เก้าอี้ทำงานแบบไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรา?

เก้าอี้ทำงานแบบไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรา?

การนั่งเก้าอี้ถือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่ง หรือเมื่อเราเดินจนเมื่อยขาก็เปลี่ยนมานั่งเพื่อเปลี่ยนการลงน้ำหนักจากเท้าเป็นที่บั้นท้ายแทน แต่เมื่อใดที่นั่งนานๆ ก็อาจทำให้เราเมื่อยได้เช่นกัน เพราะน้ำหนักที่ถูกส่งผ่านหลังไปยังบั้นท้าย หากนั่งผิดท่าหรือลงน้ำหนักไปที่ส่วนหลังมากเกินไปก็จะเกิดอาการปวดหลังตามมา ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อปัญหาเหล่านี้นั่นคือเก้าอี้ที่เรานั่งนั่นเอง

ปวดหลังเพราะนั่งเก้าอี้ทำงานนานๆ

เราต่างใช้เวลานั่งทำงานหน้าจอคอมกันประมาณ 7 – 8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งนั่นหมายความว่าร่างกายของเราต้องอยู่ในท่านั่งเป็นเวลานานมากๆ ดังนั้นเป็นเรื่องปกติที่จะมีอาการปวดเมื่อย แต่หากเราไม่หาวิธีแก้ไขหรือนั่งแบบเดิมต่อไปเรื่อยๆ อาการปวดหลังก็จะรุนแรงมากขึ้่น บางคนอาจมีอาการหลังค่อมหรืออาจกระดูกสันหลังคดก็เป็นได้ ซึ่งสิ่งที่ส่งผลกับปัญหาเหล่านี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากเก้าอี้ที่ใช้ ไม่สามารถรองรับสรีระร่างกายของเราอย่างถูกต้อง ทำให้เกิดอาการที่ค่อยๆสะสมจนเป็นปัญหาสุขภาพและลำบากในการรักษาภายหลัง

สรีระร่างกายที่ถูกต้องเวลานั่ง ตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomics)

เมื่อต้องนั่งเป็นเวลานานๆ สิ่งที่ต้องคอยเตือนตัวเองไว้เสมอนั่นคือท่านั่งที่สรีระร่างกายวางไว้ตามจุดที่ถูกต้อง แต่ไม่จำเป็นต้องเกร็งหรือกำหนดหลังของเราให้ตรงตลอดเวลา แต่เพียงรู้ท่าทางที่ถูกต้องและไม่เปลี่ยนสรีระไปในแบบที่ผิดสุขลักษณะ

1.หลัง

หากต้องการพิงหลัง ให้นั่งพิงโดยปรับพนักพิงให้มีองศาที่เหมาะสมประมาณ 100 องศา ไม่เอนไปด้านหลัง หรือตั้งฉากจนเกินไป หากไม่พิงพนัก ให้นั่งหลังตรงแบบธรรมชาติ ไม่ต้องดัดให้ตรงดิ่งหรือแอ่นหลัง เพียงแค่ไม่ค่อมหลังลงก็พอ

2.แขน

เมื่อเรานั่งหลังตรงอย่างธรรมชาติแล้ว ให้วางแขนไว้บนโต๊ะหรือที่พักแขนให้ตั้งฉาก เวลาพิมพ์งานหรือคลิกเมาส์ ต้องไม่ยื่นหรือหดแขนจนเกินไป 

3.ไหล่

หลังจากที่วางแขนอย่างถูกต้องแล้ว บางครั้งเราอาจติดการยกไหล่เพื่อไปกดคีย์บอร์ดหรือเขียนหนังสือ ควรแก้ด้วยการปรับความสูงของเก้าอี้ให้พอดีในแบบที่เราไม่ต้องยกไหล่หรือยกแขนเวลาพิมพ์หรือเขียน และที่สำคัญคือต้องไม่ห่อไหล่เวลานั่ง 

