ถนนหรือแยกไหนที่รถติดที่สุดในประเทศไทย

Content Creator

เมื่อพูดถึงการจราจรในประเทศไทย แน่นอนว่าชวนหัวสำหรับคนไทยหลายคนอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม ซ่อมถนน ทำรถไฟฟ้า และอีกนานา เรียกได้ว่ามีปัญหาน่าปวดหัวให้น่าลุ้นได้ไม่เว้นวันเลยละค่ะ 

ปัญหาดังกล่าว เลยนำมาสู่ปัญหารถติดในประเทศไทย จนทะยานติดโพลรถติดอันดับโลกเลยทีเดียว ปัญหารถติดเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครเป็นหลักจนหลายคนขยาดกรุงเทพฯ กันเลย คนบางคนถึงขั้นกล่าวว่า หากไม่จำเป็น ก็ไม่อยากเข้ามากรุงเทพฯ ที่เทพสร้างแต่ไม่ได้อยู่เองนี่เลยจริง ๆ แต่สาเหตุอะไรที่ทำให้รถติดได้ขนาดนี้ ลองไปดูกันนะคะ

สาเหตุที่รถติดในประเทศไทย

สำหรับสาเหตุที่รถติดในประเทศนี้ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร หลายคนคงพอมีคำตอบในใจอยู่บางแล้วว่าเพราอะไร มาลองดูดีกว่ากันค่ะ ว่ามันมีสาเหตุที่มาจากอะไรบ้าง เผื่อต้นเหตุเหล่านั้น เราจะพอมีทางแก้ได้บ้าง

1. ซ่อมถนน

มาถึงสาเหตุแรกที่ทำให้รถติด อย่างการซ่อมถนนที่มักไม่มีการแจ้งล่วงหน้า หรือวันดีคืนดีซ่อมเสร็จแล้ว อยู่ ๆ ก็เปิดโปรเจกต์ทำถนนใหม่เสียอย่างนั้น พอเกิดกั้นจราจรสักเลนไป ก็ทำให้รถยนต์ที่วิ่งมาต้องเบียดเข้าอีกเลน กลายเป็นการชะลอรถและทำให้การจราจรติดขัดได้แม้ไม่แยกไฟแดง 

2. น้ำท่วม

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้รถติดมาก ๆ ในกรุงเทพมหานคร คือปัญหาน้ำท่วมขัง ที่มักเกิดขึ้นบ่อย เนื่องจากประเทศไทยนั้น เกินกว่าครึ่งปีแทบจะโดนฝนถล่มไปแล้ว แถมฝนยังตกหนักมากจนน้ำระบายไม่ทัน กลายเป็นกรุงเทพฯ เมืองบาดาล ที่รถแล่นไม่ได้แต่เรือวิ่งได้

อย่างที่บอกว่ารถยนต์วิ่งไม่ได้ ทำให้รถที่ต้องการจะสัญจรต้องค่อย ๆ ขับผ่านน้ำท่วมสูงไป และปกติตอนเช้าของกรุงเทพฯ ก็รถติดจนไม่รู้จะติดยังไง พอเจอรถที่ต้องชะลอ แถมมักเกิดอุบัติเหตุเยอะในเช้าวันฝนพร่ำแบบนี้ รถก็ยิ่งติดจนไม่มีคำจะกล่าวเลยล่ะ

3. ทำการก่อสร้าง เช่น รถไฟฟ้า นำเสาไฟลงดิน ฯลฯ 

การจราจรที่ติดขัดเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน มักจะเกิดจากสาเหตุ การก่อสร้างรถไฟฟ้า หรือทุบแล้วสร้างสะพานใหม่รอบกรุง จึงทำให้ถนนหลายสายมีความต่อเนื่องกัน เกิดรถติดสะสมเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น เส้นรามคำแหงเลี้ยวเข้าพัฒนาการ ที่มีการก่อสร้างแนวรถไฟฟ้าสายสีส้มทั้งเส้น จนเกิดปัญหารถติดยาวไปถึง เส้นรามคำแหงยาวเข้าเส้นเสรีไทยและร่มเกล้าในทุกเช้า

