ประกันภัยชั้น 1 และชั้น 2+ ต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนดี

ประกันภัยชั้น 1 และชั้น 2+ ต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนดี

หลาย ๆ คนอาจจะคิดไม่ตกเวลาซื้อรถยนต์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมือ 1 หรือมือ 2 ก็ตาม ย่อมกังวลเป็นเรื่องธรรมดาถึงทั้งความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ที่อาจเกิดขึ้นได้ไม่ว่าวันใดก็วันหนึ่ง การซื้อประภัยจึงเป็นอีกทางเลือกที่จะทำให้ผู้ขับขี่นั้นประหยัดและเสียเงินให้ได้น้อยที่สุดจากการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้เป็นอย่างดี

บทความนี้จะมาเป็นทางออกของความกังวลเหล่านั้นเอง ว่าประกันภัยชั้น 1 และชั้น 2+ มีความแตกต่างกันอย่างไร เป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงที่ช่วยให้คุณ!! นั้นตัดสินใจในการเลือกทำประกันในแต่ละครั้งได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ประกันรถยนต์คือ?

น่าจะพอรู้กันอยู่แล้วว่าประกันรถคืออะไร แต่จะมาพูดง่าย ๆ สั้น ๆ เป็นการเกริ่นก่อนที่จะเข้าเรื่องประกันแต่ละชนิด ประกันรถยนต์ คือ กรมธรรม์หรือสัญญาที่ทำเพื่อประกันและคุ้มครองรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายหรือสูญเสียทั้งตัวรถยนต์เองหรือแม้กระทั่งชีวิตของผู้ขับขี่ก็ตาม ที่เกิดจากอุบัติเหตุที่ไม่เรานั้นอาจจะไม่ได้ตั้งใจ ทั้งนี้การคุ้มครองก็ขึ้นอยู่ประกันแต่ละชนิดออกไปตามแต่ที่เรานั้นเลือกทำเอาไว้ ซึ่งมีกฎหมายบัญญัติเอาไว้ ดังนี้

  • การทำประกันภัยภาคบังคับ

คือ กฎข้อบังคับที่กล่าวเอาไว้ถึง ผู้ที่เป็นเจ้าของรถยนต์นั้นจะต้องจัดหาประกันภัยให้แก่รถยนต์ที่ครอบครองเอาไว้ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ “พรบ. ประกันภัย” นั่นเอง

  • การทำประกันภาคสมัครใจ

การทำประกันแบบนี้คือการที่เรานั้นไปเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันภัยเพิ่มเติมจาก พรบ. ประกันภัย โดยบริษัทประกันภัยต่าง ๆ เอง ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ขับขี่รถยนต์โดยไม่ได้เป็นการบังคับแต่อย่างใด โดยประภัยชั้น 1 และ 2+ นั้นก็เป็นส่วนหนึ่งในประกันชนิดนี้เช่นเดียวกัน 

ประกันภัยชั้น 1

ประกันภัยชั้นที่ 1 คือ ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของคุ้มครองชีวิตของผู้ขับขี่ รวมไปถึงตัวของรถยนต์เองก็ตาม ซึ่งครอบคุ้มการคุ้มครองการเสียหายของรถยนต์ไว้เกือยจะทุกกรณีที่ทำให้ร๔ยนต์นั้นเกิดความเสียหายได้ แต่ทั้งนี้ก็ยังมีขอบเขตของการประกัน เพื่อที่จะป้องกันการที่ผู้ขับขี่จงใจไปทำให้รถยนต์เสียหายและมาของเบิกประกันนั่นเอง โดยการคุ้มครองของประกันภัยชั้น 1 ประกอบไปด้วย

  • คุ้มครองรถยนต์ ตั้งแต่การถูกชน ไฟไหม้ และน้ำท่วม
  • คุ้มครองรถยนต์จากทั้งมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี หากเกิดอุบัติเหตุประกันจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้
  • คุ้มครอบบุคคลทั้งอุบัติเหตุ รวมไปถึงค่ารักษาพยาบาลที่ใช้ในการรักษา
  • คุ้มครองรถยนต์สูญหาย

ปล. ทั้งนี้เงินค่าชดเชยขึ้นอยู่ข้อสัญญาในกรมธรรม์ของแต่ละบริษัทประกันภัยได้กำหนดเอาไว้

ข้อดีของประกันภัยชั้น 1

  • คุ้มครองในทุกกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ
  • คุ้มครองแม้จะไม่มีคู่กรณีในการเกิดอุติเหตุ (***ทั้งนี้ต้องห้ามเกิดจากความจงใจหรือตั้งใจที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ)

ประกันภัยชั้น 2+

ในปัจจุบันประกันภัยชั้น 2+ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยราคาเบี้ยประกันที่มีความถูกกว่าประกันภัยชั้น 1 อยู่ค่อนข้างมาก และให้การคุ้มครองที่คอบคุมเหมือนกับประกันภัยชั้น 1 โดยมีการคุ้มครอง ดังนี้

  • คุ้มครองอุบัติเหตุจากการถูกชน ไม่ว่าจะเราหรือคู่กรณีเป็นฝ่ายผิด
  • คุ้มครองรถยนต์สูญหาย
  • คุ้มครองรถยนต์ที่ถูกไฟไหม้ และน้ำท่วม
  • คุ้มครอบบุคคลทั้งอุบัติเหตุ รวมไปถึงค่ารักษาพยาบาลที่ใช้ในการรักษา

ปล. ทั้งนี้เงินค่าชดเชยขึ้นอยู่ข้อสัญญาในกรมธรรม์ของแต่ละบริษัทประกันภัยได้กำหนดเอาไว้

