MPV vs. PPV vs. SUV แตกต่างกันอย่างไร

Content Creator

คาดว่าหลายคนน่าจะคุ้นเคยกับรถประเภท SUV (Sport Utility Vehicle) หรือในภาษาไทยคือ รถอเนกประสงค์แบบสปอร์ตยกสูง นอกจากจะเป็นที่คุ้นเคยแล้ว ยังเป็นยอดนิยมที่คนไทยมักหาซื้อมาใช้ 

โดยเฉพาะกับบ้านไหนที่มีครอบครัวอยู่กันมากกว่า 3 คน ทางเลือกจึงมักเป็นรถ SUV ที่สามารถไปไหนมาไหนได้ แถมสมรรถนะยังแรงคล่องตัวอีกด้วย 

ถึงอย่างนั้นรถประเภท MPV (Multiple Purpose Vehicle) และ PPV (Pick up Passenger Vehicle) ที่แม้จะได้รับความนิยมไม่เท่า SUV แต่ก็มองข้ามความสำคัญในพื้นที่ตลาดรถยนต์ไทยไปไม่ได้เลย 

เพราะมีลักษณะคล้ายคลึงเกือบเหมือนกันกับ SUV และมีบางรุ่นที่ราคาถูกกว่า SUV อยู่หลายบาท บางคนจึงตัดสินใจมาซื้อรถเหล่านี้แทน

ความแตกต่างมีผลต่อการเลือกซื้อรถยนต์อย่างไร

นอกจากรูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกของรถยนต์ ที่มีผลต่อการเลือกซื้อรถแล้ว ประเภทของรถก็เป็นอีกหนึ่งที่ผู้ซื้อจะให้ความสนใจ เพราะเมื่อเกิดการแบ่งประเภทรถ ผู้ซื้อจะตัดสินใจจากการแบ่งประเภทของรถ ที่มีความหมายเชิงลึกในแง่ของศักยภาพ สมรรถนะของรถประเภทนั้น ๆ 

หากผู้ให้เข้าใจง่าย คือเมื่อคุณเลือกที่จะซื้อรถสักคัน และในใจคุณยังไม่มีว่าชอบรุ่นไหนเป็นพิเศษ อย่างแรกคุณจะทำการค้นหารถเหล่านั้นจาก ประเภทของรถ เช่น รถซีดาน รถ SUV หรือ รถ MPV เป็นต้น 

จึงเป็นที่มาว่าความแตกต่างของรถยนต์แต่ละประเภทมีความแตกต่างในการซื้อ ตั้งแต่อัตราการค้นหา และชื่อประเภทของรถที่อาจหมายถึงสมรรถนะของรถด้วยก็เป็นได้

ความแตกต่างของรถ MPV, PPV และSUV

ลองมาเปรียบเทียบดูกันว่ารถยนต์ทั้ง 3 ประเภท มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นเหตุผลในการประกอบการตัดสินใจเพื่อซื้อรถยนต์ ที่ไม่ใช่รถยนต์ประเภทซีดาน โดยรถทั้งสามแบบนี้ แม้จะมีความใกล้เคียงกันทั้งชื่อ ทั้งรูปลักษณ์ แต่ทว่าจุดเด่นของรถยนต์ทั้ง 3 ประเภทนี้กับมีความต่างที่ชัดมาก 

1. MPV 

รถ MPV (Multiple Purpose Vehicle) หรือที่เรียกในภาษาไทยว่า รถแวน 5 ประตู อเนกประสงค์ 6-11 ที่นั่ง โดยความสูงของรถยนต์ประเภทนี้จะมีความใกล้เคียงรถเก๋งมาก 

จุดเด่นของรถยนต์ประเภทนี้คือ สามารถจุคนได้เยอะมาก ใกล้เคียงกับรถแวนเลยทีเดียว ที่นั่งจะสามารถนั่งได้สบายไม่เบียดกันแม้ไปกันหลายคน รูปลักษณ์ภายนอกที่แตกต่างกับรถแวนก็จะมีเพียง ด้านหน้าของรถยนต์ที่ยื่นออกไปคล้ายรถเก๋งซีดาน 4 ประตู

