไม่ใช่คนเดียวที่เลือกไม่ถูกว่าจะแต่งบ้านสไตล์ไหนดี แต่ไม่ว่าจะรักพี่เสียดายน้อง หรือลังเลเลือกไม่ถูก Kaidee Property ก็มีกฎการจัดบ้านง่ายๆ 10 ข้อมาฝากคุณ รับรองว่าแค่ทำตามนี้ บ้านก็ดูดีไปกว่าครึ่ง

10 ข้อควรระวังสำหรับบ้านทุกสไตล์

อยากจัดบ้านทั้งทีแต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ไม่ต้องเป็นกังวลใจไป วันนี้ Kaidee Property สรุปการจัดบ้านแบบ101 มาให้คุณแล้ว จะต้องโฟกัสอะไรกันบ้างนั้น ไปดูกันเลย

1.ของสะสมฝุ่น

เคยไหมคะที่เดินผ่านชั้นวางของแล้วเห็นอะไรเยอะแยะยุบยับไปหมด ถ้าเคย นั่นอาจเป็นเพราะคุณวางของตกแต่งกระจุกกระจิกต่างๆ เช่น ตุ๊กตา กรอบรูป หรือโมเดลตัวเล็กๆ มากเกินไป ซึ่งของพวกนี้เมื่ออยู่รวมกันเยอะๆ แล้วไม่ก่อให้เกิดพลังบวกเท่าไร เพราะนอกจากจะสะสมฝุ่นแล้ว ยังทำให้มุมนั้นของคุณดูรกไปหมด

ทางแก้ก็คือลองเลือกวางของที่ทำให้คุณนึกถึงความทรงจำดีๆ ที่ไม่ว่าจะหยิบมาดูเมื่อไหร่ก็ทำให้คุณมีกำลังใจและได้พลังบวกได้เสมอ สิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้ให้ขึ้นใจคือ “น้อยแต่มาก”

การเลือกเพียงแค่ของบางอย่างมาตั้งโชว์นี้จะทำให้คุณรักมุมๆ นี้ของคุณมากขึ้น เพราะมองไปเมื่อไรก็สบายใจและได้พลังบวก

2.จัดระเบียบการเก็บของซะใหม่

คุณควรทำตู้สำหรับเก็บของโดยเฉพาะ แล้วเอาของที่ไม่ค่อยได้ใช้ ไปเก็บไว้ในที่เดียวกัน เพราะการเก็บของเป็นที่เป็นทางจะทำให้คุณหาของง่ายขึ้นเมื่อต้องการใช้ และยังทำให้บ้านของคุณดูสะอาดสบายตาขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ตู้เก็บของนี้ควรเป็นตู้ที่มีฝาปิดเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กลายเป็นมุมรกสายตาเหมือนอย่างในข้อแรกที่กล่าวไว้ อีกทั้งเรายังสามารถติดพวก Post-it หรือลิสต์ของที่เก็บไว้ในตู้ได้อีกด้วย เรียกได้ว่า ติดฝาทีเดียว ได้ประโยชน์สองต่อ

3.หมอนอิงยุบยับ

หมอนอิงเยอะเกินไป
หมอนอิงยุบยับ

หมอนอิงอาจดูเหมือนปัจจัยเล็กที่ไม่ค่อยสำคัญ แต่ลองนึกถึงภาพโซฟาที่มีแต่หมอนอิงเต็มไปหมด แถมยังสีไม่คุมโทนอีก แบบนั้นห้องนั่งเล่นของเราอาจดูไม่ค่อยน่ามองเท่าไร

คำแนะนำจาก Kaidee คือให้ลองใช้หมอนอิงแบบที่ปลอกสามารถถอดเปลี่ยนได้ เพราะจะทำให้เราสามารถเปลี่ยนสไตล์ไปมาได้ตามใจชอบโดยที่ไม่ต้องซื้อหมอนอิงมาเพิ่ม เพียงแค่ซื้อปลอกมาเปลี่ยนตามอารมณ์แทนเท่านั้น แถมปลอกหมอนยังหาที่จัดเก็บง่ายกว่าหมอนอิงทั้งใบและไม่เปลืองเนื้อที่มากอีกด้วย

