menu-iconKaidee logo
chat

โทรศัพท์มือถือ Samsung Samsung Note 20

(93)

ให้ Samsung Galaxy Note 20 เป็นมือถือเครื่องถัดไปของคุณ

อีกหนึ่งโทรศัพท์รุ่นเรือธงที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุดในปี 2020 คงจะหนี้ไม่พ้น Galaxy Note Series โทรศัพท์มือถือจากค่าย Samsung อย่างแน่นอน ซึ่งโดยปกติแล้ว Samsung มักจะปล่อยโทรศัพท์รุ่นย่อยในตระกูล Note Series ออกมาให้เราได้ชื่นชมกันในทุกๆ ปี และ ปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น

ในปัจจุบัน โทรศัพท์รุ่นย่อยของตระกูล Note Series มีทั้งหมด 2 โมเดลด้วยกัน ได้แก่ Galaxy Note 20 และ Galaxy Note 20 Ultra ซึ่งสองรุ่นนี้ ต่างมีดีไซน์ และฟีเจอร์ที่คล้ายคลึงกันพอสมควร ความแตกต่างที่เห็นได้ชัด จะอยู่ที่จำนวนเลนส์กล้อง และ ความจุของแบตเตอรี่

วันนี้ เราจะมารีวิว Galaxy Note 20 มือถือเรือธง ระดับพรีเมี่ยมอีกเครื่องจากค่าย Samsung หากผู้ใช้งานคนไหนเป็นครีเอเตอร์ หรือ ทำงานในระดับธุรกิจแล้วละก็ ขอบอกเลยว่า อย่าได้มองข้าม Galaxy Note 20 เครื่องนี้ไปเป็นอันขาด

หน้าจอแสดงผล

Samsung Galaxy Note 20 มาพร้อมกับหน้าจอขอบเรียบแบน ที่สมูทเข้ากับหน้าจอแสดงผลได้อย่างสวยงาม ตัวหน้าจอแสดงผลจะมีขนาดอยู่ที่ 6.7 นิ้ว FULL HD+ โดยมีความละเอียด 2400×1080 พิกเซล เป็นหน้าจอแบบ Super AMOLED Plus ด้านบนหน้าจอ มีรอบแขว่งเป็นทรงกลม (Infinity-O Super AMOLED+) ไว้สำหรับพื้นที่กล้องหน้า

หน้าจอแสดงผลของ Samsung Galaxy Note 20 มาพร้อมกับเทคโนโลยี 60Hz Adaptive Refresh Rate หรือ อัตรารีเฟรชเรทที่ 60 Hz ซึ่งถือได้ว่าเป็นค่ารีเฟรชเรทที่ให้ลื่นไหลของหน้าจอที่ดีพอสมควร และด้วยความเป็นเทคโนโลยีแบบ Adaptive นั่น จึงหมายความว่า ตัวเครื่องจะสามารถปรับค่ารีเฟรชเรทให้เหมาะสมตามการใช้งานของผู้ใช้ เช่น หากเล่นเกม หรือ ดูหนัง เครื่องจะถูกปรับให้มีค่ารีเฟรชเรทที่สูงขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากอ่านบล็อกต่างๆ ค่ารีเฟรชเรทจะถูกปรับให้ต่ำลงโดยอัตโนมัตินั่นเอง

กล้องหลัง

Note 20 ประกอบไปด้วยกล้องหลังทั้งหมด 3 เลนส์ด้วยกัน ได้แก่

  • เลนส์กล้องหลัก Ultra Wide พร้อมความละเอียด 12MP
  • เลนส์ Wide พร้อมความละเอียด 12MP
  • เลนส์ Telephoto พร้อมความละเอียด 64MP

ซึ่งทั้ง 3 เลนส์ จะอยู่ในตำแหน่งมุมบนซ้ายด้านหลังฝาโทรศัพท์ รวมกันเป็นแนวตั้งตามลำดับ พร้อมกับกล้อง แฟลช LED แนบประกบข้างกล้องหลัก Ultra Wide ในขณะที่ข้างกล้อง Telephoto นั้น จะเป็นไมโครโฟน

ประสิทธิภาพของกล้องนั้น จะแตกต่างจากรุ่น Note 10 ที่ผ่านมา โดย Samsung Galaxy Note 20 นี้ จะมีการพัฒนาในด้านการซูมที่ซูมได้ไกลกว่า และชัดเจนกว่า โดยกล้องของ Note 20 จะรองรับการซูมแบบ Optical ได้ถึง 3 เท่า และ การซูมแบบ Digital ได้ถึง 30 เท่า เลยทีเดียว

การถ่ายวิดีโอ

ในเรื่องของการถ่ายวิดีโอ รุ่น Note 20 ก็จัดเต็มอย่างเหนือชั้น ด้วยการรองรับความละเอียดสูงสุดถึง 8K ซึ่งจะให้ภาพที่ละเอียด และคมชัดมากกว่าเคย

นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถบันทึกวิดีโอแบบ 24fps ใน อัตราส่วน 16: 9 หรือ 21: 9 เพื่อให้ได้ภาพที่เต็มตา เสมือนรับชมภาพยนตร์อีกด้วย

ที่สำคัญผู้ใช้งานยังสามารถปรับที่มาของเสียงไมค์ ไม่ว่าจะให้มาจากด้านหน้า, ด้านหลัง, จาก USB หรือ มาจาก Bluetooth ก็ยังได้ เรียกได้ว่า เสมือนเราได้เป็นผู้กำกับ ผลิตหนังสั้นกันเลยทีเดียว