รถยนต์ประเภทนี้จะมีตั้งแต่ 6-11 ที่นั่ง และมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามขนาดของรถ ถ้าขนาดเล็กจะถูกเรียกว่า Mini MPV ขนาดกลางเรียกว่า Compact MPV และขนาดใหญ่จะถูกเรียกว่า Large MPV  ซึ่งรถประเภทนี้จะให้ความนุ่มนวลในการขับขี่มากกว่า SUV ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออิสระทำให้ทรงตัวดี ทั้งนี้ความสูงของรถยนต์ประเภทนี้ จะอยู่ที่ประมาณรถเก๋งทั่วไป 

ยกตัวอย่าง เช่น รถ Toyota Sienta, Honda Mobilio, KIA Grand Carnival, Suzuki Ertiga, Toyota Wish, Toyota Alphard, Hyundai H1, Toyota Avanza, Volksawgen Multivan และอื่น ๆ

2. PPV

รถยนต์ที่ดั้งเดิมถูกออกแบบมาให้เป็นรถกระบะ และนำมาดัดแปลงในภายหลัง หรือที่เราเรียกกันจนติดปากอย่าง รถพิกอัป คำว่า PPV ย่อมาจาก Pick up Passenger Vehicle ก็คือเป็น รถกระบะดัดแปลงเพิ่มที่นั่งเพื่อรองรับผู้โดยสารภายในรถนั่นเอง 

คุณรู้หรือไม่ว่า รถยนต์ประเภท PPV นั่นเป็นชื่อเรียกการแบ่งประเภทรถที่มีเพียงในไทยเท่านั้น โดยรถกระบะดัดแปลงเหล่านั้จะมีทั้งแบบขับเคลื่อนอิสระ 2 ล้อ และขับเคลื่อนอิสระ 4ล้อแตกต่างกันไป

โดยสาเหตุที่มีการดัดแปลงรถยนต์ประเภทนี้ให้กลายเป็นรถนั่ง เพราะการปรับเปลี่ยนโครงสร้างในการเรียกเก็บเงินของภาษีสรรพสามิตอนุญาตให้รถยนต์ประเภทนี้ สามารถจดทะเบียนในฐานะ รถนั่ง ได้นั่นเอง

ยกตัวอย่าง เช่น รถ Pajero 1990, รถ Isuzu Cameo, รถ Toyota Sport Rider, รถ Mitsubishi G-wagon, รถ Ford Everest และอื่น ๆ 

3. SUV

SUV ย่อมาจาก Sport Utility Vehicle หรือชื่อภาษาไทยที่ว่าเป็น รถอเนกประสงค์แบบสปอร์ตยกสูง แค่ชื่อก็สามารถอธิบายคุณสมบัติรถยนต์ประเภทนี้ได้เป็นอย่างดีว่า ต้องเป็นรถที่มีสมรรถนะและความเป็นสปอร์ตแบบเหนือขั้น

รถยนต์อเนกประสงค์ที่มีประโยชน์สารพัดคือคำตอบของรถ SUV ที่มอบให้แก่ผู้ขับขี่ โดยรถยนต์ประเภทนี้จะเน้นไปในด้านภาพลักษณ์ของความแข็งแกร่งและสปอร์ต พร้อมสมรรถนะที่ดีเยี่ยม พร้อมพาคุณและครอบครัวไปในทุกเส้นทาง

ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เลือกรถ SUV คือต้องการบุกป่าฝ่าเขา ต้องการรถยนต์ที่พร้อมบุกลุยทุกเส้นทางไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นบุกน้ำ ลุยโคลน หรือออฟโรดก็ต้องมาแบบจัดหนักจัดเต็ม เดินทางไปได้ทุกเส้นทางแบบไร้อุปสรรค

ยกตัวอย่าง เช่น รถ Porshce Cayenne, รถ Volvo X-90, รถ Nissan X-Trail, รถ Honda CR-V, รถ Toyota Land Cruiser, รถ Mercedes-Benz GLC, รถ Mitsubishi Pajero Sport และอื่น ๆ

รถแบบไหนตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบไหน

อย่างแรกเลย หากคุณเป็นคนในกลุ่มที่ชอบความสปอร์ต ขับขี่คล่องทั้งในเมืองและต่างจังหวัด รวมถึงยังมีสมาชิกครอบครัวไม่เกิน 5 คน รถ SUV จะตอบโจทย์การขับขี่ของคุณที่สุดใน

แต่หากคุณมองว่าคุณไม่ได้ต้องการความสปอร์ตและขับขี่คล่องตัวขนาดนั้นบนท้องถนน และบ้านคุณก็มีสมาชิกจำนวนหนึ่ง หรือประมาณ 6-11 คน ก็ควรเลือกเป็นรถประเภท MPV ที่มีลักษณะเป็นรถแวนหรือคล้ายรถแวน จะทำให้คุณกับครอบครัวไปไหนไปกันได้สบายและครบครันกว่าเดิม

ส่วนรถ PPV นั้นคือเหมาะกับการขนของ แต่ก็ต้องการบรรทุกผู้โดยสารไปด้วย รถประเภทนี้จะสมรรถนะที่แรงกว่าทุกแบบ เพียงแต่รูปลักษณ์อาจไม่โฉบเฉี่ยวเท่าอีกสองแบบข้างบน และความนิ่มนวลในการขับอาจน้อยกว่านั่นเอง

รถ Cross Over แตกต่างกับ MPV, PPV และSUVอย่างไร 

พอรู้กันไปบ้างแล้ว สำหรับรถยนต์ประเภท MPV, PPV และSUV แต่รถยนต์อีกหนึ่งประเภทที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กันอย่าง รถยนต์ Cross Over หรือ ที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ รถแฮตช์แบ็ค 5 ประตู ที่มีความคล้ายคลึงกับ SUV อย่างมาก

ถึงอย่างนั้น รถ Cross Over ก็ไม่ใช่รถแบบเดียวกับ SUV เพราะรถ Cross Over นั้นถูกปรับมาจากรถเก๋งซีดาน 4 ประตู โดยมีอาจมีการยกตัวรถให้สูงขึ้น และเติมประตูท้ายแทนที่ฝากระโปรงหลังแทน สร้างความโฉบเฉี่ยวแบบสปอร์ตให้กับรถมากขึ้น ทั้งยังสามารถขับขี่ได้คล่องกว่ารถเก๋งโดยทั่วไปนั่นเอง

สรุปท้ายบทความ

การเลือกซื้อรถยนต์สักคัน นอกจากจะดูถึงความเหมาะสมของไลฟ์สไตล์ในการขับแล้ว ยังต้องคำนึงถึงเรื่องของราคาและความคุ้มค่าในการใช้รถเป็นส่วนประกอบอีกเดียว ดังนั้น เพื่อที่จะตอบโจทย์และได้ทดลองความคุ้มค่าของรถยนต์นั้น ๆ ผู้ที่จะซื้อรถควรทดลองขับและขอรายละเอียดให้ชัดเจนเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนจึงจะดีที่สุด

แต่สำหรับใครที่คิดว่าการซื้อรถยนต์มือหนึ่ง เป็นเรื่องที่เกินตัวจนเกินไป โดยเฉพาะสำหรับเหล่ากลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน หากมองถึงความคุ้มค่าในรถยนต์มือสองโดยเฉพาะรถยนต์ประเภท SUV, MPV และPPV ที่มีสมรรถนะและอายุการใช้งานที่สูงกว่ารถซีดานแล้ว 

การซื้อรถมือสองของรถประเภทนี้ นับได้ว่าเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างคุ้มในระดับหนึ่งเลยล่ะ เพราะนอกจากอะไหล่จะหาได้ง่ายแล้ว ยังสามารถซื้อมาขายไปได้คล่องอีกด้วยล่ะ หากคุณคือหนึ่งในคนที่สนใจซื้อ-ขายรถยนต์มือสองแล้วละก็ Kaidee Auto คือคำตอบ!!