4.กรอบรูปกระจัดกระจาย

สำหรับคนที่ชอบดูรูปแล้วนึกถึงเรื่องเก่าๆ การติดรูปไว้บนผนังอาจจะดูเป็นหนทางที่ง่ายที่สุดในการย้อนรำลึกวันวาน แต่เมื่อรูปมันเริ่มเยอะมากเกิน เราก็ต้องจัดหมวดหมู่กันเสียหน่อย

การติดรูปบนผนังนั้นต้องต้องการความใส่ใจเล็กน้อย โดยลองจัดกลุ่มให้กรอบรูปอยู่ใกล้ๆ กันดู เช่น กลุ่มนี้สำหรับรูปภาพวัยเด็ก ส่วนอีกกลุ่มเป็นรูปภาพจากงานสังสรรค์ เป็นต้น

การจัดหมวดหมู่แบบนี้นอกจากจะทำให้ผนังดูโล่งและเป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้น ยังทำให้เราสามารถเลือกดูภาพได้ตามหมวดหมู่อีกด้วย

5.เข้าบ้านแล้วเหมือนเข้าป่า

Inhouse plant
เข้าบ้านแล้วเหมือนเข้าป่า

ดูจากสภาพอากาศร้อนอบอ้าวในบ้านเราแบบนี้ Kaidee เห็นด้วยว่าเราควรจะมีต้นไม้สักต้นสองต้นในห้อง อย่างไรก็ตามส่วนสำคัญอยู่ที่เราต้องโฟกัสการเลือกชนิดและไซส์ของต้นไม้

จริงอยู่ที่ต้นไม้บางชนิดช่วยฟอกอากาศและทำให้บ้านดูสดชื่น แต่หากเลือกมาผิดไซส์แล้ว ห้องกว้างๆ จะดูเหมือนป่าเอาได้ หากเพดานห้องคุณสูงเพียง 2 เมตร ต้นไม้ประดับไม่ควรสูงเกิน 1 เมตร และควรเลือกชนิดที่ไม่แผ่กิ่งก้านสาขา หรือพุ่มไม่ใหญ่มากนัก เพียงเท่านี้ห้องของคุณจะดูสดชื่นเหมือนมีสวนเล็กๆ ส่วนตัว

6.ผนังไม่เคยว่าง

สำหรับคนที่รักการแต่งบ้านเป็นชีวิตจิตใจที่เวลาไปไหนก็จะต้องมีของติดไม้ติดมือกลับมาตกแต่งบ้านด้วยเสมอ อาจจะพบปัญหาที่ว่า “ผนังเต็ม” และ “ไม่รู้จะเอาชิ้นนี้ไว้ติดไว้ตรงไหนดี”

ทางแก้ที่ Kaidee แนะนำคือ ลองสับเปลี่ยนของตกแต่งทุกๆ 3 เดือน วิธีนี้เราจะไม่ต้องเพิ่มของบนผนังไปเรื่อยๆ แต่เลือกที่จะเอาอันใดอันหนึ่งลง แล้วเอาอันใหม่ติดขึ้นไปแทน ส่วนเวลาติดก็ให้เว้นช่องไฟด้วยสักหน่อย จะได้รู้สึกว่ามีพื้นที่ว่างบนผนังบ้าง

อีกข้อหนึ่งคือพยายามจัดมุมตกแต่งไว้แค่มุมใดมุมหนึ่งของบ้าน ไม่ใช่ติดไปทุกผนัง ลองปล่อยให้ผนังห้องว่างบ้าง แล้วคุณจะรู้สึกสบายตาขึ้นไม่มากก็น้อย

7.พรมผิดไซส์

Living Room
ซื้อพรมเล็กๆ อีกผืนที่เข้ากัน มาวางประดับข้างๆ เพื่อเพิ่มเลเยอร์ให้กับพื้นที่

พรมดูเหมือนของที่คนไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไร แต่หากขาดไปหลายคนก็คงรู้สึกว่าห้องนั่งเล่นมันโล่งแปลกๆ เพราะเหตุนี้พรมจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องเลือกอย่างใส่ใจ

