English translation for this page is currently unavailable. We are working on it, stay tuned!
Kaidee logo
chat
หลวงพ่อพระใส วัดโพธิชัย หนองคาย รุ่นเพิ่มบารมี  รูปที่ 1
หลวงพ่อพระใส วัดโพธิชัย หนองคาย รุ่นเพิ่มบารมี  รูปที่ 2
หลวงพ่อพระใส วัดโพธิชัย หนองคาย รุ่นเพิ่มบารมี  รูปที่ 3
หลวงพ่อพระใส วัดโพธิชัย หนองคาย รุ่นเพิ่มบารมี  รูปที่ 4
หลวงพ่อพระใส วัดโพธิชัย หนองคาย รุ่นเพิ่มบารมี  รูปที่ 5
หลวงพ่อพระใส วัดโพธิชัย หนองคาย รุ่นเพิ่มบารมี  รูปที่ 6
หลวงพ่อพระใส วัดโพธิชัย หนองคาย รุ่นเพิ่มบารมี  รูปที่ 7
หลวงพ่อพระใส วัดโพธิชัย หนองคาย รุ่นเพิ่มบารมี  รูปที่ 8
1 / 8

หลวงพ่อพระใส วัดโพธิชัย หนองคาย รุ่นเพิ่มบารมี

฿ 3,900

Product description

เปิดให้บูชา 💖💖💖 3900 บาท 💖💖💖
🙏🙏หลวงพ่อพระใส วัดโพธิชัย อ.เมือง จ.หนองคาย รุ่นเพิ่มบารมี โลหะ หน้าตัก 5 นิ้ว ฐาน 8.5 นิ้ว สูง 12.5 นิ้ว ปี พ.ศ. 2564#พระบูชา#พระขนาดบูชา
#พระแท้บูชาแล้วสบายใจ⚜️⚜️หลวงพ่อพระใส พระคู่บ้านคู่เมืองชาวหนองคายวัดโพธิ์ชัย 873 ถ.ประจักษ์ศิลปาคม อ.เมือง จ.หนองคาย เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2524 สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เดิมชื่อ วัดผีผิว เนื่องจากบริเวณวัดนี้ใช้เป็นที่เผาศพ และมีผีดุมาก ต่อมาทางราชการได้เปลี่ยนชื่อให้ใหม่ เป็นวัดโพธิ์ชัยหลวงพ่อพระใส ประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิราบ สมัยเชียงแสนชั้นหลัง หล่อด้วยทองสุก (ทองคำบริสุทธิ์ ประมาณ 92 % สีทองคำมีสีเหลืองเข้ม เรียกว่า สีทองสุก) มีพุทธลักษณะงดงามมาก ขนาดหน้าตักกว้าง 2 คืบ 8 นิ้ว สูงจากเบื้องล่างพระชงฆ์ ถึงยอดพระเกศ 4 คืบ 1 นิ้ว มีห่วงกลมขนาด หัวแม่มือจำนวน 3 ห่วง ติดกับพระแท่นซึ่งหล่อติดกับองค์พระ สำหรับผูกเชือกติดกับยานสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานไว้ในหนังสือประวัติพระพุทธรูปสำคัญ ซึ่งพิมพ์แจกในงานทอดกฐินพระราชทาน พ.ศ. 2468 ว่า พระใส เป็นพระพุทธรูปหล่อในสมัยล้านช้างที่ประดิษฐานพระสุก พระเสริม พระใส คราวแรกประดิษฐานอยู่ ณ เมืองเวียงจันทร์ นานเท่าไรไม่ปรากฏ ครั้นพ.ศ 2321 ในรัชสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี ได้เกิดสงคราม ขึ้นระหว่างกรุงธนบุรีกับกรุงศรีสัตนาคนหุต(เวียงจันทร์) ครั้งนั้นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (ร.1) เป็นแม่ทัพมาตีเวียงจันทร์ เมืองเวียงจันทร์จึงเกิดยุคเข็ญขึ้น พระเจ้าธรรมเทวงศ์จึงได้อัญเชิญไปไว้ที่เมืองเชียงคำ ครั้นต่อมาพระใสถูกอัญเชิญกลับมาที่เวียงจันทร์ดังเดิมในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.3) เจ้าอนุวงศ์ เมืองเวียงจันทน์ก่อกบฎ พระองค์จึงโปรดให้ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์ นำทัพมาปราบ เมื่อเสร็จศึกแล้วได้อัญเชิญพระสุก พระเสริม และพระใส ลงมาด้วย โดยอัญเชิญมาจากภูเขาควาย ขึ้นประดิษฐานบนแพไม้ไผ่ ซึ่งผูกติดกันอย่างมั่นคงล่องมาตามลำน้ำงึม เมื่อล่องมาถึงตรงบ้านเวินแท่นในขณะนั้น เกิดอัศจรรย์แท่นของพระสุกได้เกิดแหกแพจมลงไปในน้ำ โดยเหตุที่มีพายุพัดแรงจัด และบริเวณนั้นได้นามว่า "เวินแท่น"การล่องแพก็ยังล่องมาจนถึงน้ำโขง (ปากน้ำงึม) อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้เกิดพายุใหญ่ ทำให้พระสุกได้แหกแพจมลงไปในน้ำ ซึ่งอาการวิปริตต่างๆ ก็ได้หายไปเป็นอัศจรรย์ยิ่ง บริเวณนั้นจึงได้ชื่อว่า "เวินสุก" และพระสุกก็จมอยู่ในน้ำตรงนั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ยังเหลือแต่พระเสริม