ข้อดีของประกันภัยชั้น 2+

  • ราคาประหยัดค่าเบี้ยประกันไม่สูงนัก
  • ได้รับการคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันภัยชั้นที่ 1
  • ไม่จำกัดอายุของรถยนต์ที่จะนำมาทำประกัน

ต่างกันอย่างไร

จากสิ่งที่อธิบายมาทั้งหมดอาจจะสงสัยว่าเอ๊ะ!! แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรล่ะ ดูแล้วก็ไม่เห็นจะแตกต่างอะไรเท่าไหร่นัก ซึ่งจริง ๆ แล้ว ประกันทั้งสองตัวนั้นมีความแตกต่างกันอยู่เพียงแค่เล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ซึ่งจะมีอะไรบ้าง เดี๋ยวเรามาดูไปพร้อม ๆ กันเลย

1. ราคา

แน่นอนว่าเรื่องราคานั้นเห็นกันได้อย่างชัดเจนว่าประกันภัยชั้น 1 นั้นมีราคาค่าเบี้ยประกันที่ค่อนข้างสูงกว่า ประกันภัยชั้น 2+ อย่างเห็นได้ชัด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับบริษัทประกันที่จะมีโปรโมชั่นในการทำให้ค่าเบี้ยประกันของแต่ละประเภทนั้นลดลงได้หรือไม่

2. คู่กรณี

ในเรื่องของคู่กรณีหากเกิดอุบัติเหตุ ข้อนี้เป็นความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดของประกันทั้งสอง ที่จะสามารถช่วยให้ผู้ที่กำลังมองหาประกันสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ด้วยความที่ประกันภัยชั้น 1 นั้น แม้จะเกิดอุบัติเหตุจากการชนโดยมีคู่กรณี หรือว่าขับไปชนสิ่งของต่าง ๆ เอง ประกันก็ยังจะชดเชยค่าเสียหายในส่วนนี้ให้ ต่างจากประกันภัยชั้น 2+ ที่จะคุ้มครองก็ต่อเมื่อเกิดอุบัติเหตุโดยที่มีคู่กรณีด้วยเท่านั้น!!

3. สาเหตุการประกัน

ประกันภัยชั้น 1 นั้นจะให้การคุ้มครองความเสียหายของตัวรถยนต์ในทุก ๆ กรณี แต่ทว่าประกันภัยชั้น 2+ จะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายของรถยนต์ที่เกิดจากการชนเท่านั้น

ควรเลือกอย่างไร

เป็นคำตอบที่ยากในระดับหนึ่งว่าควรเลือกประกันแบบไหน ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ขับขี่ว่ามีงบประมาณในการเลือกซื้อประกันภัยในระดับใด แต่จะของสรุปมาให้เป็นข้อดังนี้แล้วกันว่าควรเลือกยังไง

ประกันภัยชั้น 1 เหมาะกับ?

ถ้าหากรถยนต์ที่คุณซื้อมานั้นเป็นรถใหม่ป้ายแดง เพิ่งนำรถออกมาเลยแล้วล่ะก็ ทางที่ดีก็ควรที่จะเลือกซื้อประกันภัยชั้น 1 ที่ครอบคุมในทุก ๆ การขับขี่ให้แก่เรา เพราะคงไม่มีใครอยากให้รถยนต์คันใหม่ของเรานั้นมีรอยขีดข่วนไม่ว่าจากอะไรก็ตาม

ประกันภัยชั้น 2+ เหมาะกับ?

เหมาะกับรถยนต์ที่มีอายุมาแล้วในระดับหนึ่ง ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์ที่ประกันภัยชั้น 1 นั้นกำหนดเอาไว้ (รถยนต์มีอายุเกิน 5 ปีขึ้นไป) แต่ยังคงได้รับการคุ้มครองที่คุ้มค่าและมีความใกล้เคียงกับประกันภัยชั้น 1 อยู่ รวมไปถึงใครก็ตามที่มีงบในการจ่ายเบี้ยประกันไม่สูงเท่าไหร่นักนั้น ประกันภัยตัวนี้จะเหมาะเป็นอย่างมาก

สรุปท้ายบทความ

โดยสรุปแล้วประกันภัยชั้น 1 และ 2+ มีความแตกต่างในเรื่องของการคุ้มครองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยหลัก ๆ แล้ว จะต่างกันที่ประกันภัยชั้น 1 ไม่จำเป็นต้องมีคู่กรณีก็ได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ส่วนประกันภัยชั้น 2+ จำเป็นต้องมีคู่กรณีถึงจะคุ้มครอง

ทั้งนี้การเลือกทำประกันภัยต่าง ๆ ควรศึกษารายละเอียดและอ่านข้อกำหนดที่อยู่ภายในกรมธรรม์อย่างละเอียดและถี่ถ้วนก่อนการตัดสินใจที่จะทำการเซ็นสัญญาใด ๆ ก็ตาม เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงที่สุดในการคุ้มครองแต่ละประเภท

ใครที่เข้ามาอ่านบทความนี้แล้ว อย่าเลือนำความรู้เหล่านี้ไปปรับใช้กับการเลือกซื้อประกันในแต่ละครั้งด้วยล่ะ ส่วนที่กำลังมองหารถยนต์คันใหม่ สภาพดี ๆ ในราคาสบายกระเป๋า ลองแวะเข้ามาดูใน Kaidee Auto สิ ที่พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์การขับของคุณ

สอบถามข้อมูลอื่นๆ หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

กรุณาสแกนคิวอาร์โค้ด หรือเพิ่มเพื่อนด้วยไอดีไลน์ @kaideeofficial