การจัดโซนของห้องทำได้ง่ายๆ ด้วยการปูพรม สิ่งสำคัญคือต้องเลือกไซส์ให้พอดีกับขนาดพื้นที่ว่างระหว่างโซฟากับโต๊ะรับแขก แต่ถ้าหากพลาดซื้อพรมที่มีขนาดเล็กกว่าพื้นที่มาแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ ซื้อพรมเล็กๆ อีกผืนที่เข้ากัน มาวางประดับข้างๆ เพื่อเพิ่มเลเยอร์ให้กับพื้นที่ตรงส่วนนั้น แถมยังเป็นการซ่อนพื้นที่ว่างไว้อีกด้วย

8.ผสมสไตล์การตกแต่งภายในห้องเดียวกัน

เชื่อว่าทุกคนต้องเคยประสบกับเหตุการณ์ “รักพี่เสียดายน้อง” รักมินิมอลแต่ก็แอบขี้เกียจคุมโทนทั้งบ้าน แล้วไปๆ มาๆ การตกแต่งก็ผสมปนเป ไม่ไปทางไหนสักทาง แถมยังผสมสไตล์การตกแต่งภายในห้องเดียวกันอีกต่างหาก

ทางแก้ที่เราจะเสนอก็คือ “ต่างห้องต่างสไตล์” ให้ลองแบ่งห้องตามสไตล์การตกแต่ง เช่น ห้องนั่งเล่นมินิมอล แต่ห้องนอนโมเดิร์น เป็นต้น วิธีแก้อันนี้นอกจากจะ win-win ให้เราได้ห้องทุกสไตล์ที่เราชอบแล้ว เรายังไม่ต้องมาห่วงว่าของที่ซื้อมาจะหลุด Theme หรือไม่คุมโทนอีกด้วย

9.โซฟารูปตัว L

เชื่อว่าใครๆ ก็ชอบนอนดูหนังบนโซฟาในวันหยุด โซฟา L-shape เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้คุณเอนจอยช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ทว่าก็มีสิ่งที่ต้องคำนึงก่อนการซื้อโซฟา L-shape เช่นกัน

เนื่องจากเป็นโซฟาไซส์ใหญ่และกินพื้นที่มาก คุณต้องคำนึงถึงเรื่องพื้นที่ของห้องให้มากว่าสามารถจุโซฟาชนิดนี้ไหวหรือไม่ เพราะด้วยความที่เป็นรูปตัว L โซฟาชนิดนี้อาจทำให้ห้องดูทึบและแคบลงได้ ทางที่ดีคุณควรวัดขนาดพื้นที่ให้เรียบร้อยก่อนซื้อเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น จะได้จัดโซนพื้นที่ให้พอเหมาะพอดีกับไซส์ของเฟอร์นิเจอร์นั้นๆ

10. ทาสีบนเพดาน

Ceiling Paint

การทาสีเพดานให้เหมือนกับท้องฟ้าจำลองในยามค่ำคืนเป็นไอเดียที่ดีมากสำหรับห้องที่มีเพดานกว้างและสูง 3 เมตรขึ้นไป อย่างไรก็ตาม หากห้องของคุณมีขนาดที่เล็กกว่านั้น การเพนต์ห้องให้เหมือนกับท้องฟ้าตอนกลางคืนอาจจะทำให้ห้องดูเล็กลงไปถนัดตา Kaidee ขอแนะนำว่าให้เลือกเพนต์เป็นสีสว่างหรือสีพาสเทลแทนเพราะสีโทนนี้จะกระจายแสงและยังทำให้ห้องของคุณดูกว้างขึ้นอีกด้วย

สรุปท้ายบทความ

การจัดบ้านนับเป็นศิลปะอย่างหนึ่งเพราะบ้านคือสถานที่ที่สะท้อนจิตใจของเรา หากจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ผู้อยู่อาศัยก็มองแล้วสบายตาส่งผลให้สบายใจตามไปด้วย หากจัดบ้านเสร็จเรียบร้อยตาม 10 ข้อนี้แล้ว มีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนไม่ได้ใช้ มาลงขายไว้ได้ที่ Kaidee

สอบถามข้อมูลอื่นๆ หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

กรุณาสแกนคิวอาร์โค้ด หรือเพิ่มเพื่อนด้วยไอดีไลน์ @kaideeofficial