4. ทุกคนมีรถ

อย่าแปลกใจไปว่า ทำไมการที่ทุกคนเป็นเจ้าของรถ ถึงเป็นหนึ่งในสาเหตุของรถติด อยากให้ทุกคนลองจินตนาการจำนวนรถยนต์ที่ออกมาขับบนท้องถนน 1 คนต่อ 1 คัน ขณะที่กรุงเทพมหานครมีประชากรถึง 5.6 ล้านคน พูดได้ว่ากว่าครึ่งของประชากรทั้งหมด มีรถเป็นของตนเอง 

นี่จึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกใจว่าทำไมกรุงเทพฯ จึงพบปัญหาการจราจรติดขัดเป็นอย่างมากทั้งตอนเช้าและเย็น เพราะทุกคนต่างนำรถของตนเองออกมาขับขี่ ท่ามกลางเนื้อที่ถนนอันน้อยนิดของกรุงเทพมหานคร

5. ไม่ใช้ขนส่งสาธารณะ

อีกหนึ่งสาเหตุที่เป็นที่มาของการที่ทุกคนเป็นเจ้าของรถ เพราะขนสาธารณะในไทยค่อนข้างไม่ตอบโจทย์การเดินทางเพื่อไปทำงาน เช่น บ้านหรือที่พักไม่ใกล้กับคมนาคมที่เดินทางได้สะดวก อย่างพวกรถไฟฟ้า หรือจะเป็นการที่ขนส่งสาธารณะอย่างรถเมล์ที่นอกจากจะรถติดแล้วยังต้องมากังวลปัญหาเรื่องความปลอดภัยในชีวิตขณะนั่งอีก 

ทำให้ทุกคนเลือกซื้อรถยนต์ส่วนบุคคล แทนการโดยสารขนส่งสาธารณะที่มักจะเกิดปัญหาจนเกินความไม่แน่นอนในชีวิตขึ้น นี่จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รถติดนั่นเอง

6. ผังเมือง

อย่างที่เคยกล่าวไปข้างต้นว่า กรุงเทพมหานครเมืองเทพสร้าง แต่เทพไม่ได้อยู่ การออกแบบที่เน้นการตัดถนนเพื่อเข้าถึงที่ดินเพื่อซื้อขายในอดีตของกลุ่มนายทุน โดยลืมคำนึงถึงการสัญจรที่ควรจะต้องมาบรรจบกัน  กลายเป็นเน้นการสร้างถนนและซอยเพื่อเข้าถึงที่ดินก็จบเท่านั้น 

หากคุณลองสังเกตหลาย ๆ ประเทศ ที่มีการวางผังเมืองที่ดี จะรู้ว่าถนนหลายเส้นมักจะย้อนมาบรรจบกัน มากกว่าเป็นซอยตัน แถมยังมีจำนวนถนนเส้นหลักยังมีเยอะ

ไม่เหมือนประเทศไทยที่เต็มไปด้วยซอยตันและถนนสัญจรที่มีเพียง 8% ภายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทำให้การระบายรถผ่านซอยหรือทางลัดต่าง ๆ ทำได้ยากมากขึ้น ต่อให้เป็นซอยที่ทะลุถึงอีกถนน ก็มักจะเป็นซอยแคบและมีอยู่เพียงซอยเดียว จะกลับก็ไม่ได้จะไปก็ไม่ถึง จึงเกิดการสะสมของการจราจรเกิดขึ้น

7. วิธีการจอดรถ 

ขออนุญาตกล่าวว่า การจอดรถของหลายท่านก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่กีดขวางการจราจรอย่างถึงที่สุด ยกตัวอย่างเช่น การจอดรถข้างถนนเรียงราย หรือสลับกันไปแบบมักง่าย ทำให้รถหลายคันเมื่อเข้าถึงจุดพีคของการจราจร ก็ต้องคอยเบี่ยงหลบและแทรกเข้าอีกเลน สร้างปัญหาให้รถคันด้านหลังต้องหยุดรอเพื่อให้คนที่เข้าเลนนั้นและไปไมไ่ด้ออกมา

ซึ่งบางครั้งปัญหาแบบนี้จะนำมาซึ่งการทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างบุคคล ที่ต้องการจะออกจากเลนและผู้ที่อยู่ในเลนหลัก ไม่ยอมกันและเกิดการชนกัน จนนำมาซึ่งอุบัติเหตุที่ต้องรอประกันและรถจากทางเจ้าหน้าที่มาเคลื่อนย้ายออกไป สร้างความติดขัดบนท้องถนนอีกเท่าเลยทีเดียว