กล้องหน้า Samsung Note 20

ความละเอียดของกล้องหน้านั้น Note 20 ก็ไม่แพ้ใคร ตอบโจทย์กระแสโซเชียลมีเดีย ด้วยกล้องหน้าความละเอียดมากถึง 10 พิกเซล ให้คุณได้ถ่ายรูปเซลฟี่ได้อย่างคมชัด ระดับกล้องโปร

การใช้งานปากกา S-PEN

ตำแหน่งช่องปากกา S-PEN นั้น ถูกย้ายมาอยู่ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องแทน ปากกา S-PEN ของเครื่อง Note 20 จะมีค่า Latency หรือ ค่าความหน่วง อยู่ที่ 26 ms ซึ่งทำให้การใช้งานปากกา S-PEN บน Note 20 นั้น ไหลลื่น

นอกจากนี้ Samsung ยังได้เพิ่มฟีเจอร์การทำงานของปากกา S-PEN เพิ่มเติมมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ฟีเจอร์ AI Neat Note ที่จะช่วยปรับตัวหนังสือของเราให้เป็นระเบียบ และ ฟีเจอร์ PDF Import/ Edit ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถเขียนด้วยปากกา S-PEN ลงบน PDF ได้เลย ไม่จำเป็นต้องแคปหน้าจอก่อนเขียนอีกต่อไป

การใช้งานบน PC

Samsung Note 20 มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งานมากมาย แต่ฟีเจอร์ที่เด่นที่สุด คงหนี้ไม่พ้นตัว Wireless Dex ที่ทำให้เราสามารถแชร์หน้าจอบนมือถือไปบนหน้าจอ Smart TV ได้แบบไร้สาย

อีกทั้งผู้ใช้งานยังสามารถใช้งานแบบ Multi Screen หรือการใช้งานบนหน้าจอมือถือ และ หน้าจอทีวีไปพร้อมๆ กัน เรียกได้ว่า จะพรีเซนต์งาน หรือจะดู Netflix ก็ไม่ต้องพกโน๊ตบุ๊คอีกต่อไป แค่ Note 20 เครื่องเดียว ก็เอาอยู่

หน่วยความจำ

หนึ่งในข้อด้อยของ Note 20 นั่น คือ ผู้ใช้งานจะไม่สามารถใส่ความจำภายนอกอย่าง Micro SD Card เพิ่มเติมได้เหมือนในเครื่อง Note 20 Ultra อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เครื่อง Galaxy Note 20 มาพร้อมกับหน่วยความจำ (ROM) ที่มากถึง 256GB ทำให้ตัวเครื่องมีพื้นที่ว่างสำหรับเก็บข้อมูลที่มากเพียงพอ อีกทั้งยังรองรับระบบปฏิบัติการ Android 11 ได้สบาย

แบตเตอรี่

เครื่อง Note 20 มีแบตเตอรี่ความจุอยู่ที่ 4300 mAh ซึ่งเป็นความจุแบตเตอรี่ที่เพียงพอสำหรับผู้ใช้งานมือถือในชีวิตประจำวันทั่วไป

ส่วนในเรื่องของความไวของการชาร์จนั้น ทั้งรุ่น Note 20 และรุ่น Note 20 Ultra จะให้ Fast Charge มาที่ 25W ซึ่งเป็นอัตราความเร็วการชาร์จอยู่ที่ 50% ภายในเวลา 30 นาที

สีสัน และ ดีไซน์

ครั้งนี้ Samsung Galaxy Note 20 มาพร้อมกับสีสันใหม่ให้เลือก ซึ่งเป็นสีที่ดูเรียบหรูยิ่งขึ้น ต่างจากรุ่น Note 10 ที่จะเน้นสีสันหลากหลาย อย่างเช่น สีสายรุ้ง

โดย Samsung Galaxy Note 20 มีสีให้เลือกทั้งหมด 3 สีด้วยกัน ได้แก่

  • สี Mystic Bronze
  • สี Mystic Green
  • สี Mystic Grey

วัสดุ

หน้าจอแสดงผลของเครื่อง Note 20 ถูกเคลือบด้วยกระจกแบบ Gollira Glass Victus 7 ซึ่งเป็นกระจกแบบใหม่ ที่ให้คุณสมบัติทนทาน อีกทั้งยังเพิ่มความเรียบหรูให้ตัวเครื่องได้อย่างลงตัว

อย่างไรก็ตาม ด้านหลังของเครื่องจะใช้วัสดุเป็น พลาสติก แทน เพื่อช่วยให้มือถือมีน้ำหนักที่เบาขึ้น ต่างจากรุ่น Note 20 Ultra ที่ทั้งด้านหน้า และ ด้านหลังเครื่องประกอบไปด้วยวัสดุ Gollira Glass Victus 7 ดังนั้น ตัวเครื่องของ Galaxy Note 20 Ultra จึงมีน้ำหนักค่อนข้างหนักนั่นเอง

Samsung Note 20 เครื่องนี้ จะมี ผิวด้าน ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาการเกิดรอยนิ้วมือค่ะผู้ใช้งาน Samsung ทุกคนคงจะรู้ดีว่า หากโมเดลของ Samsung รุ่นไหน มีผิวเป็นผิวด้านนั้น แสดงว่าเครื่องนั้น เป็นรุ่นท็อปจากทางค่าย Samsung นั่นเอง จึงไม่แปลกใจเลย ที่ Samsung เลือกที่จะให้ Galaxy Note 20 เครื่องนี้ มีผิวเป็นผิวด้านยังไงละคะ

ติดตามเรา

เพื่อประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้น

© 2565 บริษัท ดีเอฟ มาร์เก็ตเพลส จำกัด