รายละเอียดสินค้า
ที่มาของชื่อ ตะกรุดคอแมวในวันหนึ่งขณะที่หลวงปู่ออกบิณฑบาตร ขากลับฝนตกอย่างหนักเจอลูกแมวตากฝนอยู่ มองดูแล้วถ้าไม่ช่วยมันก็คงตายแน่ จึงพากลับมาที่วัดด้วย จับมันไปผิงไฟเมื่อตัวแห้งก็หาข้าวปลาให้มันกิน เลี้ยงดูจนมันโตพอมันโตกีมีแมวป่ามากัดจนเป็นแผลเหวอะหวะ ท่านก็หายาสมุนไพรมาใส่ให้จนหาย ครั้นเมื่อหายดีแล้วก็มิวายโดนอีก ด้วยความสงสารหลวงปู่จึงเขียนตะกรุดแขวนคอให้มันหลังจากนั้นก็โดนแมวป่ากัดแต่ครั้งนี้นั้นไม่เป็นไร กลับกันซ้ำยังกัดแมวป่าคืนเสียอีก จนแมวป่าหนีไป คราวนี้เจ้าแมวกลับย่ามใจเทียวไล่กินไก่น้อยชาวบ้าน ไก่บ้านไหนฟักออกใหม่ๆ โดนกินจนหมด จนชาวบ้านเอาปืนมายิงแต่น่าแปลกก็คือ ยิงเท่าไร ก็ยิงไม่ออกจนวันหนึ่งบังเอิญมีทหารอากาศประอยู่กองบิน 21 กลับมาบ้าน เห็นแมวไล่ตะครุบกินไก่น้อย จึงเอาปืนมาไล่ยิง ไล่แมวตัวนี้จนมาถึงวัด เห็นมันหนีเข้าศาลาไปหาหลวงปู่ ญาติโยมจึงนำความไปแจ้งหลวงปู่ว่า แมวของหลวงปู่ตัวนี้มันไปไล่กินไก่ชาวบ้านเขา จนชาวบ้านนำปืนมายิง แต่ก็ยิงไม่ออก แมวตัวนี้มันมีอะไรดีหลวงปู่จึงบอกมาให้ลองดูเอง เขาก็พากันมาจับดูจึงเห็นตะกรุดแขวนอยู่ที่คอแมว คนที่เป็นทหารอากาศเลยปลดออกจากคอแมว และกราบขอหลวงปู่ไปพกติดตัว หลวงปู่จึงให้ไปเมื่อทหารนายนี้ได้รับตะกรุดแล้วก็กลับไปที่ค่าย เอาตะกรุดไปลองกับจ่าวิโรจน์ ปรากฏว่ายิงเท่าไรก็ยิงไม่ออก ซึ่งวันเดียวกันนั้นก็มีนายทหารจากฐานทัพดอนเมืองมาตรวจราชการก็บังเอิญได้เห็นเหตุการณ์ด้วย จึงขอเอาไปติดตัว นายทหารผู้นั้นคือ น.อ.
ตะกรุดดอกนี้เป็นยุคแรกยุคเดียวกับที่ท่านทำขึ้นแขวนคอน้องแมวครับ หายากกว่ายุคหลังมาก
รับประกันยุคแรกแท้100%