8. การตั้งตลาด

สำหรับปัญหานี้สามารถเห็นได้จากการสั่งห้ามตั้งตลาดหรือร้านค้าบริเวณฟุตบาท เพราะนอกจากจะทำให้คนเดินบนฟุตบาทลำบากแล้ว ยังขัดขว้างการจราจรหนึ่งช่องทาง เนื่องจากพ่อค้าแม่ขายมักจะนำรถมาจอดเพื่อเอาของลงบ้าง บางครั้งก็คนเยอะเกินจนล้นมาลงบนถนนแทน 

ช่วงหลังมานี้ทางพื้นที่อย่างกทม. จึงเริ่มจัดการปัญหาการตั้งตลาดบนฟุตบาท โดยมีข้อเสนอให้พ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้นย้ายไปตั้งร้านขายสินค้าในบริเวณที่จัดให้แทน เพื่อลดปัญหาความหนาแน่นบนฟุตบาทและลดหนึ่งในสาเหตุจากปัญหารถติด

อันดับแยกหรือถนนที่รถติดที่สุดในประเทศไทย

ลองมาดูกันว่า มีแยกไหนบ้างที่รถติดมาก ๆ ในประเทศไทย ถามว่ารู้แล้วไปทำอะไร ทุกคนควรรู้เพื่อหลีกเลี่ยงรถติด ที่คุณอาจต้องพบเจอยามที่สัญจรผ่านเส้นทางนี้ และวางแผนการเดินทางของคุณให้คุ้มค่าเวลามากที่สุด

1. วงเวียนใหญ่ 

ฝั่งกรุงธนบุรีต้องวงเวียนใหญ่ เรียกได้ว่าติดมาก ติดจนไม่รู้จะติดขนาดไหน ยิ่งตรงบริเวญแยกบ้านแขก ที่แต่ละวันติดนานอย่างกับ รถจอด ทำใครหลายคนถอนหายใจจนเบื่อไปเลยล่ะ

2. แยกอุรุพงษ์-ประตูน้ำ

เมื่อพูดถึงอีกหนึ่งแยกที่หากเลี่ยงได้ควรเลี่ยง อย่างแยกอุรุพงษ์ ตรงประตูน้ำ ที่นอกจากตอนเย็นรถจะติดมาก แทบไม่เห็นการขยับจนบางคนท้อแล้วท้ออีก แต่อย่างว่า บางคนก็จำเป็นที่จะต้องสัญจรผ่านแยกนี้จริง ๆ 

3. ถนนรัชดาภิเษก

แยกในเมืองที่หลายคนคงเลี่ยงการสัญจรผ่านไม่ได้ อย่างถนนรัชดาภิเษก ที่นอกจากจะเป็นถนนที่เชื่อมถนนอีกหลายเส้นในกรุงเทพฯ แล้ว ยังเป็นเส้นที่มีตึกออฟฟิศมากมายเรียงรายอยู่เต็มไปหมด แถมนอกจากออฟฟิศ ก็ยังมีคอนโด หอพัก เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางกลับบ้านของใครหลายคนเลยล่ะค่ะ

4. แยกอโศก

คงไม่ต้องพูดสำหรับแยกนี้ ที่นอกจากรถจะเยอะทุกวัน ยังเป็นแยกที่ติดนานกว่า 1 ชั่วโมงก็มีมาแล้ว ยิ่งถ้าวันไหนติดยาวมาตั้งแต่แยกพระราม 9 ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้ขยับไปไหนไกล บางครั้งก็ทำติดยาวตั้งแต่ทางลงทางด่วนก็มี

5. ห้าแยกลาดพร้าว

ปัจจุบันหลังจากมีการสร้างรถไฟฟ้าสถานีห้าแยกลาดพร้าว หวังคลี่คลายสถานการณ์รถติดได้บ้าง ทว่าถึงสถานีจะเสร็จ แต่ถนนที่มุ่งหน้าลาดพร้าวยังกำลังอยู่ในช่วงก่อสร้างรถไฟฟ้า ทำให้รถติดสะสมยิ่งกว่าเดิม ลองคิดดูว่าคุณหลับไปแล้ว 2 ตื่น รถก็ยังอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน

6. ถนนวิภาวดีรังสิต

ถนนวิภาวดีรังสิต หลายคนคงได้ยินว่าตอนเช้าก็รถติดแล้ว แต่เย็นติดกว่าเดิม แดงเทือกทุกครั้งที่ดูเส้นทางในแมป เพราะเส้นนี้จะเป็นเส้นที่ใช้เดินทางเพื่อมุ่งหน้าออกไปทางดอนเมือง รังสิต และวิ่งกลับเข้ามาที่ลาดพร้าว เนื่องจากเป็นถนนที่ต่อกับถนนอีกหลายเส้น จึงเกิดการสะสมของการจราจรเป็นธรรมดา

7. แยกลำสาลี 

เป็นหนึ่งในแยกที่สามารถไปต่อได้หลายที่ อย่างถนนพัฒนาการ ถนนรามคำแหง และถนนลาดพร้าว พอเจอแบบนี้เข้าไป จึงกลายเป็นเส้นที่นำรถจากหลายถนนมาสุมอยู่ในแยกเดียวกัน แถมแยกนี้พอจะปล่อยรถทีก็ปล่อยน้อย ควรเตรียมใจและเผื่อเวลาไว้จะดีที่สุดนะคะ

8. ถนนเจริญกรุง

อีกหนึ่งถนนที่มีความยาวตั้งแต่ฝั่งธนบุรี ตรงแยกท้ายวัง ยาวมาจบตรงเส้นพระราม 3 แม้ถนนเส้นนี้จะมีหลายจุดที่ติดอยู่เป็นประจำอย่าง ตรงบริเวณวัดมังกร เยาวราช เป็นต้น แต่จุดที่ติดที่สุดจะอยู่ที่ บริเวณแยกถนนตก มุ่งหน้าแยกเฉลิมพันธ์ ที่เรียกได้ว่าสะสมยาวตั้งแถวถนนสาธรยาวไปจนถึงพระราม 3 

9. ถนนพระราม9 

ถนนพระราม 9 เป็นถนนที่ขนานกับถนนรามคำแหง โดยสามารถใช้ซอยทะลุไปได้ ทว่าเส้นนี้แม้จะมีแยกไม่ค่อยเยอะ และมีทางด่วนศรีรัชให้ขึ้นมุ่งหน้าเข้าเมือง แต่ก็ยังคงเป็นเส้นที่ติด เพราะมีจุดเชื่อมกับถนนรามคำแหงอยู่หลายแยก เรียกได้ว่าติดกันไปตาม ๆ กันเลยล่ะ

11. แยกแคราย 

เช่นเดียวกันกับห้าแยกลาดพร้าว ที่แม้จะสีรถไฟฟ้าสายสีม่วงวิ่งผ่านถนนตรงจุดนี้แล้ว แต่ก็ยังเป็นจุดที่ชาวนนทบุรี สามารถพูดได้ว่า เลี่ยงได้เลี่ยง! แต่ก็เลี่ยงไม่ได้อยู่ดี เพราะเป็นถนนที่ชาวนนท์ใช้สัญจรเพื่อไปยังจุดต่าง ๆ เช่น งามวงศ์วาน หรือขับข้ามแม่น้ำไปฝั่งบางใหญ่ 

แต่สาเหตุการติดที่นอกจากรถสะสมจำนวนมากแล้ว อาจเพราะบริเวณสี่แยกแครายมีทางขึ้นสะพานยกระดับเป็นคอขวดทำให้ยิ่งติดกันไปใหญ่

12. ถนนแจ้งวัฒนะ มุ่งหน้าปากเกร็ด   

ถนนแจ้งวัฒนะมุ่งหน้าปากเกร็ด ที่ปกติไม่ทำการก่อสร้างรถไฟฟ้าก็ติดมากมายอยู่แล้ว ยิ่งในตอนนี้ที่มีการทำรถไฟฟ้าสายสีชมพู มุ่งหน้ามีนบุรี-ปากเกร็ด ทำให้รถสะสมมากกว่าเดิม ด้วยช่องสัญจรที่น้อยลงกว่าที่เคยมี 

โดยถนนเส้นนี้ยังเป็นจุดเชื่อมกับถนนอีกหลายเส้น อย่างถนนวิภาวดี รังสิต และถนนรามอินทรา ที่สามารถมุ่งหน้าไปได้ทั้งเมืองทอง ปากเกร็ด ลาดพร้าว และรามอินทรา

ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีคนตั้งข้อสงสัยไว้ว่า สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ถนนแจ้งวัฒนะติดจนไม่รู้จะเลิกติดยังไง มาจากการที่บริเวณศูนย์ราชการ กั้นให้รถทุกคันฝ่าทุกเลนเพื่อไปกลับรถยังยูเทิร์นที่ใกล้ที่สุด จึงเกิดปัญหารถที่มุ่งหน้าไปแยกหลักสี่ ไม่สามารถเคลื่อนไปได้และเกิดการติดสะสมยาวถึงท้ายแถวเลยล่ะ

วิธีแก้ปัญหารถติดให้กับตัวคุณเอง

การแก้ปัญหารถติดให้กับคุณเอง แม้จะฟังดูแล้วอะไรนะ ทำไมเราต้องแก้รถติดด้วยตนเอง แทนที่จะให้ภาครัฐเข้ามาดูแล แต่นี่คือทางแก้ที่ง่ายที่สุดที่เริ่มต้นได้ด้วยตัวคุณเอง ระหว่างรอภาครัฐแก้ปัญหารถติดให้แก่คุณ

1. ใช้ขนส่งสาธารณะ

เพราะการใช้ขนส่งสาธารณะ อย่างเช่น รถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน และเรือ เป็นหนึ่งในทางเลือกที่คุณไม่ต้องลงไปเบียดเสียดบนท้องถนนกับคนอื่นเขา แถมยังช่วยประหยัดเวลา เนื่องจากขนส่งเหล่านี้มักจะให้บริการตามรอบเวลาที่ระบุเอาไว้ จึงช่วยให้คุณสามารถคุมเวลาการเดินทางได้ดีขึ้น

2. หาทำเลคอนโดที่ใกล้เคียง

อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยคุณเลี่ยงปัญหารถติดได้ดีมาก ๆ คือการเช่าคอนโดหรือหอพักในทำเลที่ใกล้เคียง เพื่อประหยัดเวลาในการเดินทางทั้งยังไม่ต้องเอารถลงถนนให้เหนื่อยใจอีกด้วย  การเลือกที่พักใกล้เคียงยังสามารถเดินไปทำงานโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างค่าเดินทางเพิ่มเติมได้ด้วย

3. เลี่ยงเส้นทางรถติดไปใช้ทางลัด

การใช้เส้นทางลัด อย่างการเลี่ยงเส้นทางหลักไปใช้ทางย่อย ตามซอยย่อย ๆ อาจช่วยในการระบายรถติดบนเส้นทางหลักได้บ้าง และอย่างน้อยเมื่อใช้ทางลัดอาจทำให้คุณเดินทางได้เร็วกว่าไปตามเส้นทางหลักอีกด้วย 

4. หาอย่างอื่นทำบนรถ

การหาอย่างอื่นทำบนรถจะช่วยให้ปัญหารถติดน้อยลงไปได้ อันนี้เป็นเรื่องของความรู้สึกไม่ใช่สถานการณ์จริง ๆ เช่น เมื่อรถติดคุณอาจจะนำข้าวหรือขนมมากินรอระหว่างไปทำงาน 

ทำให้คุณรู้สึกว่าเวลาเหล่านั้นผ่านไปไว อย่างบางคนก็ใช้เวลารถติดนี่แหละ ในการแต่งหน้าให้เป๊ะปัง ไม่ต้องแต่งออกจากบ้านให้เสียเวลา แล้วต้องไปสายอีกด้วย

5. ทำใจ

อีกหนึ่งวิธีการช่วยให้คุณรู้สึกว่ารถติดไม่เป็นปัญหา คือการทำใจยอมรับว่า กรุงเทพฯ ชีวิตดี ๆ ที่ลงตัวนั้นลงตัวที่รถติดแหง็กบนท้องถนนมากกว่า 1 ชั่วโมงคือสามัญ เมื่อคุณเริ่มทำใจให้เคยชินได้ ความรู้สึกมัวหมองในชีวิตอาจจะลดลงมาได้บ้างก็ได้นะคะ

รถแบบไหนที่คุ้มในการขับในเมือง

ถ้าคุณคือหนึ่งในคนที่จำเป็นหรือต้องการใช้รถท่ามกลางสภาวะรถติดของกรุงเทพฯ  การเลือกรถให้เหมาะสมสำหรับการสัญจร ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกเพื่อเพิ่มความง่ายและสะดวกสบายแก่ตัวคุณ ถึงแม้จะไม่สามารถลดปัญหารถติดได้ แต่ก็ยังสามารถประหยัดเวลาและน้ำเงินได้เล็กน้อยก็ยังดี