4.คอและหัว

ส่วนคอเป็นส่วนที่สำคัญมากส่วนหนึ่ง เวลานั่งไม่ควรยื่นหน้าเข้าใกล้จอหรือก้ม-เงยหน้ามองหน้าจอมากเกินไป และไม่ควรเกร็งคอให้ตรงตลอดเวลา เพราะอาจะทำให้เราเมื่อและปวดหัวจากการเกร็งคอและจ้องจอใกล้ๆได้ 

5.ขา

เราควรวางขาให้เท้าราบติดพอดีกับพื้น หากได้องศาการนั่งที่พอดีแล้วขายังลอยจากพื้น ให้หาหมอนมาวางรองเหยียบเพื่อให้ไม่เมื่อยน่องส่วนบน ที่สำคัญคือไม่ควรนั่งไขว่ห้าง เพราะการนั่งไขว่ห้างเป็นเวลานานบ่อยๆ จะส่งผลต่อกระดูกสันหลังของเรา และอาจทำให้เป็นกระดูกสันหลังคดได้

เก้าอี้นั่งทำงานมีกี่แบบนะ?

การทำงานของแต่ละคนแน่นอนว่ามีความแตกต่างกัน บางคนอาจนั่งทำงานไม่นานต้องเดินไปประชุมหรือออกไปข้างนอก แต่บางคนก็ต้องนั่งอยู่กับที่ตลอดทั้งวัน ดังนั้นการใช้เก้าอี้ทำงานจึงมีความแตกต่างกันไปด้วย

1.เก้าอี้แบบพนักพิง

เก้าอี้แบบพื้นฐานที่ตามสำนักงานออฟฟิศต่างๆมี หากบริษัทไหนลงทุนเพื่อสุขภาพของพนักงานหน่อยก็จะมีเก้าอี้สามารถปรับระดับความสูงได้ ซึ่งเก้าอี้รูปแบบนี้มักมีราคาตั้งแต่ถูกไปจนแพง ซึ่งสิ่งที่แตกต่างกันคือวัสดุที่นำมาประกอบและการออกแบบให้นั่งได้สบายที่สุด  

2.เก้าอี้แบบโซฟา

เช่นเดียวกับเก้าอี้แบบพนักพิง เก้าอี้แบบโซฟามักมีวางไว้ในออฟฟิศประมาณหนึ่งถึงสองตัว ด้วยความนุ่มของตัวเบาะและความกว้างของขนาดโซฟา ทำให้เราสามารถนั่งพักผ่อนได้ หรืออาจนั่งงีบระหว่างวันได้อย่างสบายอีกด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่เก้าอี้โซฟาต่างจากเก้าอี้พนักพิงคือการปรับระดับความสูง เก้าอี้โซฟาส่วนมากจะสามารถปรับได้เพียงองศาของพนักพิง 

3.เก้าอี้เพื่อสุขภาพ

ในช่วงหลังๆมานี้การใส่ใจเรื่องสุขภาพของผู้คนเริ่มมีมากขึ้น เรื่องของเก้าอี้ก็ด้วยเช่นกัน บางบริษัทที่ผลิตเก้าอี้โดยเฉพาะก็จะมีการศึกษาวิจัยด้านการยศาสตร์และสรีระศาสตร์ และออกแบบเก้าอี้เพื่อให้คนนั่งทำงานได้อย่างไม่ปวดเมื่อย 

เก้าอี้แบบไหนดีที่สุด?