พระใส ที่ได้นำขึ้นมาถึงเมืองหนองคาย พระเสริมนั้นได้ถูกอัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดโพธิ์ชัย ส่วนพระใส ได้อัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดหอก่อง(ปัจจุบันคือวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ)ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.4) จึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุนวรธานีและเจ้าเหม็น (ข้าหลวง) อัญเชิญพระเสริม และพระใสลงมากรุงเทพฯ แต่พอพระใสมาถึงวัดโพธื์ชัย ได้แสดงปาฏิหาริย์จนเกวียนหักจึงอัญเชิญลงไปไม่ได้ ได้แต่พระเสริมลงกรุงเทพฯ ประดิษฐาน ณ วัดปทุมวนาราม ส่วนหลวงพ่อพระใสได้อัญเชิญประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย จนถึงปัจจุบัน เป็นความอัศจรรย์ของพระใส จนได้สมญาว่า "หลวงพ่อเกวียนหัก"เมื่อปี พ.ศ. 2481 พระเศียรของหลวงพ่อพระใส ถูกขโมยตัดเอาไปจึงต้องประกอบพิธีหล่อพระเศียรขึ้นมาใหม่⚜️⚜️ตำนาน หลวงพ่อพระใสมีธิดา 3 พระองค์แห่งกษัตริย์ลานช้างเป็นเจ้าศรัทธา ทั้งหมดเป็นพี่น้องร่วมพระวงศ์เดียวกัน (บ้างว่าเป็นธิดาของพระไชยเชฏฐาธิราช) มีพระนามตามลำดับว่า สุก เสริม ใส มีพระทัยร่วมกันเป็นเอกฉันท์ในอันที่จะหล่อพระพุทธรูปประจำองค์ จึงได้พร้อมกันขอพรจากพระบิดาพระบิดาประทานพรให้ จึงให้ช่างหล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์ ขนาดลดกันตามลำดับ ครั้นแล้วจึงขนานนามพระพุทธรูปเหล่านั้นโดยขอฝากพระนามของตนเองไว้ด้วยว่า พระสุก (ประจำผู้พี่ใหญ่) พระเสริม(ประจำคนกลาง) พระใส (ประจำคนเล็ก)ในการทำพิธีหล่อนั้นทั้งทางบ้านและทางวัดได้ช่วยกันเป็นการใหญ่โต มีคนทำการสูบเตาหลอมทองอยู่ไม่ขาดระยะ นับเป็นเป็นเวลา 7 วันแล้วทองก็ยังไม่ละลาย ถึงวันที่ 8 เวลาเพล เหลือพระภิกษุแก่ กับเณรน้อยรูปหนึ่งทำการสูบเตาอยู่ ในขณะนั้นได้ปรากฎมีชีปะขาวตนหนึ่งมายังที่นั้น และขอทำการสูบเตาช่วย ซึ่งพระภิกษุก็มิได้ขัดข้อง เมื่อชีปะขาวทำการสูบเตาแทนแล้ว พระภิกษุและสามเณรก็ได้ขึ้นไปฉันเพลบนศาลา ญาติโยมแลเห็นคนสูบเตามากกว่าปกติท่อเตาก็มีมาก แต่ละคนเป็นชีปะขาวเหมือนกันหมด ด้วยความอัศจรรย์ใจยิ่งจึงได้ถามพระภิกษุ แต่พระภิกษุแลไปก็เห็นเพียงชีปะขาวรูปเดียวเท่านั้น พอฉันเพลเสร็จ คนทั้งหมดก็พากันลงมาดู ครั้นถึงก็เกิดความอัศจรรย์ใจยิ่ง เพราะเหตุที่ได้เห็นทองทั้งหมดถูกเทลงในเบ้าทั้ง 3 เบ้าเรียบร้อย และไม่เห็นชีปะขาวนั้นเลยสักคน


ดูพระองค์อื่น ใน ขายดี คลิ๊ก ที่ชื่อ พระสะสม นายพัฒนายุhttps://www.facebook.com/Pattanayuuu/Line Id // กดเพื่อดูเบอร์โทร xxxxxx774
See More
  • Product conditionมือหนึ่ง
  • Post date14 ก.ย. 2568 22:17 น.
  • Listing positionสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
  • Listing ID370968694
Report
Please do not transfer money under any circumstances.
If you need to transfer money or make an advance deposit,
please verify the fraudster's bank account here

Products you might be interested in

See More

About kaidee

Help center

Affiliate company

Contact Us

No. 554/117 SKYY9 CENTRE, 22nd Floor, Asoke-Din Daeng Road, Din Daeng, Din DaengKD Marketplace Co., Ltd. (Head Office)Bangkok 10400

Follow Us

Link to FacebookLink to TwitterLink to InstagramLink to Youtubeline-icon

To enhance your experience

Link to AppStoreLink to Google Play Store
© 2568 KD Marketplace Co., Ltd.