1. รถยนต์คันเล็ก

การใช้รถยนต์คันเล็กเหมาะกับพื้นที่คับแคบ อย่างซอยทั้งหลายภายในกรุงที่ทั้งแคบ ทั้งเล็ก สัญจรสวนกันก็ลำบาก แถมเวลาจะจอดรถทีก็ต้องมองซ้ายมองขวา ว่าจะจอดได้หรือเปล่านะ

เมื่อเลือกใช้รถคันเล็กปัญหานี้จะลดน้อยลง เพราะเมื่อคุณขับภายในซอยหรือต้องการจอดรถบริเวณที่จอดน้อยก็ทำได้ทันที เพราะรถของคุณเล็กจนมีเนื้อที่พอให้จอด 

แถมยังไม่ต้องระแวงรถมาเฉี่ยวกระจกข้างให้ลุดอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นอีกสิ่งที่น่าสนใจสำหรับรถยนต์คันเล็กคือ เมื่อรถติดก็สามารถซิกแซกเข้าเลนต่าง ๆ ได้ง่าย

2. รถยนต์ที่ประหยัดน้ำมัน

การออกรถเพื่อใช้ขับขี่ภายในเมือง ควรเป็นรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันอย่างรถยนต์ประเภท Eco Car ที่นอกจากราคารถยนต์ที่ประหยัดและถูกกว่ารถยนต์ประเภทอื่น ๆ แล้ว ยังคันเล็กและประหยัดน้ำมันมาก ๆ อีกด้วย 

ขณะที่รถติดบนแยกไฟแดงใดแยกหนึ่งเป็นเวลานาน แม้รถจะไม่ขยับแต่ก็สิ้นเปลืองน้ำมันเป็นอย่างมาก เช่น การเปิดแอร์ ติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ ก็ยังคงผลาญน้ำมันจำนวนมาก 

ประหนึ่งรถคุณได้ขับออกไปยังต่างจังหวัด 148 กิโลและกลับมเข้ากรุงอีกรอบ เรียกได้ว่าหากไม่ใช่รถประหยัดน้ำมันก็เปลืองสุด ๆ ไปเลย 

3. มอเตอร์ไซค์

อย่าสงสัยว่าทำไมมอเตอร์ไซค์ถึงคุ้มค่าในการขับขี่ภายในเมือง นอกจากดีไซน์ของรถมอเตอร์ไซค์ที่เล็กและสามารถซิกแซกไปมาตามเส้นทางต่าง ๆ ได้แล้ว ยังสามารถประหยัดน้ำมันได้กว่ารถยนต์อีกด้วย 

การเติมน้ำมันถังหนึ่งประมาณ 4.4 ลิตร ก็วิ่งได้ไกลประมาณ 130 กิโลเมตรเลยทีเดียว 

รถมอเตอร์ไซค์จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สามารถช่วยคุณทำเวลาได้ดีและประหยัดน้ำมันอย่างมาก แถมค่าที่จอดรถมอเตอร์ไซค์รายเดือนยังถูกกว่าค่าที่จอดของรถยนต์หลายเท่าเลยค่ะ

สรุปท้ายบทความ

ปัญหารถติด ที่แก้ยาก อยากจะแก้ยังไงก็ไม่หาย ได้แต่ทำใจใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อย ๆ หากใครโชคดีหน่อยก็อาจมีทางเลือกที่นอกจากการเดินทางด้วยรถยนต์ ไปใช้ขนส่งสาธารณะที่เร็วขึ้นอย่าง รถไฟฟ้า หรือการเลือกเช่าที่พักตรงจุดใกล้ที่ทำงานมากขึ้น

ถ้าสำหรับใครที่เลี่ยงไม่ได้ในการใช้รถ อาจลองเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์เป็นรถมอเตอร์ไซค์เพื่อความขับคล่องและไปได้เร็วขึ้นกว่ารถยนต์ ทว่าสำหรับใครที่ไม่สันทัดเรื่องการขี่รถมอเตอร์ไซค์ 

สามารถเลือกเป็นรถยนต์คันเล็กเพื่อประหยัดน้ำมัน และขับขี่ในเมืองกรุงได้ง่ายที่ Kaidee ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่เวิร์ก ส่วนเรื่องสภาพจิตนั้นก็คงจะต้องหาวิธีเยียวยาด้วยการหาอะไรทำยามรถติดแก้เซ็งแทน