ตามจริงแล้วเก้าอี้ที่ดีที่สุดของคุณคือเก้าอี้ที่ตอบโจทย์การนั่งของคุณมากที่สุด ดังนั้นการเลือกซื้อเก้าอี้สักตัวควรคำนึงว่าเราจะเอาเก้าอี้นี้ไปวางและใช้ที่บริเวณไหนและเพื่ออะไร 

1.คนที่นั่งทำงานนานติดกันเกิน 4 ชั่วโมงต่อวัน

คนส่วนใหญ่คงอยู่ในกลุ่มนี้ ที่ต้องไปทำงานแล้วนั่งติดต่อกันตั้งแต่เช้าจนเที่ยงแล้วมาต่อตอนบ่ายถึงเย็น และแน่นอนว่าหลายๆคนคงเกิดอาการปวดหลังเมื่อผ่านไปสักพักหนึ่ง ซึ่งนอกจากการแก้ไขด้วยการนั่งให้ถูกวิธีแล้ว ยังมีอีกหนึ่งตัวช่วยที่ส่งผลได้อย่างมาก นั่นคือเก้าอี้เพื่อสุขภาพ 

เก้าอี้เพื่อสุขภาพเป็นเก้าอี้ที่ถูกออกแบบตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomics) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการนั่งของเราให้สบายมากยิ่งขึ้น แต่ข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือเรื่องของราคาที่อาจสูงกว่าเก้าอี้ทั่วไป แต่หากเพื่อสุขภาพของเราแล้วนั้น การลงทุนกับเก้าอี้เพื่อสุขภาพนี้ถือเป็นสิ่งที่คุ้มค่ามาก และความทนทานของตัวเก้าอี้ก็อาจอยู่ได้นานกว่าเก้าอี้ทั่วไปด้วยเช่นกัน

2.คนที่นั่งทำงานไม่นานและต้องคอยไปตามที่ต่างๆอยู่บ่อยๆ

ใครที่ทำงานอยู่บ้านหรืออยู่ออฟฟิศแล้วต้องออกไปหาลูกค้าหรือออกไปคุยงานบ่อยๆ เก้าอี้พนักพิงก็ถือเป็นเก้าอี้ตัวหนึ่งที่ตอบโจทย์ แต่ต้องเลือกเป็นเก้าอี้ที่สามารถปรับระดับความสูงของตัวเบาะและที่พักแขน รวมถึงสามารถปรับเอนตัวเบาะหลังเมื่อต้องการพักได้ 

3.คนที่ทำงานที่บ้าน

ในช่วงปี 2020 นี้ หลายบริษัทปรับให้พนักงานทำงานที่บ้านกันมากขึ้น ซึ่งหลายคนก็อาจถูกปรับให้ทำงานที่บ้านเป็นหลัก ดังนั้นแนะนำให้มีเก้าอี้หลากหลายแบบไว้ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้เพื่อสุขภาพและเก้าอี้แบบโซฟา เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนมุมการทำงาน ไม่ให้อุดอู้อยู่ในจุดๆเดียว แต่ระวังเมื่อนั่งเก้าอี้โซฟานานๆ อาจง่วงจนเผลอหลับได้ล่ะ

สรุป

เก้าอี้ทำงานที่เหมาะสมในแต่ละคนอาจมีความแตกต่างกัน เพราะด้วยส่วนสูงและน้ำหนักที่ไม่เหมือนกัน ทำให้เก้าอี้ที่เรานั่งแล้วรู้สึกสบาย แต่กับคนอื่นอาจไม่รู้สึกสบายเช่นเดียวกันเราได้เช่นกัน ดังนั้น ควรเลือกให้ดีแล้วลองนั่งเองสักพักเพื่อให้ได้รู้ว่ารู้สึกสบายกับตัวเราหรือไม่ และหากใครมองหาเก้าอี้มือสองอยู่ล่ะก็ เรามีหมวดเฟอร์นิเจอร์ให้คุณได้เข้าไปเลือกซื้อเก้าอี้หลากหลายแบบได้อย่างสะดวก ลองเข้าไปดูกันเลย

สอบถามข้อมูลอื่นๆ หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

กรุณาสแกนคิวอาร์โค้ด หรือเพิ่มเพื่อนด้วยไอดีไลน์ @kaideeofficial